โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'ลิบรา' ก้าวที่กล้าของเฟซบุ๊ก ก.ล.ต.ผนึกแบงก์ชาติตั้งรับโลกใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.ค. 2562 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2562 เวลา 09.57 น.

หลัง “เฟซบุ๊ก” ประกาศร่วมกับ 27 พันธมิตรพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลใหม่ ที่เรียกว่า“ลิบรา” (Libra) โดยต้องการใช้เป็นสกุลเงินดิจิทัลสากลที่นำเทคโนโลยี “บล็อกเชน” มาใช้ในการทำธุรกรรม ที่จะช่วยขจัดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายการโอนเงินข้ามประเทศ ที่ปัจจุบันต้องโอนผ่านคนกลางซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ลิบรายังสามารถลดเวลาการโอนเงินข้ามประเทศจากหน่วยวันให้เหลือเพียงวินาที

งานนี้ทั้งหน่วยงานกำกับดูแลและธนาคารกลางหลายประเทศทั่วโลกนั่งไม่ติด รวมถึงไทย ซึ่งล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาระบุว่า ได้ตั้งทีมงานขึ้นมาเพื่อศึกษากรณีลิบราโดยเฉพาะ อีกทั้งมีแผนหารือกับเฟซบุ๊กเร็ว ๆ นี้

และล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จัดเสวนาหัวข้อ “Libra ก้าวที่กล้าของเฟซบุ๊ก : ก้าวสู่โลกใหม่ไร้พรมแดน” เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา ที่ระดมสมองจากภาคส่วนต่าง ๆ

ทำไมต้องรู้จัก “ลิบรา”

“ภูมิ ภูมิรัตน” ที่ปรึกษา ก.ล.ต.อธิบายว่า “ลิบรา” คือ สกุลเงินใหม่ที่เฟซบุ๊กและพาร์ตเนอร์รวม 28 บริษัท จับมือกันประกาศว่าจะสร้างร่วมกัน ด้วยการตั้ง “สมาคมลิบรา” จดทะเบียนในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเหรียญจะมี 2 รูปแบบ คือ 1.Libra Coin ที่แตกต่างจากคริปโทเคอเรนซีอื่นตรงที่ลิบรามีสกุลเงินหลักของโลก 6 สกุลเงิน เป็นเครื่องการันตีว่าเหรียญจะมีมูลค่าค่อนข้างคงที่ (Stable Coin) 2.Investment Token ที่ออกมาเพื่อรองรับการเข้ามาลงทุนของสมาชิกใหม่ นอกเหนือจากสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง 28 ราย โดยมีข้อกำหนดว่าสมาชิกที่จะเข้าร่วม ต้องเป็น 1.องค์กรที่มีมาร์เก็ตแคปประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ 2.เข้าถึงผู้บริโภค 20 ล้านคนทั่วโลก และ 3.ติดอันดับ 500 บริษัทชั้นนำฟอร์จูน หรือติดอันดับ 100 บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมของตนเอง โดยจะต้องมีคุณสมบัติ 2 ใน 3 ข้อดังกล่าว

“การที่ลิบรามีสกุลเงินหลักของโลกถึง 6 สกุลเงินมาเป็นสินทรัพย์สำรอง เป็นหลักการันตีว่า ลิบราจะมีมูลค่าค่อนข้างคงที่ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความผันผวนของสกุลเงินนั้น ๆ ด้วย นอกจากนี้ ลิบรายังมีแผนขยายสินทรัพย์สำรองให้ครอบคลุมสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ที่มีสภาพคล่อง ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่มีความเข้มแข็งอีกด้วย” ภูมิกล่าว

“สกุลเงินดิจิทัล” เขย่าโลก

“ฐากร ปิยะพันธ์” ประธานกรรมการกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงกิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บอกว่า เฟซบุ๊กเป็นเครือข่ายสังคมบนโลกออนไลน์ที่มีประชากรโลกกว่า 2 พันล้านคนใช้บริการ ดังนั้น เมื่อเฟซบุ๊กประกาศว่าจะทำสกุลเงินดิจิทัลเพื่อนำไปใช้สร้างประสิทธิภาพในธุรกรรมทางการเงิน ทั้งเรื่องการชำระเงิน หรือการโอนเงินข้ามประเทศโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ซึ่งหากมีการนำลิบรามาใช้บนเฟซบุ๊กได้จริง ๆ ก็จะส่งผลดีและผลเสียต่อหลาย ๆ ฝ่ายทั่วโลก

ผลดี คือ ผู้ใช้บริการชำระเงินสามารถโอนเงินข้ามประเทศโดยไม่ต้องเสียค่าบริการ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนได้ถึง 6% เมื่อเทียบกับปัจจุบัน โดยเฉพาะลูกค้ารายย่อยที่โอนเงินเองข้ามประเทศประมาณ 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อระบบการชำระเงินและโอนเงินของลิบราเข้ามา ก็จะถูกนำมาใช้แทนระบบบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรืออีวอลเลตทั้งหลาย ซึ่งบริษัทผู้ให้บริการเหล่านี้ก็จะได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม บริษัทเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับเฟซบุ๊กในการสร้างลิบราให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น วีซ่า, มาสเตอร์การ์ด, เพย์พาล และอื่น ๆ ทั้งนี้ มองด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่า หากบริษัทเหล่านี้ไม่เข้ามาร่วม ก็อาจจะเสียผลประโยชน์มากกว่าการเข้าร่วม บริษัทเหล่านี้จึงอาจจะขอเข้ามาดูก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้น

แบงก์ปรับตัวต่อยอด “ลิบรา”

“หากลิบราเข้ามาแล้วบอกว่า ต่อไปนี้ไม่มีค่าธรรมเนียม แน่นอนว่าธนาคารพาณิชย์ก็จะต้องได้รับผลกระทบ แต่เราไม่ได้มองว่าจะเข้ามาทำให้แบงก์เสียหาย แต่มองว่าเรามีโอกาสที่จะสามารถเรียนรู้ อยู่ร่วมกัน และเดินไปด้วยกันอย่างไร”

หนึ่งในนั้น คือ การนำประโยชน์ของลิบรามาใช้ เพื่อแก้ปัญหากลุ่มคนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบ (unbanked) ให้สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้ เพราะปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ก็คงไม่มีการเปิดสาขาเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งก็อาจเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงแบงก์มากขึ้น ดังนั้นจะดีกว่าหากหาวิธีใช้ประโยชน์จากลิบราให้ได้มากที่สุด

“ฐากร” ระบุว่า อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้ว เงินจะยังอยู่กับธนาคาร เช่น กรณีของประเทศจีนที่มีเงินฝากรวม 15 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่มีเงินฝากเพียง 2% เท่านั้นที่ผู้บริโภคใส่ไว้ในอาลีเพย์ (Alipay) สะท้อนว่า ผู้บริโภคมีความกังวลต่อความเสี่ยงในการทิ้งเงินไว้ในระบบออนไลน์ ดังนั้น สถาบันการเงินยังได้รับความน่าเชื่อถือจากลูกค้าอยู่ หากสิ่งนี้หายไปต่างหากที่จะส่งผลให้ความจำเป็นของธนาคารในอนาคตหายไปได้

แกะรอยกฎหมายไทยคุม “ลิบรา”

ขณะที่ในฟากของภาครัฐที่เป็นฝ่ายกำกับดูแล “สุมาพร มานะสันต์” นิติกรชำนาญการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า เมื่อพูดถึงลิบราจะมีคำถามว่า หน่วยงานกำกับดูแลจะต้องกำกับใคร และการจะนำสกุลเงินดิจิทัล “ลิบรา” มาใช้ซื้อสินค้าและบริการในประเทศไทยนั้น มีคำถามว่า “ลิบราเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายหรือไม่” และผู้ประกอบธุรกิจจะเป็นใคร ซึ่งจะต้องมาเทียบดูกับกฎหมายไทยว่าจะกำกับดูแลได้อย่างไร ซึ่งหากเทียบเคียงกับ พ.ร.บ.เงินตรา “ลิบรา” อาจเข้าข่ายแค่กฎหมายบางข้อเท่านั้น จึงยากที่จะตีความว่าจะใช้เป็นเงินตราได้

และในส่วนของการประกอบธุรกิจที่พอจะเทียบเคียง ได้แก่ 1.พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ก็ยังถูกปิดตายในข้อกฎหมายดังกล่าว 2.พ.ร.บ.ระบบชําระเงิน ก็ยังมีข้อจำกัดตรงคำว่า “เงิน” ที่จะต้องเป็นเงินตราที่แลกเปลี่ยนได้ตามกฎหมาย และสุดท้าย พ.ร.บ.อีเพย์เมนต์ ซึ่งดูใกล้เคียงมากที่สุด

แต่หลักการทำงานของลิบรามีความซับซ้อนกว่า เนื่องจากมีการแปลงสกุลเงินถึง 2 ครั้ง เช่น เมื่อฝากเงิน ค่าเงินนั้นจะถูกแปลงไปเป็นค่าเงินดิจิทัล และเมื่อชำระเงิน ค่าเงินดิจิทัลจะถูกแปลงเป็นสกุลเงินที่ชำระอีกครั้ง เป็นต้น ดังนั้น เมื่อเทียบกฎหมายก็ยังเทียบได้ไม่สนิท

ก.ล.ต.ผนึกแบงก์ชาติตั้งรับ

“พราวพร เสนาณรงค์” ผู้ช่วยเลขาธิการ สายนโยบายตลาดทุน ก.ล.ต. กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานกำกับ ก.ล.ต.จะมีการหารือกับหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการประสานไปยัง ธปท. ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบชำระเงิน ซึ่งจะต้องมีการหารือระหว่างผู้กำกับดูแลว่า หน่วยงานใดมีอำนาจการกำกับดูแลส่วนไหน เพื่อที่จะแบ่งกันออกเกณฑ์กำกับดูแลส่วนในนั้น ๆ อย่างไรก็ตาม ก่อนการออกกฎเกณฑ์ใด ๆ ก็จะต้องมีการหารือร่วมกัน รวมถึงจะเปิดเฮียริ่งให้กับผู้เกี่ยวข้องก่อนทุกครั้ง

“ส่วนความกังวลเรื่องการเก็งกำไรในค่าเงินลิบรา มองว่ามีโอกาสเป็นไปได้น้อย เนื่องจากลิบรามีการประกาศออกมาว่าจะผูกกับสกุลเงินหลักใดบ้าง เพื่อลดความผันผวนและทำให้เกิดความเสถียรมากที่สุด เพื่อให้นำมาใช้ทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างกัน มองว่าลิบราไม่ได้ออกมาเพื่อเป็นเครื่องมือการลงทุน” พราวพรกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...