โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมลูกโกหกและลูกไปเอานิสัยโกหกมาจากไหนกันนะ!?

Mood of the Motherhood

อัพเดต 09 ก.ค. 2562 เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2562 เวลา 12.25 น. • Features

คุณพ่อคุณแม่หลายคนที่ผ่านประสบการณ์จับได้ว่าลูกพูดจาบิดเบือน โกหก หรือไม่พูดความจริงทั้งหมดกับเรา นอกจากจะเสียใจแล้ว ก็อาจเกิดความสงสัยว่า ลูกไปเรียนรู้วิธีการหรือรู้จักการโกหกมาจากไหน และมีอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกเลือกที่จะใช้วิธีโกหกเป็นการแก้ปัญหาบ้าง

เมื่อรู้แล้วเราหวังว่าคุณพ่อคุณแม่จะช่วยกันหาทางรับมือและแก้ไขพฤติกรรมโกหกของลูกไม่ให้กลายเป็นนิสัยติดตัวไปจนโตต่อไปได้

1. เด็กไม่รู้ว่าอะไรคือความจริง และอะไรไม่ใช่

บางครั้งลูกไม่ได้ต้องการโกหก แต่เมื่อถึงช่วงวัยหนึ่งเด็กจะสนุกกับการคิดและจินตนาการของตัวเองมากจนสับสนว่าสิ่งไหนเป็นเรื่องจริงและสิ่งไหนเป็นเรื่องในจินตนาการ นอกจากนี้ เด็กยังชอบเล่นบทบาทสมมติและสร้างเรื่องราวในแบบที่ตัวเองต้องการ เช่น สมมติว่าเพื่อนผู้หญิงในห้องเรียนเป็นแฟน สมมติว่าคุณครูประจำชั้นเป็นนางฟ้า

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตและแยกแยะการพูดจาของลูกให้ดีว่า ลูกพูดเพราะตั้งใจโกหก หรือพูดเพราะเกิดจากความเชื่อในจินตนาการของตัวเองกันแน่

2. การตอบสนองของพ่อแม่เมื่อลูกพูดความจริง

บางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่รู้ตัวว่า ปฏิกิริยาตอบสนองของตัวเองเมื่อได้ฟังความจริงจากปากลูก มีส่วนทำให้ลูกไม่กล้าที่จะพูดความจริงต่อไป เช่น เมื่อลูกสารภาพว่าทำความผิดที่โรงเรียน และคุณแม่ตอบสนองด้วยการทำโทษซ้ำ หรือคอยตำหนิในเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ

3. ลูกไม่อยากทำให้พ่อแม่ผิดหวัง

เด็กๆ รับรู้พลังแห่งคาดหวังของคุณพ่อคุณแม่ได้เสมอ และเขาก็ไม่อยากทำให้พ่อแม่ต้องผิดหวัง ดังนั้นถ้าลองสังเกตให้ดีจะพบว่า บางครั้งลูกจำเป็นต้องโกหกหรือไม่พูดความจริง ก็เพื่อถนอมน้ำใจคุณพ่อคุณแม่นี่แหละ

4. ลูกโดนเรียกว่าเป็นเด็กขี้โกหก

ถ้าคุณจับได้ว่าลูกโกหกเพียงครั้งเดียว แต่คุณตอกย้ำความผิดของเขาด้วยการเรียกเขาว่า เด็กขี้โกหก หรือคอยแสดงความกังวลว่าลูกจะเป็นเด็กเลี้ยงแกะตลอดเวลา ก็ไม่ต้องแปลกใจ หากลูกจะใช้วิธีโกหกซ้ำๆ ให้สมกับคำที่คุณเรียกเขา

5. ลูกขาดความนับถือตัวเอง 

อีกสาเหตุที่ทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะโกหก เป็นเพราะเขารู้สึกขาดสิ่งที่ตัวเองอยากได้อยากมี ทำให้ไม่รู้สึกภูมิใจในตัวเอง และไม่นับถือตัวเอง จึงใช้วิธีการสร้างเรื่องหรือไม่ยอมรับความจริง เพื่อให้ตัวเองรู้สึกเหมือนและเท่าเทียมคนอื่นมากขึ้น

อ้างอิง

RAMA CHANNEL

สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย

ตามใจนักจิตวิทยา

theAsianparentthailand

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...