โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

HackerOne แฮกเกอร์สีขาว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 พ.ค. 2563 เวลา 15.50 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2563 เวลา 15.50 น.

คอลัมน์ สตาร์ตอัพปัญหาทำเงิน โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

เวลาพูดถึง“แฮกเกอร์” หลายคนจินตนาการถึงวัยรุ่นใส่เสื้อฮูดตัวโคร่ง รัวคีย์บอร์ดมุ่งทำลายล้างโลก ล้วงความลับธุรกิจมูลค่าหลายพันล้าน หลายคนเรียกพวกเขาว่าอาชญากรไซเบอร์หรือมิจฉาชีพที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจยุคดิจิทัล

แต่เดี๋ยวนี้มีแฮกเกอร์มากมายที่นำพรสวรรค์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เราเรียกพวกเขาว่า white-hat hackers หรือ civic hackers

ยิ่งโควิดระบาด ยิ่งพบว่ามีแฮกเกอร์อาสาพัฒนาเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นแฮกเกอร์ในไต้หวัน ที่พัฒนาแอปเช็กว่าร้านไหนมีหน้ากากอนามัยขาย จนเป็นต้นแบบให้รัฐบาล หรือรัฐมนตรีคนดังแห่งกระทรวงดิจิทัลของไต้หวันอย่าง “ออเดรย์ ถัง” ก็เคยเป็นแฮกเกอร์สีขาวมาก่อน

สตาร์ตอัพวันนี้่มีชื่อว่าHackerOne เป็นบริษัทที่รวม civic hackers ไว้ในสังกัดถึง 6 แสนคน จาก 150 ประเทศ

HackerOne ช่วย “ลูกค้า” ซึ่งได้แก่องค์กรเอกชนและหน่วยงานของรัฐ หาแฮกเกอร์มือดีมาเช็กระบบว่ามีจุดบกพร่องอะไรก่อนใช้งานจริง

โดย HackerOne จะกระจายข่าวให้เด็กในสังกัดรู้ผ่าน Bug bounty platform ของบริษัท ใครสนใจก็เข้าร่วมแข่งได้ ยิ่งหาช่องโหว่ระบบเจอข้อบกพร่องที่สำคัญ ยิ่งได้เงินรางวัลเยอะ

ถ้าเป็นงานทั่วไป จะได้เงินตอบแทน 100-500 เหรียญต่อการรายงาน 1 จุด แต่ถ้าเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่หรือพบสิ่งที่กระทบวงกว้าง รางวัลจะพุ่งเป็นหลักพันหรือหลักหมื่นเหรียญ

HackerOne บอกว่า แฮกเกอร์ที่ทำเงินสูงสุดสามารถกวาดเงินรางวัลสะสมได้เกิน 1 ล้านเหรียญ ตอนนี้มีแฮกเกอร์ “มือทอง” อยู่ในสังกัด 6 คน

คนแรกเป็นเด็กหนุ่มอายุแค่ 19 ปี จากอาร์เจนตินาที่สามารถเจาะระบบที่ซับซ้อนของบริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Verizon Media Company Twitter และ WordPress

HackerOne มีลูกค้ากว่า 1,500 ราย ส่วนมากเป็นบิ๊กเนม Uber Airbnb GM Alibaba Google Intel Microsoft Qualcomm Dropbox Starbucks กระทั่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐ

7 ปีที่ผ่านมา HackerOne หาข้อบกพร่องของระบบในองค์กร ได้กว่า 150,000 จุด คิดเป็นเงินรางวัลรวมถึง 81 ล้านเหรียญ ที่องค์กรยักษ์ใหญ่ยอมควักกระเป๋าจ่าย HackerOne ให้ทำงานให้ มาจากการยอมรับความจริงว่าต่อให้ระบบที่พัฒนาขึ้นจะดีแค่ไหน ทุกระบบย่อมต้องมี “จุดอ่อน”

การให้แฮกเกอร์ซึ่งเป็น “คนนอก” ช่วยตรวจสอบให้จึงเป็นมาตรฐานที่บริษัทขนาดใหญ่นิยมปฏิบัติ เพื่อให้มั่นใจว่า ไม่ได้“มองข้าม” ปัญหาใดไป

นอกจากนี้ “สปีด” ในการเจาะหาช่องโหว่ต่าง ๆ ของ HackerOne ยังช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุนทางธุรกิจได้มหาศาล

เฉลี่ยแล้ว 77% ของลูกค้า จะได้รับรายงานผลข้อบกพร่องของระบบภายใน 24 ชั่วโมง

ความไวระดับนี้ เอ็นจิเนียร์หรือโปรแกรมเมอร์ประจำองค์กรทำไม่ได้ แต่ HackerOne ทำได้ เพราะได้เปรียบทั้งเรื่องจำนวนและความยืดหยุ่นของชั่วโมงทำงาน

ลองนึกภาพกองทัพแฮกเกอร์กว่า 6 แสนคนทั่วโลก ตั้งแต่อินเดียไปจนถึงเวเนซุเอลา ที่พร้อมลงมือ “แฮก” ตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง ดูแล้วกันว่าน่ากลัวขนาดไหน ต่อให้เป็นระบบที่สลับซับซ้อนปานใดก็ไม่คณนามือ เช่น ตอนกระทรวงกลาโหมจ้าง HackerOne ทำโครงการ “Hack the Pentagon” ในปี 2016 ทีมแฮกเกอร์ของ HackerOne พบ bug ตัวแรกของเพนตากอนได้ภายใน 13 นาที จากนั้นเพิ่มเป็น 200 จุดภายใน 6 ชั่วโมง

โครงการนี้มีแฮกเกอร์ร่วมแข่งขัน 1,400 คน กวาดเงินรางวัลทั้งสิ้น 75,000 เหรียญ

งานดีจนกระทรวงต้องต่อสัญญาอีกครั้งในปี 2019 คราวนี้มีแฮกเกอร์ฝีมือดีเข้าร่วม 52 คน เป็นการร่วมกันเจาะเข้าระบบออนไลน์ของหน่วยงานความมั่นคงกว่า 60 แห่ง ใช้เวลาทั้งสิ้น 5 สัปดาห์ พบช่องโหว่ในระบบ 146 จุด ฟันเงินรางวัลกันไป 275,000 เหรียญ (ช่องโหว่ใหญ่สุดได้เงินถึง 20,000 เหรียญ)

ด้วยชื่อชั้นเบอร์นี้ HackerOne จึงได้รับความเชื่อถือมากขึ้นเรื่อย ๆ ปลายปีที่แล้วบริษัทระดมทุนได้อีก 40 ล้านเหรียญ ทำให้มียอดเงินทุนทั้งหมดกว่า 110 ล้านเหรียญ ส่วนแฮกเกอร์ในสังกัดซึ่งจำนวนมากเป็นเด็กวัยรุ่นก็พลอยมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้ภาพลักษณ์ “แฮกเกอร์” ดูดีขึ้น กลายเป็นอาชีพ “สุจริต” อีกอาชีพที่น่าสนใจและดูมีอนาคตสำหรับคนยุคใหม่ไปแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...