โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนรุ่นใหม่สนใจศาสตร์พระราชา ตามรอยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สืบสานปณิธานรัชกาลที่ 9

77kaoded

เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2562 เวลา 17.57 น. • 77 ข่าวเด็ด

 

หนึ่งในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระราชทานให้กับปวงชนชาวไทย คือหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

ผู้เข้าอบรมรับฟังการบรรยายจาก พระวีระยุทธ์ อภิวีโร หรือ ครูบาจ๊อก พระนักพัฒนาแห่งศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (บวร.)

 

โครงการฝึกอบรม สร้างคน สร้างโคก หนองนา ด้วยศาสตร์พระราชา เพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำ หลักสูตรพัฒนากสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นโครงการที่ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างชัดเจน ด้วยการนำ ‘ศาสตร์พระราชา’ คือศาสตร์การจัดการ และการอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงศึกษา คิดค้น และวิจัย แล้วพระราชทานให้กับปวงชนชาวไทย เพื่อใช้ในการจัดการลุ่มน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ สู่ปลายน้ำ เมื่อนำองค์ความรู้นี้มาปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ จะนำไปสู่การพึ่งพาตนเองและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

โครงการฝึกอบรมครั้งนี้ มีชื่อเรียกสั้นๆว่า “ฟื้นฟูลุ่มน้ำ ตามรอยพ่อ” โดยรุ่นที่ 4 เพิ่งจบลงไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนล้อมศรีรินทร์ ต.หนองโน อ.เมือง จ.สระบุรี มีผู้สนใจเข้าร่วมอบรมกว่า 70 คน เดินทางมาจากทั่วทุกภาคของประเทศ จากหลากหลายสาขาอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย

นายสถาปัฐ แสงสุริยา (ซ้าย) , นายสุภัสชญา จังโกฎิ (ขวา)

 

นายสุภัสชญา จังโกฎิ หรือ “สมาร์ท” หนุ่มน้อยวัย 22 ปี ครูสอนเด็กตาบอดจากโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดและคนตาบอดพิการซ้ำซ้อน จ. ลพบุรี หนึ่งในผู้เข้าร่วมอบรมครั้งนี้เล่าให้ฟังว่า ตนเองก็มีแม่เป็นคนพิการตาบอดและอยู่ดูแลแม่มาตั้งแต่เด็ก ซึ่งคนพิการตาบอดนั้นต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะเด็กๆ เขาหวังจะนำองค์ความรู้ในหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในเรื่องทักษะการดำรงชีวิต แล้วถ่ายทอดต่อให้กับเด็กๆในโรงเรียนรวมถึงนำผู้ปกครองมาฝึกอาชีพ มาเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ การปลูกพืชโดยไม่ใช้สารเคมี เมื่อจบการศึกษาออกไป หากครอบครัวใดมีพื้นที่ทำกิน ก็นำความรู้ที่ได้ไปใช้เพื่อหาเลี้ยงตัวเองต่อไป

ส่วนนายสถาปัฐ แสงสุริยา หรือ “ต้น” วัย 31 ปี ครูจากโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดฯ จ. ลพบุรี เช่นกัน และเป็นเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ภาคสนามที่สอนเรื่องการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวสำหรับผู้พิการทางการมองเห็น “ต้น”เล่าว่า คนตาบอดในพื้นที่จังหวัดลพบุรีส่วนใหญ่มีฐานะยากจน และขาดโอกาสทางการศึกษา ขาดการอบรมพัฒนาความรู้เสริมในด้านต่างๆ พ่อแม่หลายคนต้องออกไปทำงานหารายได้มาเลี้ยงดูลูกพิการ ซึ่งการปล่อยให้เด็กอยู่เพียงลำพัง บางครั้งก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดฯ จึงมุ่งหวังให้เด็กๆมีความสามารถในการดูแลตัวเอง โดยให้ความรู้ในเรื่องทักษะการดำรงชีวิต สอดแทรกกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีพื้นฐานเริ่มจากการค่อยๆลงมือทำ พออยู่ พอกิน พอใช้ พอร่มเย็น โรงเรียนจะส่งเสริมเรื่องการประกอบอาชีพทางการเกษตรเล็กๆน้อยๆ แล้วรับซื้อผลผลิตเหล่านั้น เด็กๆก็จะค่อยๆเรียนรู้และดูแลตัวเองต่อไปได้ในอนาคต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งสองคนบอกว่าจะนำองค์ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ไปถ่ายทอดต่อให้กับบุคคลากรครูในโรงเรียนด้วย

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง

 

การอบรมครั้งนี้นำโดย ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ อาจารย์ยักษ์ ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง หนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มาเป็นผู้ถ่ายทอด ศาสตร์พระราชา สู่การปฏิบัติ ทั้งเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง, เกษตรทฤษฎีใหม่, วิธีปฏิบัติอย่างเป็นขั้นเป็นตอน, นวัตกรรม และวิธีบริหารบนความขาดแคลน รวมถึงแนวคิดทฤษฎีบันได 9 ขั้น สู่ความพอเพียง

นายบุญล้อม เต้าแก้ว วิทยากรประจำศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียงชุมชน สวนล้อมศรีรินทร์ ต.หนองโน อ.เมือง จ.สระบุรี

 

กิจกรรมเอามื้อสามัคคี ย่ำมูลวัวกับโคลนและฟางข้าว ยาก้นบ่อน้ำ เพื่อแก้ปัญหาบ่อไม่เก็บน้ำ

 

การออกแบบพื้นที่โดยสร้างโคกหนองนา โมเดล ในจังหวัดสระบุรี

 

นอกจากนี้ยังมีวิทยากรอีกหลายท่าน มาให้ความรู้เรื่องการบริหารการจัดการน้ำและการออกแบบพื้นที่ตามหลักภูมิสังคม ฐานการเรียนรู้เพื่อพึ่งพาตนเอง ทั้งการทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักจุลินทรีย์ ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคในครัวเรือน การลงแปลงฝึกปฏิบัติเอามื้อสามัคคี และการขับเคลื่อนเครือข่าย สร้างคน สร้างโคกหนองนาโมเดล ฯลฯ

นายปุณยวัจน์ ปางสะอาด (ขวา) , นางสาวจิดาภา บริบูรณ์ (ซ้าย)

 

นายปุณยวัจน์ ปางสะอาด และ นางสาวจิดาภา บริบูรณ์ วัย 40 ปี สองสามีภรรยาเดินทางจาก อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เพื่อมาเข้าร่วมอบรมในโครงการนี้ เพราะมีความสนใจในศาสตร์พระราชา ทั้งเรื่องการออกแบบโคกหนองนาโมเดล และการทำเกษตรอินทรีย์ เดิมทีทั้งคู่ใช้เวลาว่างในวันหยุดสุดสัปดาห์จากการทำงานประจำในโรงงานอุตสาหกรรม มาทำนาปลูกข้าวบนพื้นที่ 16 ไร่ แต่ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ผลผลิตลดต่ำลงทุกปีเนื่องจากปัญหาภัยแล้ง ขาดการออกแบบพื้นที่ที่เหมาะสม ซึ่งหลังผ่านการอบรมครั้งนี้ ทั้งคู่ตั้งใจจะนำความรู้ที่ได้กลับไปทำเกษตรทฤษฎีใหม่ บนพื้นที่ 4 ไร่ที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากครอบครัว ออกแบบพื้นที่ตามหลักโคกหนองนาโมเดล และทำเกษตรผสมผสานเพื่อความยั่งยืนต่อไป

โครงการฝึกอบรมสร้างคน สร้างโคก หนองนา ด้วยศาสตร์พระราชา เพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำ เป็นความร่วมมือของ สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ มาใช้ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น มาสู่การปฏิบัติ  ทั้งนี้ “ศาสตร์พระราชา” เป็นศาสตร์ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงศึกษา ทดลอง ทรงงานมาตลอดพระชนม์ชีพ และพระราชทานแก่ชาวไทยและชาวโลกเพื่อแก้ปัญหาทุกด้านอย่างยั่งยืน จนองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ถวายพระเกียรติด้วยการประกาศให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ เป็น “วันดินโลก” มีการจัดตั้งสมัชชาดินโลก สมัชชาดินแห่งเอเชีย สมัชชาดินแห่งประเทศไทย ตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งภูมิภาคเอเชีย CESRA (Center of Excellence for Soil Research in Asia) ซึ่งมีเป้าหมาย 3 เรื่องตรงกับที่พระองค์ทรงทำไว้ทั้งหมด คือ Soil Pollution การทำกสิกรรมธรรมชาติ หยุดสารพิษลงดิน Soil Erosion หยุดการชะล้างและการพังทลายของหน้าดิน ที่ทำให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และ Soil Diversity การสร้างความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตบนดิน

ผู้ผ่านการอบรมโครงการ สร้างคน สร้างโคก หนองนา ด้วยศาสตร์พระราชา เพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำ หลักสูตรพัฒนากสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง รุ่นที่4

 

ในปีนี้จะมีการจัด งานมหกรรมวันดินโลก 2019 ระหว่างวันที่ 7 - 8 ธันวาคมนี้ ที่ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ภายในงานมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนดินพิษให้เป็นดินดี, เปลี่ยนเขาหัวโล้นให้เป็นป่าสามอย่าง, กิจกรรมห้องเรียนทอล์ค แอนด์ ทำ กับคนกสิกรรมธรรมชาติ สลับกับกิจกรรมเสวนาและภาคบันเทิง ตลอดทั้งเช้าจรดค่ำ ทั้งสองวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานแต่อย่างใด

มหกรรมวันดินโลก 2019 วันที่ 7 - 8 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...