โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝากขัง "ไอ้แม็ค" ยิงถล่มนักเรียนปทุมคงคา - เจอ 6 ข้อหา

อีจัน

อัพเดต 12 มิ.ย. 2562 เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2562 เวลา 09.59 น. • อีจัน
จากกรณีเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 62 เวลาประมาณ 17…

จากกรณีเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 62 เวลาประมาณ 17.30 น. เกิดเหตุ 2 วัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาใช้อาวุธปืนไล่ยิงถล่มนักเรียนคู่อริในซอยลาซาล แขวงและเขตบางนา กทม. จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพนาทีวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาในซอย จากนั้นเมื่อขี่ผ่านกลุ่มคนที่ยืนรออยู่ข้างถนน จู่ๆ คนซ้อนท้ายไว้ผมยาวก็ลงจากรถ พร้อมชักอาวุธปืนลูกโม่ออกมากระหน่ำยิงใส่คู่อริอย่างบ้าคลั่ง ส่วนคนขี่ก็ชักมีดดาบออกมาไล่ฟัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนกระทั่งทราบว่า คนร้ายทั้ง 2 เป็นนักศึกษาอาชีวะแห่งหนึ่งย่านบางจาก ซึ่งก่อนหน้านี้รุ่นน้องของพวกเขา ถูกอริ ซึ่งเป็นนักเรียนมัธยมย่านเอกมัยทำร้าย รุ่นน้องดังกล่าวก็ไปบอกรุ่นพี่ทั้ง 2 รายนี้ จนเป็นที่มาของการกราดยิงในครั้งนี้
ต่อมานายจตุรงค์ เอี่ยมท้วม หรือ แม็ค อายุ 30 ปี หนึ่งในคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุได้เข้ามอบตัวแล้วที่ สน.บางนา
ความคืบหน้าล่าสุด (12 มิ.ย. 62) พนักงานสอบสวน สน.บางนา ได้ควบคุมตัวนายจตุรงค์ มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 มิ.ย. 62 เนื่องจากยังต้องสอบสวนพยานอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร

โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 62 กลุ่มผู้เสียหายซึ่งเป็นนักเรียน ร.ร.ปทุมคงคา ประกอบด้วย
- นายชัยธัช กาญจนดิฐ
- นายธีรพฒน์ ผิวพิมพ์ดี
- นายอัษฎางค์ วังภูมิใหญ่
หลังเลิกเรียนได้ขี่รถ จยย. เพื่อกลับบ้านพัก เมื่อมาถึงกลางซอยสุขุมวิท 105 หรือซอยลาซาล ได้พบกลุ่มผู้ต้องหา คือนักเรียนเทคโนโลยีช่างกลกรุงเทพ ขี่ จยย. สวนทางมา เมื่อเห็นว่าเป็นเด็กต่างสถาบันกันจึงไม่พอใจกัน

ต่อมากลุ่มผู้ต้องหาได้ขี่รถ จยย. ตามมาที่บริเวณหน้าตึก บี.เค.แมนชั่น ปากซอยลาซาล 21 กลุ่มผู้ต้องหาคือนายพีรพล หรือนนท์ พวงบุรี ที่นั่งซ้อนท้าย จยย. ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงเข้าใส่กลุ่มผู้เสียหาย จำนวน 6 นัด กระสุนปืนถูกนิ้วกลางข้างซ้ายของนายธีรพัฒน์ ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นกลุ่มผู้เสียหายได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในบี.เค.แมนชั่น
ส่วนนายพีระพล ได้ซ้อนท้าย จยย. ย้อนกลับไปทางด้านปากซอยสุขุมวิท เพื่อไปหานายประเสริฐศักดิ์ หรือบอย สิงห์โสภา และนายจตุรงค์ ซึ่งมีบ้านพักอยู่ในซอยดังกล่าว และแจ้งว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทกับนักเรียน ร.ร.ปทุมคงคา
ต่อมานายจตุรงค์ ได้ขี่รถ จยย. ที่มีนายประเสริฐศักดิ์ เป็นผู้ซ้อนท้ายมาที่ตึก บี.เค.แมนชั่น เมื่อเห็นกลุ่มผู้เสียหายออกมาจากตึกดังกล่าว นายประเสริฐศํกดิ์ ได้ลงจากรถ จยย. ก่อนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด วิ่งไล่ยิงใส่กลุ่มผู้เสียหายที่วิ่งเข้าไปหลบในตึกดังกล่าว จำนวน 3 นัด กระสุนปืนถูกกระจก ทำให้เศษกระจกกระเด็นไปถูกบริเวณใบหน้านายชัยธัช ได้รับบาดเจ็บ

ส่วนนายจตุรงค์ ได้ใช้อาวุธมีดยาวประมาณ 1 ฟุต วิ่งไล่กลุ่มผู้เสียหายเช่นกัน หลังก่อเหตุนายจตุรงค์และนายประเสริฐศักดิ์ ได้ขี่ จยย. หลบหนีไป
ก่อนที่ต่อมานายจตุรงค์ จะเดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงาน สอบสวน สน.บางนา เบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา พยายามฆ่าผู้อื่น, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุทำให้ได้รับ อันตรายแก่กายหรือจิตใจ, มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธ ปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน, พาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไมได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอัน สมควร อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80,83,288,371,376 และตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 7,8,7227 ทวิ
ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในข้อหาพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
ส่วนข้อหาอื่นๆ ให้การปฏิเสธ ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ขณะที่ญาติของนายจตุรงค์ อยู่ระหว่างหาหลักทรัพย์เพื่อจะยื่นประกันตัวต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...