โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Kick off ‘ถนนสายเอเชีย’ วิ่งสูงสุด 120 กม./ชม. ลุยขยายต่อ 2,000 กม. ทั่วประเทศ

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 เม.ย. 2564 เวลา 11.45 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2564 เวลา 11.45 น. • The Bangkok Insight

“คมนาคม” Kick off “ถนนสายเอเชีย บางปะอิน – ต่างระดับอ่างทอง” ต้นแบบเหยียบ 120 กม./ชม. ฟุ้ง! แก้รถติด ลดอุบัติเหตุ เตรียมขยายต่อ 2,000 กม. ทั่วประเทศ

วันนี้ (1 เม.ย.) บริเวณหมวดทางหลวงบางปะอิน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี “เริ่มต้นใช้ความเร็ว 120กิโลเมตร/ชั่วโมง บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (ช่วงหมวดทางหลวงบางปะอิน - ทางต่างระดับอ่างทอง)”

ถนนสายเอเชีย 120 กม./ชม.

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายการปรับเพิ่มอัตราความเร็วของรถยนต์ จากความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เฉพาะถนนที่ได้มาตรฐานตามที่กฎกระทรวงกำหนด มีช่องจราจร (เลน) ตั้งแต่ 4 ช่องขึ้นไป ไม่มีจุดกลับรถระดับราบ มีเกาะกลางถนนแบบกำแพงกั้น และมีความปลอดภัยด้านวิศวกรรมสูง

โดยที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้เตรียมการนโยบายนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นผลสำเร็จ และประกาศกฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วฉบับใหม่ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา

เส้นทางแรกที่ถือเป็น “ต้นแบบ” จุดเริ่มต้นในการใช้ความเร็ว 120กิโลเมตรต่อชั่วโมง คือ ทางหลวงหมายเลข 32(ถนนสายเอเชีย) ช่วงหมวดทางหลวงบางปะอิน ถึง ทางต่างระดับอ่างทอง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นประธานพิธีเปิดการใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. บน ถนนสายเอเชีย

เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ใช้อัตราความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ที่สำคัญคือ มีความปลอดภัยสูง ทางกระทรวงคมนาคมยังได้สั่งการและเน้นย้ำให้กรมทางหลวง (ทล.) ปรับปรุงเพิ่มมาตรฐานทางกายภาพให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ได้แก่ เสริมการก่อสร้างอุปกรณ์ป้องกันด้านข้างทาง (Concrete Barrier) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงเนื่องจากการเสียหลักตกเกาะกลาง ปรับปรุงจุดกลับรถระดับราบ เพื่อลดการตัดกันของกระแสจราจร

ติดตั้งป้ายจราจรและป้ายเปลี่ยนข้อความได้เพื่อสื่อสารการใช้ความเร็วที่เหมาะสมในแต่ละช่องจราจร รวมทั้งติดตั้งแถบเตือน Rumble Strips เพื่อแจ้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดการเข้าเขตควบคุมความเร็ว

การกำหนดอัตราความเร็วรถเป็น 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนสายเอเชียนั้น จะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดและปัญหาอุบัติเหตที่เกิดจากการชนท้ายหรือการเปลี่ยนช่องจราจร อันเนื่องมาจากรถวิ่งด้วยความเร็วที่แตกต่างปะปนกันไป ไม่เป็นระเบียบ อีกทั้งยังทำให้ถนนสายเอเชียในอนาคตจะไม่มีจุดกลับรถระดับราบ ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และปลอดภัยตลอดเส้นทาง

โครงการ 120 กม./ชม.

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ ทล. มีแผนจะประกาศใช้สายทางที่วิ่งได้สูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะที่ 2 ภายในเดือนสิงหาคม 2564 นี้ ครอบคลุมเส้นทางในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) และภาคใต้ ระยะทางประมาณ 260 กิโลเมตร ยกตัวอย่างเช่น

  • ทางหลวงหมายเลข 32 ช่วง อ่างทอง – สิงหบุรี
  • ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงหางน้ำหนองแขม - นครสวรรค์
  • ทางหลวงหมายเลข 2 ตอนบ่อทอง-มอจะบก
  • ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วง เขาวัง-สระพระ

พร้อมทั้งดำเนินการต่อเนื่องเพิ่มเติมบนทางหลวงสายหลักอีกประมาณ 1,760 กิโลเมตร ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 เป็นต้นไป ยกตัวอย่างเช่น

  • ทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธิน
  • ทางหลวงหมายเลข 2 มิตรภาพ
  • ทางหลวงหมายเลข 24 สีคิ้ว-อุบลราชธานี
  • ทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง -สุพรรณบุรี
  • ทางหลวงหมายเลข 44 กระบี่-ขนอม
วิ่ง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวงได้คัดเลือกเส้นทางนำร่อง คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 บางปะอิน - พยุหะคีรี (ช่วงอยุธยา – อ่างทอง) ระหว่าง กม. 4+100 ถึง กม. 50+000 ทั้งขาเข้าและขาออก ระยะทาง 45.9 กิโลเมตร

แบ่งการใช้ความเร็วเป็น 3 ระดับ คือ ช่องซ้ายสุด ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่องกลางไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยในช่องขวาขับขี่ไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้ผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วแตกต่างกันในเส้นทาง ใช้ทางสาธารณะร่วมกันได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดยมีผลบังคับใช้ในวันนี้ 1 เมษายน 2564 เป็นเส้นทางแรก

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...