โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปะทะเดือด ชาวบ้านหนุน ต้านบลูเทคต่อหน้า อกขร. ขณะลงพื้นที่

77kaoded

เผยแพร่ 23 พ.ย. 2561 เวลา 18.17 น. • 77 ข่าวเด็ด

ฉะเชิงเทรา - ปะทะเดือด ชาวบ้านสองฝ่ายหนุน-ต้าน นิคมอุตสาหกรรม “บลูเทค” ซิตี้ ประคารมต่อหน้าคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลเชิงพื้นที่ (อกขร.) หลังฝ่ายต้านบุกป่วนที่ประชุมชูป้ายเรียกร้องขับไล่นายทุนขณะลงพื้นที่ดูโครงการ วุ่นหลังผู้ทำกินในพื้นที่ตัวจริงโผล่แฉถูกฉ้อโกงสิทธิ์จากผู้ให้เช่าช่วงจากเจ้าของที่ดิน ทั้งยังออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องซ้ำซาก

วันที่ 23 พ.ย.61 เวลา 14.00 น. คณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลเชิงพื้นที่ (อกขร.) ซึ่งนำโดย นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ประธานคณะอนุกรรมการฯ ได้ลงพื้นทีเดินทางมายังที่โครงการนิคมอุตสาหกรรม บลูเทค ซิตี้ ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อรับฟังบรรยายสรุปข้อมูลของโครงการนิคมอุตสาหกรรม และแนวทางการอยู่ร่วมกันของนิคมฯ กับชุมชนโดยรวม และพบปะรับฟังข้อมูลจากผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่

อนุลงดูพื้นที่

โดยระหว่างการนั่งรับฟังบรรยายสรุปภายในพื้นที่ของโครงการ ได้มีกลุ่มชาวบ้านสวมเสื้อสีเขียวจำนวนประมาณ 15 คน ซึ่งนำโดย นางวันดี บัวพรม อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/4 ม.7 ต.เขาดิน นางสาวนรี ศรประสิทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 10/1 หมู่ 2 ต.เขาดิน และนายสรายุทธ์ สนรักษา อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/1 ม.1 ต.บางซ่อน อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

คณะอนุกรรมการลงพื้นที่

ได้พากันบุกเข้ามายังภายในที่ประชุมซึ่งเป็นสำนักงานชั่วคราว หรือไซด์งานของบริษัท บลูเทค ดังกล่าว เพื่อทำการชูป้ายเรียกร้องขอพบผู้บริหารระดับสูงของบริษัท E@ (อีเอ) ที่อ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและเป็นเจ้าของโครงการตัวจริง และขับไล่โครงการดังกล่าวให้ออกไปให้พ้นพื้นที่ด้วยวาจาและคำที่ไม่สุภาพ จนเกิดการโต้แย้งกันระหว่างพนักงานตลอดจนผู้บริหารโครงการ รวมถึงกลุ่มชาวบ้านผู้ให้สนับสนุนโครงการนี้เกิดขึ้นในพื้นที่

บุกบลูเทค

โดยที่ไม่มีการยอมรับฟังเหตุผลหรือเท็จจริงใดๆ ที่จะมีการนำเอกสารมาแสดงชี้แจงระหว่างกันเป็นเวลานานกว่า 1 ชม. จนการบรรยายสรุปเสร็จสิ้นลงในเวลา 15.30 น. โดยต่างฝ่ายต่างมีการยื่นหนังสือเรียกร้องต่อทางคณะอนุกรรมการฯ ก่อนที่คณะ อกขร. จะพากันเดินทางกลับไปในที่สุด โดยไม่มีการเดินทางลงพื้นที่เข้าไปสำรวจพื้นที่โดยรอบของโครงการตามหมายกำหนดการเดิมแต่อย่างใด

บุกที่ประชุมรับฟังอนุ

ขณะที่ นายวิฑูรย์ บุญอุย อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/1 ม.9 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย น.ส.วรรณนิษา สำเร็จดี อายุ 27 ปี สองสามีภรรยา ผู้ทำสัญญาเช่าช่วงที่ดินต่อจากผู้ที่เป็นแกนนำและออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรม บลูเทค ซิตี้ในวันนี้รายหนึ่ง กล่าวว่า ตนได้มาเช่าช่วงต่อที่ดินจำนวน 95 ไร่ จากแกนนำการเคลื่อนไหวในราคาปีละหนึ่งแสนห้าพันบาท เพื่อทำบ่อเลี้ยงปลานิล

ไล่ให้พ้นพื้นที่

โดยครั้งแรกตนต้องเสียเงินเพื่อเซ้งที่ดินแปลงนี้ต่อจากผู้เช่ารายเดิมก่อนเข้ามาทำกินในราคา 7 แสนบาท และยังถูกเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้าเป็นเวลา 1 ปีอีก 105,000 บาท โดยมีการทำสัญญาเช่ากันตามกฎหมายเป็นเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.59 ซึ่งตนต้องมาทำการบุกเบิกที่ดินแปลงนี้ด้วยตนเอง เนื่องจากสภาพเดิมของพื้นที่นั้นเป็นป่าแสมรกร้างเพราะถูกปล่อยรั้งมานานหลายปี

ต่างฝ่ายต่างยื่นหนังสือ

โดยผู้ที่ให้ตนเช่าช่วงต่อนั้นทำกินอยู่บนที่ดินจริงๆ แค่เพียงประมาณ 20 ไร่ แต่หลังจากตนเองเลี้ยงปลาบนที่ดินเช่าแห่งนี้มาได้เพียง 2 ปีเศษ ที่ดินกลับถูกเจ้าของที่ดินตัวจริงขายไปให้แก่ทางนิคมฯ บลูเทค แล้ว ทั้งที่ยังไม่หมดสัญญาเช่าและทางผู้ให้เช่าช่วงยังคงเข้ามาเรียกเก็บเงินค่าเช่าจากตนตามปกติจำนวน 105,000 บาท ทั้งที่ที่ดินแปลงนี้ถูกขายไปก่อนหน้าแล้ว แต่กลับยังเข้ามาเรียกเก็บเงินค่าเช่า

ผู้เช่าตัวจริง

ต่อมาภายหลังเมื่อตนมาทราบว่าที่ดินถูกขายไปแล้ว และได้ทำการทวงถามจากผู้ให้เช่าช่วงเพื่อจะขอเงินค่าเช่าที่ดินที่เพิ่งถูกเรียกเก็บไปคืน แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงจากผู้ให้เช่าช่วง โดยอ้างว่าทางเจ้าของที่ดินได้ขายที่ไปแล้วเขาก็เป็นเพียงผู้เช่าโดยไม่ได้อะไรเช่นเดียวกัน แต่ตนมาทราบภายหลังอีกว่าเขาได้เงินค่ารื้อถอนจากทางเจ้าของที่ดินเดิมไปแล้ว จำนวนกว่า 1 แสนบาทเศษ ทั้งที่เขาไม่ใช่ผู้เสียหายตัวจริงโดยผู้เสียสิทธิ์ในการทำกินตัวจริงนั้นคือตนเองต่างหากเพราะเขาไม่ได้ทำอะไรในพื้นที่แปลงนี้แล้ว

สัญญาเช่าช่วงจากแกนนำ

ในวันนี้ที่ตนจึงต้องออกมาเปิดเผย เพราะตนเองนั้นถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ให้เช่าช่วงต่อรายนี้ และเขายังคงออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิผลประโยชน์ต่างๆ โดยอ้างว่าตนเองเป็นหลานของเขา ทั้งที่ตนไม่ใช่ญาติหรือเคยรู้จักกันมาก่อนแต่อย่างใด โดยตนเป็นเพียงผู้มาเซ้งที่ดินและเช่าช่วงทำกินต่อจากเขาเท่านั้น ที่ผ่านมาตนเองนั้นหมดเงินไปจากการลงทุนเซ้ง และเช่าช่วงตลอดจนการบุกเบิกที่ดินไปถึงกว่า 2 ล้านบาท

สัญญาเช่าทั้งหมด 95 ไร่

และยังไม่ได้ทุนคืนจากการทำกินบนที่ดินแปลงนี้เลย จึงทำให้ตนเดือดร้อนแทบหมดตัว และต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ เนื่องจากได้ใช้เงินเก็บและเงินกู้บางส่วนมาทำการลงทุนเลี้ยงปลาในที่ดินแปลงนี้ นายวิฑูรย์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...