โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มหากาพย์นาฬิกาหรู จาก "ยืมเพื่อนใส่" ถึง "ยืมใช้คงรูป" จับตาภาคต่อบิ๊กป้อม

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 07 มิ.ย. 2563 เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2563 เวลา 03.06 น.

ปมร้อนนาฬิกาหรู “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่สังคมยังสงสัยและต้องการคำตอบ

ถึงที่มาที่ไปของนาฬิกายี่ห้อริชาร์ด มิลล์ ราคาหลักสิบล้านบาท ที่ พล.อ.ประวิตรสวมใส่ขณะถ่ายรูปหมู่ร่วมเฟรมกับคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคม 2560

ก่อนโดนเพจดังและชาวเน็ตตามขุดคุ้ยภาพใส่นาฬิกาหรูเรือนอื่นอีกจำนวนกว่า 20 เรือน

ที่เป็นปัญหาคือ ทุกเรือนไม่พบการแจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

เนื่องจากตามกฎหมาย หากทรัพย์สินมูลค่ารวมเกิน 2 แสนบาทจำเป็นต้องแจ้งและเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.

ความสงสัยทั้งหมดจึงพุ่งเป้าไปยัง พล.อ.ประวิตรที่ต้องออกมาชี้แจงต่อสังคม

อ้างว่านาฬิกาหรูดังกล่าวเป็นของเพื่อน “ยืมเพื่อนใส่”

เพื่อนคนนั้นคือ นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ หรือเสี่ยคราม ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเซนต์คาเบรียล เป็นกรรมการในมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดที่ พล.อ.ประวิตรเป็นประธานกรรมการมูลนิธิ

เป็นการยืมมาใส่หลายครั้ง หลายเรือน ยืมแล้วผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนคืนตลอด

ต่อมามีหลายคนยื่นร้อง ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบทั้งประเด็นการไม่แจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และประเด็นการรับทรัพย์สินมูลค่าเกิน 3 พันบาท

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ประเด็น ป.ป.ช.มีมติตีตกคำร้อง เหตุไม่มีข้อมูลเพียงพอและรับฟังได้ว่าเป็นการยืมนาฬิกาเพื่อน

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นเรื่องขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบเพิ่มเติมประเด็นไม่แจ้งหนี้สินในมูลค่านาฬิกาที่ได้มาจากการยืม

เวลาผ่านพ้นมาความกระจ่างชัดของ “นาฬิกาหรูยืมเพื่อน” ได้ข้อสรุปอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 สำนักงาน ป.ป.ช.ทำหนังสือถึงนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะผู้ร้องตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

เพื่อแจ้งผลพิจารณากรณีขอให้ชี้มูลความผิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ฐานไม่แจ้งหนี้สินในมูลค่านาฬิกาหรูที่มาจากการยืม

ป.ป.ช.ยืนยันอีกครั้ง พล.อ.ประวิตรไม่มีหน้าที่ต้องแสดงการยืมนาฬิกาดังกล่าวเป็นหนี้สินในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

เนื่องจากไม่ใช่หนี้สินตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนดให้ต้องแสดงในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เป็นเจ้าของนาฬิกาตามที่ปรากฏเป็นข่าวและได้ให้ พล.อ.ประวิตรยืมใช้ในโอกาสต่างๆ

และ พล.อ.ประวิตรคืนนาฬิกาให้กับนายปัฐวาทเมื่อใช้สอยเสร็จแล้ว

การยืมใช้ดังกล่าวเป็น “การยืมใช้คงรูป”

แม้เป็นหนี้ แต่มิใช่หนี้สินตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนดให้ต้องแสดงในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

เพราะตามคำอธิบายการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินท้ายแบบบัญชีรายการหนี้สินล้วนหมายถึงหนี้สินที่เป็นเงินตราเท่านั้น

มิใช่เป็นการยืมใช้สอยได้เปล่าและมีการคืนทรัพย์สินให้แก่ผู้ยืม

ดังนั้น พล.อ.ประวิตรจึงไม่มีหน้าที่ต้องแสดงการยืมนาฬิกาดังกล่าวเป็นหนี้สินในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

เมื่อดูนิยามคำว่า “ยืมใช้คงรูป” พบบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 640 ระบุ

“อันว่ายืมใช้คงรูปนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้ให้ยืม ให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้ยืม ใช้สอยทรัพย์สินสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เปล่าและผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินนั้น เมื่อได้ใช้สอยเสร็จแล้ว”

กระนั้นก็ตาม คำตอบล่าสุดจาก ป.ป.ช.ถึงนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยังไม่สามารถคลี่คลายความสงสัยจากสังคมได้

ทำให้นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ต้องออกมาชี้แจงอธิบายความว่า

เรื่องดังกล่าวเป็นกรณีนายเรืองไกรยื่นร้องภายหลังคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติว่ากรณีดังกล่าวยังไม่มีมูลเพียงพอว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

คำร้องดังกล่าวเป็นการร้องให้ตรวจสอบว่าไม่มีการแสดงหนี้จากการยืมนาฬิกาในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน

คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วว่าหนี้ตามกฎหมาย ป.ป.ช.ที่จะต้องยื่นในแบบบัญชีมี 4 ประเภท คือ

1.เงินเบิกเกินบัญชี 2.เงินกู้ธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 3.หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ และ 4.หนี้สินอื่น

ทั้งหมดเป็นหนี้เกี่ยวกับการเงิน ไม่มีหนี้ที่ยืมใช้แบบคงรูปในแบบบัญชี

ดังนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีหนังสือถึงนายเรืองไกร เพื่อตอบกลับและแจ้งข้อสรุปถึงประเด็นดังกล่าว

 

ฟากผู้ร้องอย่างนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่ได้รับคำตอบจาก ป.ป.ช. แต่ยังคงมีข้อสงสัยอันต้องท้วงติงในมติที่ออกมา

นายเรืองไกรเผยถึงผลการสอบสวนของ ป.ป.ช.ว่า

ได้ดูหนังสือที่สำนักงาน ป.ป.ช.ส่งมา คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่ได้ตอบคำถามท้ายหนังสือเรื่องรับประโยชน์อื่นใดที่ถามไป

กรณีนี้พูดคุยกับ ส.ส.หลายคนว่าสามารถเข้าชื่อยื่นศาลฎีกาวินิจฉัยว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบได้หรือไม่

นอกจากนี้ มีนักกฎหมายแนะนำช่องทางดำเนินการต่อ โดยให้ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้วินิจฉัยมติของ ป.ป.ช.ต่อเรื่องดังกล่าว เป็นการใช้อำนาจไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งและให้ดำเนินการวินิจฉัยให้ถูกต้องตามขั้นตอน

พร้อมยืนยันเรื่องนี้มีภาคต่อแน่นอน เพราะมีความพยายามคล้ายกับว่าจะให้จบเรื่องโดยอภินิหารทางกฎหมายที่ยกมาอธิบาย

แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ ขอให้โปรดรอติดตาม

เพราะตามหนังสือของ ป.ป.ช.ทำให้เห็นช่องทางตามกฎหมายอื่นเพิ่มด้วย

โดยเฉพาะประมวลรัษฎากร ซึ่งการได้ใช้ทรัพย์สินโดยไม่เสียค่าเช่าค่าตอบแทน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39 ให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน

ดังนั้น เรื่องนี้ต้องร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง

เพื่อสั่งการอธิบดีกรมสรรพากรตามประเมินและเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก พล.อ.ประวิตรโดยด่วน

จากการยืมใช้คงรูปดังกล่าว

โดยได้ส่งจดหมายลงทะเบียนอีเอ็มเอสถึง พล.อ.ประยุทธ์ และนายอุตตม เพื่อสั่งให้เก็บภาษีพร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ (ถ้ามี) จาก พล.อ.ประวิตรแล้ว

 

ประเด็นนาฬิกายืมเพื่อน ที่ ป.ป.ช.มีมติว่าเป็นการยืมใช้คงรูปมีความเห็นตามมาจากสังคมหลายแวดวง

รวมถึงความเห็นจากนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า และอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ที่โพสต์เฟซบุ๊ก สรุปใจความได้ว่า

กรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืมใช้คงรูป เปิดช่องให้ซุกทรัพย์สินได้ง่ายขึ้น

คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาถึงประเด็น พล.อ.ประวิตรยืมนาฬิกาหรูจากเพื่อน เป็นการยืมใช้คงรูปและไม่ได้เป็นหนี้สินที่ต้องแสดงในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้น

ทำให้ พล.อ.ประวิตรรอดพ้นจากการถูกตรวจสอบอีกเช่นเคย

ส่วนสังคมตั้งคำถามถึงมาตรฐานการทำงานขององค์กรอิสระในไทย

แต่ผลกระทบที่ร้ายแรงกว่านั้น ซึ่งไม่ทราบว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.เล็งเห็นถึงบ้างหรือไม่

นั่นคือแนวทางการวินิจฉัยกรณี พล.อ.ประวิตรยืมใช้คงรูป ส่งผลพวงทำลายระบบการตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมืองและข้าราชการ

ทำลายระบบบังคับให้นักการเมืองและข้าราชการระดับสูงต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไปหมดสิ้น

ต่อไปนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงคนใดที่ต้องการซุกทรัพย์สิน

สามารถยืมมุข “ยืมใช้คงรูป” แบบ พล.อ.ประวิตรมาใช้ได้

ทรัพย์สินราคาแพงๆ จำพวกเครื่องประดับ แหวน สร้อยทอง นาฬิกา รถสปอร์ต ไม่จำเป็นต้องถูกแจ้งในบัญชีอีก

“ขอเพียงหาเพื่อนเศรษฐีสักคนมาแสดงตนเป็นเจ้าของ แล้วอธิบายว่าเครื่องประดับ รถ ข้าวของแพงๆ ที่ใช้อยู่ยืมเขามาทั้งนั้น”

จากนี้คงต้องรอติดตามดูภาคต่อของมหากาพย์นาฬิกาหรู “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ”

แม้ ป.ป.ช.จะมีความเห็นว่ายืมนาฬิกาหรูเพื่อนใส่ทำได้เพราะเป็นการยืมใช้คงรูป

แต่สุดท้ายแล้วสังคมยังคงมีคำถามคาใจ สงสัยตะขิดตะขวงในมหากาพย์นาฬิกาหรูยืมเพื่อน

ที่ไม่ได้ลดน้อยถอยลงแต่อย่างใด

 

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย.63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...