โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบงก์ชาติออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู-พักทรัพย์พักหนี้ มูลค่า 3.5 แสนล้านบาท เอกชนแห่ขานรับ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 มี.ค. 2564 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2564 เวลา 12.25 น.

แบงก์ชาติออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู-พักทรัพย์พักหนี้ มูลค่า 3.5 แสนล้านบาท เอกชนแห่ขานรับ

ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย มีการแถลงข่าวเรื่อง มาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19ประกอบด้วย ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ประธานสมาคมธนาคารไทย ประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สัญญาณการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) คาดการณ์ไว้ว่าจะสามารถกลับมาอยู่ในระดับก่อนวิกฤตโควิด-19 ในไตรมาสที่ 3/2565 การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมีความไม่เท่ากัน ภาคอุตสาหกรรม ภาคการส่งออก ฟื้นตัวดีขึ้น แต่ภาคบริการที่พึ่งการท่องเที่ยว มีการฟื้นตัวช้า ต้องใช้เวลา 4-5 ปี นักท่องเที่ยวต่างชาติถึงกลับมาเหมือนเดิม ที่จำนวน 40 ล้านคน

นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือปัจจุบันยังไม่เพียงพอกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ มาตรการตัวใหม่จะเข้ามาตอบโจทย์กับปัญหา คือ 1.มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 250,000 ล้านบาท มุ่งเน้นให้สถาบันการเงินส่งผ่านสภาพคล่องดังกล่าวแก่ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ได้รับผลกระทบแต่ยังมีศักยภาพ ซึ่งได้ปรับปรุงข้อจำกัดจากมาตรการครั้งที่แล้ว ประกอบไปด้วย 1.ขยายขอบเขตของลูกหนี้ให้สามารถเข้าถึงได้ 2.ขยายเวลาให้ยาวขึ้น 3.ขยายวงเงิน 4.กำหนดดอกเบี้ยให้เหมาะสม เอื้อต่อการปล่อยสินเชื่อให้ง่ายขึ้น 5.ขยายการชดเชยรองรับความเสี่ยงที่สูงขึ้น

นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า 2.มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์ชำระหนี้ และให้สิทธิลูกหนี้ซื้อคืน (โครงการพักทรัพย์ พักหนี้) วงเงิน 100,000 ล้านบาท มุ่งเน้นในการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ต้องใช้เวลานานในการฟื้นตัว แต่ยังมีศักยภาพและมีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน ด้วยการเจรจากับเจ้าหนี้สถาบันการเงินเพื่อหยุดหรือลดภาระหนี้ ประโยชน์ของมาตรการนี้ คือ 1.ลดภาระลูกหนี้ 2.ให้โอกาสลูกหนี้ซื้อสินทรัพย์กลับคืนได้ 3.ลดความเสี่ยงการขายทรัพย์สินในราคาถูกเกินไป 4.มีโอกาสกลับมาบริหารสินทรัพย์ได้

“แนวทางที่ได้วางเอาไว้ ให้มีความยืดหยุ่น รองรับความไม่แน่นอนตามสถานการณ์ ,ทำให้ครอบคลุมกับปัญหาที่หลากหลาย แก้ปัญหาให้ตรงจุดมากขึ้น และให้ระยะเวลาที่ยาวมากขึ้นตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในบางอุตสาหกรรมที่ใช้ระยะเวลานาน” นายเศรษฐพุฒิ กล่าว

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลเห็นถึงความเร่งด่วน ในการฟื้นฟูภาคธุรกิจ ทางกระทรวงการคลังได้ช่วยเหลือมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู โดยใช้กลไกการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อแบกรับความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ จึงได้เตรียมออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การค้ำประกัน ผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ภาระชดเชยสูงสุด 40% ทางรัฐบาลจะชดเชยค่าธรรมเนียมโดยเฉลี่ยไม่เกิน 3.5% ต่อปี อีกทั้งได้ร่วมกับทางกระทรวงมหาดไทย ลดหย่อนค่าธรรมเนียมจดจำนอง เหลือ 0.01%

นางสาวกุลยา กล่าวว่า ส่วนมาตรการพักทรัพย์พักหนี้ ทางกระทรวงการคลังจะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับการตีโอนทรัพย์ ระหว่างสถาบันการเงินกับผู้ประกอบธุรกิจ และยังได้ร่วมกับทางกระทรวงมหาดไทย ลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน การจดจำนอง เหลือ 0.01%

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า นับเป็นข่าวดีที่ได้มีมาตรการใหม่ออกมา ซึ่งได้ช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจได้ตรงจุด โดยคำนึงถึงความกังวลของสถาบันการเงิน เสถียรภาพ ต้นทุน ของระบบ สมาคมฯมีความพร้อมในการดำเนินการตามมาตรการช่วยเหลือตัวใหม่ พร้อมกับติดตามสถานการณ์ของลูกหนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดทันท้วงที

นายฉัตรชัย ศิริไล ประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ กล่าวว่า มาตรการที่ออกมาใหม่ ลูกหนี้ธนาคารของรัฐได้รับประโยชน์สูง เพราะกลุ่มลูกหนี้ส่วนใหญ่ไม่แข็งแรง จากนี้จะมีการขีดเส้นก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 เพื่อคัดกรองลูกหนี้ว่ามีใครสามารถเข้ามาตรการตัวใหม่ได้

นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มาตรการก่อนหน้าไม่มีความเหมาะสมต่อสถานการณ์ ขอขอบคุณที่รับฟังภาคเอกชนที่ได้เสนอแนะไปหลายครั้ง จากนี้ไปการดำเนินการไปข้างหน้าเป็นเรื่องสำคัญ การสื่อสารหลังจากนี้ที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ได้ตั้งไว้

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือตัวใหม่ได้ปลดล็อกอย่างจริงจัง มีการช่วยเหลือทุกภาคส่วนธุรกิจ ธนาคารของรัฐมีการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามฝากถึงธนาคารเอกชน ให้มีส่วนร่วมในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...