โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผัวเมียตกงาน-ไร้เงิน อาศัยตู้ปันสุขเลี้ยง5ชีวิต ผันขายปลาเผาโกยเงินหมื่น

Khaosod

อัพเดต 06 มี.ค. 2564 เวลา 09.15 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2564 เวลา 09.15 น.
ผัวเมียตกงาน-ไร้เงิน อาศัยตู้ปันสุขเลี้ยง5ชีวิต ผันขายปลาเผาโกยเงินหมื่น

สองผัวเมีย ตกงานเพราะ โควิด น้ำตาตกไร้เงิน อาศัย ตู้ปันสุข ประทังชีวิตพร้อมลูกน้อยอีก 3 ชีวิต กลับเมืองตรังทำ ปลาเผา ขาย 5เดือน โกยเงินวันละหมื่น

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

วันที่ 6 มี.ค.2564 นางพรรณ์ปภาร์ โออินทร์ หรือ โบว์ อายุ 32 ปี พร้อมด้วย นายโอฬาร โออินทร์ หลวงเกมส์ อายุ 35 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของร้าน "99 เมี่ยงปลาเผาซิ่ง" เมนูปลาเผาสุดอร่อย กับสโลแกน "ปลาสด น้ำจิ้มแซ่บ" ตั้งอยู่ริมถนนนาโยง-ย่านตาขาว ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง จ.ตรัง ที่ช่วยกันขายเมี่ยงปลาเผาจนเป็นที่นิยมติดใจของลูกค้า และประสบความสำเร็จในการขาย

เพราะพิษไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทำให้สองสามีภรรยาตกงาน โดยนางพรรณ์ปภาร์ มีอาชีพเป็นกุ๊กโรงแรมชื่อดังในจ.ภูเก็ต ส่วนนายโอฬารยึดอาชีพขับรถรับส่งนักท่องเที่ยว แต่ปรากฏว่าหลังโควิด 19 ระบาดรอบแรก ทั้งสองต้องตกงานถูกเลิกจ้าง แต่มีภาระคือต้องดูแลลูก ๆ 3 คน ที่กำลังเล่าเรียน และครอบครัวอีกส่วนหนึ่ง แต่ขาดรายได้ ถึงขั้นต้องอาศัยกินอาหารจากตู้ปันสุข เพื่อประทังชีวิตและเพื่อดูแลลูก ๆ ให้รอดพ้นจากความหิวกระหายไปในแต่ละวัน และต้องติดอยู่ที่ จ.ภูเก็ต กว่า 2 เดือน

หลังจากมีการเปิดจังหวัด จึงได้เดินทางกลับบ้านเกิด คือที่ จ.ตรัง ทั้ง 5 ชีวิต เมื่อกลับมาถึงก็ไม่มีงานทำ และยังไม่มีรายได้ ภรรยาจึงได้นำความรู้จากการเป็นกุ๊กหันหน้าเข้าหาสามี ตัดสินใจ นำความรู้ความสามารถประสบการณ์ที่สะสมมา ทำเมี่ยงปลาเผา ลองผิดลองถูก โดยยังไม่มีหน้าร้าน ให้สามีขายส่งแบบเดลิเวอรี่ แต่ปรากฏว่าลูกค้าให้การตอบรับอย่างล้นหลาม จนสามารถขยับขยายมาเปิดร้านกลางทุ่งนา จนประสบความสำเร็จในชีวิต ดูครอบครัวพนักงานในร้านที่เป็นเครือญาติกันกว่า 10 ชีวิต ให้มีรายได้ที่มั่นคง

นอกจากน้ำจิ้มรสเด็ดสูตรพิเศษ น้ำจิ้ม 2 แบบทั้งน้ำจิ้มหวานมันใส่ถั่วและน้ำจิ้มซีฟู้ดเผ็ดเปรี้ยวจี๊ด ของทางร้านที่เป็นจุดขายแล้ว ทางร้านนี้ยังมีอาหารทะเลสดใหม่อร่อยในราคาย่อมเยาและบรรยากาศโดยรอบเป็นธรรมชาติ นั่งในซุ้มไม้ไผ่ที่จัดเรียงรายกลางทุ่งนา อย่างเป็นระเบียบ รับลมโกรกพัดเย็นสบาย พร้อมชมแสงตะวันยามเย็นลับยอดไม้อีกด้วย

เมี่ยงปลาเผาที่นี่จะเลือกใช้เนื้อปลาทับทิมจากคลองหินขวาง ต.ท่าพญา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง มาเป็นตัวชูโรง เพราะปลาทับทิมที่นี่เป็นปลา 2 น้ำ ทำให้การเพาะเลี้ยงปลามีน้ำถ่ายเทตลอดปลามีความสะอาดสูงเนื้อหวานอร่อย ซึ่งวิธีการทำนำไส้และเครื่องในของปลาออก ทำความสะอาดใช้เวลา 3 ชั่วโมง เน้นความสะอาดเป็นพิเศษ โดยในแต่ละวันถ้าเป็นวันปกติจะใช้ปลาประมาณ 50-70 ตัว ถ้าเป็นวันหยุดจะใช้ปลาวันละ 80-120 ตัว ขนาดตัวอยู่ที่ 6 ขีด ถึง 1 กิโลกรัม 2 ขีด เพราะขนาดตัวและเนื้อปลากำลังดี

จากนั้น นำตะไคร้ทุบมัดให้สวย ข่าหั่นแว่น ใบมะกรูด ยัดเข้าไปในท้องปลา จากนั้นนำปลาไปคลุกเคล้ากับเกลือซึ่งเกลือที่นี่มีการผสมสูตรโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเคล็ดลับของทางร้าน จากนั้นก่อไฟใช้ถ่านอัดแท่งเพราะความร้อนจะคงที่ เมื่อความร้อนคงที่แล้วนำปลาไปเผาบนตะแกรง โดยเวลาในการเผ่าต้องแป๊ะ ไม่เกิน 30 นาทีและความร้อนของไฟต้องสม่ำเสมอ เนื้อภายในสุกหอมกำลังพอดีมีความฉ่ำไม่แห้ง จากนั้นจัดผักเครื่องเคียงที่ส่วนใหญ่แล้วจะเลือกใช้เป็นผักกาดขาว ผักกาดหอม ผักชีฝรั่ง ใบสะระแหน่ โหระพา หรือผักอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องเคียงเป็นเส้นหมี่ลวกโรยด้วยกระเทียมเจียวที่รับประทานคู่กันได้อร่อยอย่างลงตัว สำหรับน้ำจิ้มนั้นเลือกใช้เป็นเครื่องปรุงน้ำจิ้มซีฟู้ดหรือเป็นเครื่องปรุงแบบน้ำจิ้มถั่วที่ให้รสชาติหอมอร่อยแตกต่างกัน โดยน้ำจิ้มซีฟู้ดนั้นจะเน้นรสชาติเผ็ด เปรี้ยว และเค็มนำ แต่น้ำจิ้มถั่วจะเน้นเป็นเผ็ด หวาน เค็ม และมันนำ ส่วนวิธีการรับประทานนั้นจะคล้ายกับการรับประทานเมี่ยงทั่วไป คือ การใช้ผักหลายชนิดมาทำเป็นฐานใส่เนื้อปลาและใส่น้ำจิ้มรวมเส้นหมี่ลวกเข้าไปด้วย ทำเป็นคำแล้วรับประทานจะได้รสชาติที่ดีเยี่ยมเลย ราคาเริ่มต้นที่ 99 บาท ตามขนาดน้ำหนักของตัวปลา

นอกจากนั้น ยังมีเมนูที่เป็นซิกเนอเจอร์ของร้าน คือ กุ้งถังทะเลแตก มี 3 ไซร้ให้เลือก ราคา 129-159-199 บาท และยังมีเมนู ลาบ ยำ ตำ เครื่องดื่มอีกหลากหลาย จะมาเดี่ยว มาคู่ มาเป็นครอบครัว หรือเป็นทีม ก็คุ้ม เปิด 11.30 น.-21.30 น. หยุดทุกวันจันทร์ หรือสามารถติดต่อสั่งได้ทาง FB: โบว์ ศรีสวัสดิ์ โทร.093-6580906 ,098-6821479

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...