โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เพนโฟลด์เดินเครื่องบุกตลาดไวน์พรีเมี่ยมเมืองไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.ค. 2564 เวลา 12.19 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2564 เวลา 10.23 น.

แจ้งเกิดตลาดไวน์พรีเมี่ยมในไทย “เพนโฟลด์” ผสานวัฒนธรรมการดื่มไวน์จับกระแส Work Form Home รับเทรนด์บริโภคในบ้านมาแรง

วันที่ 2 กรกฎาคม 2564 นายโยดีเซน มูตูซามี่ ผู้จัดการทั่วไปด้านฝ่ายขายระหว่างประเทศของเพนโฟลด์ ไวน์พรีเมียมสัญชาติออสเตรเลีย ในเครือ Treasury Wine Estates (TWE) ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายไวน์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดไวน์โลกมีมูลค่าราว 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับประเทศไทยแม้ตลาดไวน์จะยังไม่มีตัวเลขมูลค่าอย่างแน่ชัด แต่เป็นประเทศที่มีแนวโน้มการดื่มไวน์มากขึ้น

สะท้อนจากการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีมูลค่าการใช้จ่ายรวมในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ประกอบกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารแบบไฟน์ไดนิ่ง (Fine-dining) ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เติบโตขึ้น ส่งผลให้ความนิยมของไวน์เกรดพรีเมี่ยมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในกลุ่มตลาดผู้บริโภคชาวไทย ทำให้ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญในการขยายตลาดไวน์ของเพนโฟลด์

นายโยดีเซน กล่าวต่อไปว่า ความน่าสนใจของประเทศไทยคือ ในปีที่ผ่านมาแม้เจอสถานการณ์โควิด แต่ปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยเฉลี่ย 103.3 ล้านลิตร จึงถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน
และเมื่อเทียบสถิติพบว่าแบรนด์ไวน์ออสเตรเลียติด 1 ใน 4 ที่นิยมในไทย และเพนโฟลด์ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ในประเภทไวน์ มีการเติบโตเฉลี่ยระหว่างปี 2558-2562 ราว 8.3%

ตลอดจนกลุ่มผู้บริโภคไทยเปิดใจรับไวน์ใหม่ ๆ มากขึ้น และเริ่มหันมาบริโภคไวน์กลุ่มพรีเมี่ยมมากขึ้น โดยเฉพาะเจนมิลเลนเนียลที่พร้อมจ่ายเพื่อแลกกับคุณภาพ

ขณะที่ปี 2563 ในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายในไทยสูงขึ้นถึง 82% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562

ดังนั้นในปี 2564 บริษัทจึงเตรียมทำการตลาดไวน์พรีเมี่ยมในประเทศไทย โดยหันมาโฟกัสเทรนด์การรับประทานไวน์ที่บ้านแทน โดยเน้นไปที่การสร้างการรับรู้ และสร้างประสบการณ์ในการสื่อสารวัฒนธรรมการดื่มไวน์ ควบคู่กับการปรับแผนตามมาตรการสำคัญของทางภาครัฐ

“ขณะนี้ตลาดไวน์ในประเทศไทยมีการแกว่งตัวสูง โดยมีสาเหตุมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้รัฐออกมาตรการคุมเข้ม เช่น ปิดร้านอาหาร เป็นต้น ผนวกกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง แต่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวและมีการเติบโตในระยะยาวได้ เมื่อมีการกลับมาขายหน้าร้านและเปิดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...