โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

2 ปัจจัยส่งโปรสาวไทย ประสบความสำเร็จในกอล์ฟโลก

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 15 ม.ค. 2562 เวลา 13.40 น.

ปัจจุบันนักกอล์ฟหญิงไทยก้าวไปประสบความสำเร็จในเวทีนานาชาติมากมาย ทั้งระดับสมัครเล่นและอาชีพโดยเฉพาะในแอลพีจีเอทัวร์ ที่มีพี่น้องโมรียากับเอรียา จุฑานุกาล และเพื่อน ๆ สาวไทยหลายคนไปสร้างชื่อเสียง “โปรไทย” ในวงการกอล์ฟโลก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักกอล์ฟไทยก้าวไปถึงจุดนี้ได้นั้นมีหลายอย่าง แต่ปัจจัยที่มีผลต่อความนิยมกีฬากอล์ฟในไทยและมีผลต่อความสำเร็จของนักกอล์ฟหญิงไทย มีอยู่ 2 ปัจจัยสำคัญ คือ 1.ความสำเร็จของรุ่นพี่สร้างแรงบันดาลใจรุ่นน้อง

กอล์ฟอาชีพหญิงไทยเริ่มมาหลายสิบปีแล้ว แต่มาเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูมากในยุค “โปรอุ๋ย” วิรดา โกมุทบุตร (นิราพาธพงศ์พร) มาสู่ “โปรแหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ และคาบเกี่ยวกับโมรียา และเอรียา จุฑานุกาล สองโปรพี่น้อง และคนอื่น ๆตามเข้าไปนับสิบคน โดยนักกอล์ฟสาวไทยคว้าแชมป์รวมไปแล้ว 12 รายการ

เอรียา เป็นนักกอล์ฟไทยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด โดยก้าวไปคว้าแชมป์ 10 รายการในแอลพีจีเอทัวร์ ในจำนวนนั้นเป็นแชมป์เมเจอร์ 2 รายการ ส่วนโมรียา จุฑานุกาล และ ธิฎาภา สุวัณณะปุระ คว้ามาได้คนละ 1 รายการ

หลังจากที่มีนักกอล์ฟไทยหลายคนเข้าไปเล่นในแอลพีจีเอทัวร์ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้นักกอล์ฟรุ่นหลังพยายามก้าวตามรุ่นพี่ ๆ เข้าสู่วงการ

2.แอลพีจีเอทัวร์มาจัดการแข่งขันในไทย ความสนใจกอล์ฟสตรีในเมืองไทยเพิ่มมากยิ่งขึ้น เมื่อแอลพีจีเอทัวร์เข้ามาจัดการแข่งขันแอลพีจีเอในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2006 คือ รายการฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ กลายเป็นกระแสแรงบันดาลใจ

ให้มีนักกอล์ฟสตรีเพิ่มมากขึ้น และทัวร์กอล์ฟอาชีพของสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรีได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน จึงพัฒนาทัวร์ในประเทศให้นักกอล์ฟได้แข่งขันเป็นอาชีพอย่างเป็นรูปเป็นร่างอย่างจริงจัง ครบ 10 ปีแล้ว

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการพัฒนากอล์ฟอาชีพสตรีในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว และดีขึ้นจนกระทั่งปัจจุบันนี้ เหตุผลหนึ่งเพราะมีรายการแอลพีจีเอทัวร์เข้ามาจัดในประเทศไทย เยาวชนได้ชมได้สัมผัสบรรยากาศอย่างใกล้ชิด และได้เรียนรู้การเล่นของเหล่ายอดโปรสาวระดับโลก รวมถึงนักกอล์ฟรุ่นใหม่ได้โอกาสเข้าร่วมแข่งขันด้วย

การพัฒนากอล์ฟอาชีพสตรีไทยเป็นไปอย่างรวดเร็วและดีเยี่ยม ในแต่ละปีมีจัดการแข่งขันของไทยแอลพีจีเอทัวร์ 8 รายการ ไม่นับรวมรายการพิเศษที่ร่วมกับทัวร์ใหญ่ของจีนและออสเตรเลียในปี 2019 มีนักกอล์ฟสาวไทยเป็นสมาชิกแอลพีจีเอทัวร์รวม 11 คน ได้แก่ โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล, โปรโม-โมรียา จุฑานุกาล,

โปรแหวน-พรอนงค์ เพชรล้ำ, โปรจูเนียร์-ธิฎาภา สุวัณณะปุระ, โปรสายป่าน-ปัณณรัตน์ ธนพลบุญรัศมิ์, โปรแจน-วิชาณี มีชัย, โปรแชมเปญ-เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์, โปรกิ๊ฟ-เบญญาภา นิภัทร์โสภณ, โปรปริญญ์-ปวริศา ยกทวน, โปรเมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการและโปรปลาย-พัชรจุฑา คงกระพันธ์

นอกจากนี้ ยังมีนักกอล์ฟหญิงไทยในซีเมทราทัวร์ ซึ่งเป็นทัวร์รองของแอลพีจีเอ และนักกอล์ฟไทยที่เล่นอาชีพในเลดี้ส์ ยูโรเปี้ยนทัวร์, เจแอลพีจีเอทัวร์ (ญี่ปุ่น), เคแอลพีจีเอทัวร์ (เกาหลีใต้), ไชน่าแอลพีจีเอทัวร์ (จีน), ไต้หวันแอลพีจีเอทัวร์ (จีนไทเป) และทัวร์อาชีพในฟิลิปปินส์ รวมแล้วกว่าครึ่งร้อยคน

ความสำเร็จของนักกอล์ฟอาชีพสตรีในประเทศไทย ทำให้บรรดาสปอนเซอร์ต่างก็เข้ามาสนับสนุนมากขึ้น องค์กรผู้ดูแลจัดการแข่งขันพัฒนาก้าวหน้าเป็นมืออาชีพมากขึ้น มีการร่วมมือกับทัวร์อื่น ๆ จนกระทั่งมีบางรายการได้รับคะแนนสะสมโลก

อีกทั้งรายการต่าง ๆ ก็มีการเปิดโอกาสให้นักกอล์ฟสมัครเล่นได้เข้าไปเก็บประสบการณ์ เป็นการพัฒนาเยาวชนกอล์ฟรุ่นใหม่ให้เพิ่มจำนวนมากขึ้น เพื่อจะพัฒนาขึ้นไปเป็นนักกอล์ฟอาชีพฝีมือดี นักกอล์ฟทุกคนล้วนมีเป้าหมายอยู่ที่แอลพีจีเอทัวร์เหมือนอย่างรุ่นพี่ทำได้ในปัจจุบัน

พูดได้ว่า อนาคตของนักกอล์ฟหญิงไทยในวงการกอล์ฟโลกนั้นดีมาก ๆ เนื่องจากมีไฟสว่างและมีใบเบิกทางที่รุ่นพี่ทำไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...