โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุณยายแฟง แต่งหน้า ใส่วิก | ธงทอง จันทรางศุ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 06 พ.ค. 2564 เวลา 06.18 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 06.18 น.

เชื่อว่าผู้อ่านจำนวนไม่น้อยย่อมรู้จักชื่อเสียงของ “วัดใหม่ยายแฟง” หรือ “วัดคณิกาผล” กันมาบ้างพอสมควร

และทราบตำนานกันมาแล้วด้วยว่า วัดนี้สร้างขึ้นด้วยศรัทธาของคุณยายแฟง ผู้เป็นเจ้าของสำนักโสเภณีที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่สาม ตอนต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อพุทธศักราช 2376

นับถึงปัจจุบันก็ได้อายุของวัดนี้ถึง 188 ปีแล้ว

เรื่องตำนานหรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของวัดใหม่ยายแฟงนี้ยังมีอีกมาก ผู้สนใจสามารถสืบค้นได้จากแหล่งความรู้ต่างๆ โดยไม่ยากเย็นครับ

แต่เกร็ดที่ผมขอเพิ่มเติมข้อมูลวันนี้เป็นเรื่องของคุณยายแฟงโดยเฉพาะ

 

ขึ้นต้นก็ต้องบอกว่าผมเป็นลูกหลานสายตรงคนหนึ่งของคุณยายแฟงชนิดตัวจริงเสียงจริงเลยเชียวล่ะ ขออนุญาตลำดับญาติให้ฟังนิดหน่อยครับ

ตามประวัติที่ได้เล่าสืบต่อกันมาและบันทึกไว้ในครอบครัวกล่าวว่า ในทำเลย่านใกล้เคียงกับพื้นที่ที่เรียกกันในปัจจุบันว่าสำเพ็ง ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์เคยใช้เป็นพื้นที่สำหรับชาวจีนทำสวนพลูขายให้แก่ลูกค้าทั่วไป

จีนคนหนึ่งในพวกจีนสวนพลูคณะนั้นเป็นคนมั่งคั่งชื่อเจ้าสัวเอี๋ยน มีภริยาเป็นคนไทยชื่อแฟง

ทั้งสองท่านไม่มีลูกชาย มีแต่ลูกสาวเพียงสองคน

ลูกสาวคนโตชื่อเอม แต่งงานกับพระมหาราชครูมหิธร (กลีบ) ลูกชายของพระมหาราชครูบูโรหิตาจารย์ (บุญรอด)

ส่วนลูกสาวคนเล็กชื่อกลีบ แต่งงานกับชายไทยไม่ทราบชื่อ มีลูกชายหนึ่งคนคือ พระดรุณรักษา (กันต์) ต้นสกุลสาครวาสี

คุณเอมกับพระมหาราชครูมหิธร(กลีบ) มีลูกชาย-หญิงด้วยกันสามคน เป็นลูกชายเพียงคนเดียวชื่อสมบุญ ภายหลังได้รับราชการเป็นที่ขุนศรีธรรมราช ได้แต่งงานกับท่านน้อย แห่งสกุลตัณฑเสน ขุนศรีธรรมราชและท่านน้อยมีลูกชาย-หญิงสามคน

ลูกหญิงคนแรกคือ คุณหญิงชุ่ม ธรรมศาสตร์นาถปรนัย แต่งงานกับพระยาธรรมศาสตร์นาถปรนัย (จุ้ย สุวรรณทัต)

ลูกชายคนกลางคือ เจ้าพระยามุขมนตรี (อวบ เปาโรหิตย์) ผู้ได้รับพระราชทานนามสกุลในรัชกาลที่หกว่า เปาโรหิตย์

ส่วนลูกสาวคนเล็กคือ หม่อมแช่ม ดิศกุล สมรสกับหม่อมเจ้าจุลดิศ โอรสองค์ใหญ่ในสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

ทั้งสามท่านมีลูก-หลานที่เกี่ยวพันเป็นเครือญาติกันทั้งสิ้น

คุณหญิงชุ่มเป็นย่าของแม่ผม และเป็นทวดโดยตรงของผม โดยมี “คุณยายแฟง” เป็นทวดของคุณหญิงชุ่มอีกทอดหนึ่ง

ก่อนที่ท่านผู้อ่านจะเป็นลมเป็นแล้งไป เอาแต่ข้อใหญ่ใจความโดยสรุปก็แล้วกันครับว่าคุณยายแฟงเป็นบรรพบุรุษของผม

และเป็นบรรพบุรุษของลูกหลานอีกจำนวนมากที่สืบเชื้อสายมาจนถึงทุกวันนี้

ด้านหลังอุโบสถของวัดคณิกาผล มีรูปปั้นครึ่งตัวของคุณยายแฟงตั้งอยู่ในซุ้มคอนกรีต เพื่อให้สาธุชนทั้งหลายได้กราบไหว้และร่วมอนุโมทนาบุญที่ท่านได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้น

รูปลักษณะงานประติมากรรมชิ้นนี้ เป็นสตรีสูงอายุ ปลงผมและนุ่งห่มอย่างอุบาสิกาถือศีล

ผมเองได้แวะไปกราบไหว้และบังสุกุลอุทิศให้ท่านตามวาระ

บางครั้งและบ่อยครั้งที่ผมเห็นว่า มีผู้นำเครื่องประดับของสตรีเป็นกระบังหน้าบ้าง เป็นสายสร้อยบ้าง มาตกแต่งประดับรูปปั้นของคุณยายแฟง

ถึงแม้ในใจของผมจะรู้สึกตะขิดตะขวงอยู่บ้าง ด้วยรู้สึกว่าทำให้ประติมากรรมอุบาสิกาผู้ทรงศีลถูกแปลความเฉไฉไปจากข้อเท็จจริง

แต่ก็ยังพอทำเนา เพราะมิได้มีการไปทำอะไรกับประติมากรรมจนกระทั่งเสียหายหรืออาจเสียหายได้

จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันมานี้มีผู้ส่งภาพถ่ายของรูปปั้นของคุณยายแฟงล่าสุดมาให้ผมดู และผมก็ได้เดินทางไปที่วัดคณิกาผล เพื่อเห็นกับตาตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับรูปปั้นของท่าน

รูปประติมากรรมคุณยายแฟงวันนี้ มีวิกผม มีกระบังหน้า มีสายสร้อยพร้อมเสื้อ สไบ ทับทรวง

และที่น่าตกใจคือ มีผู้ใช้เครื่องสำอางไปผัดหน้าเขียนคิ้วทาปากเรื่อยไปจนถึงติดขนตาปลอมให้

จนไม่เหลือเค้าอุบาสิกาผู้ทรงศีลเลยแม้จนนิดเดียว

ระหว่างที่ผมยืนถอดถอนหายใจอยู่บริเวณด้านหน้าซุ้มประดิษฐานรูปปั้นของท่าน ชั่วเวลาเพียงไม่เกิน 5 นาทีก็มีคนมากราบไหว้ท่านพร้อมทั้งนำของมาสักการะหรือมาติดสินบนท่านถึงสองราย

คุณคนแรกจุดธูปและนำพวงมาลัยมากราบไหว้ เสร็จพิธีกรรมแล้วก็สั่นกระบอกติ้วเซียมซีจนมีติ้วหล่นมาชิ้นหนึ่ง เธอดูเลขแล้วก็จากไปท่ามกลางความงุนงงของผมว่า แล้วเธอไปขึ้นใบเซียมซีที่ไหนหรือ

อีกสองนาทีต่อมา มีคนมาใหม่อีกชุดหนึ่ง คราวนี้มาด้วยกันสองคน เอาห่อก๋วยเตี๋ยวมาเปิดใส่จานวางให้คุณยายอย่างเอาจริงเอาจัง มีการเหยาะพริกน้ำส้มเสียด้วย

ปฏิบัติการแกะห่อและเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวของเธอใช้เวลาพอสมควร ผมเลยเข้าไปเลียบเคียงถามว่า ทำไมเธอถึงมาเคารพนบไหว้คุณยายอย่างนี้

เธออธิบายว่าแต่เดิมมาก็มีคนเคารพนับถือคุณยายอยู่แล้วพอสมควร แต่เมื่อไม่นานมานี้มีรายการทีวีของอาจารย์เรนนี่มาถ่ายทำแล้วบอกว่าคุณยายยังวนเวียนให้โชคให้ลาภอยู่กับผู้คนทั้งหลาย

ข่าวนี้ทำให้คนก็เลยมาไหว้คุณยายมากขึ้น กระบอกติ้วเซียมซีนั้น ใช้สำหรับบอกเลขเอาไปซื้อลอตเตอรี่หรือแทงหวย

เธอถูกรางวัลเลขท้ายมาสองงวดแล้วจึงซื้อก๋วยเตี๋ยวมาขอบคุณคุณยาย พร้อมกับขอเลขงวดต่อไปด้วย

ส่วนที่คุณยายแต่งหน้าจัดจ้านถึงขนาดนี้ เพราะมีเจ้าของบริษัทเครื่องสำอางหรือร้านขายเครื่องสำอางแห่งหนึ่ง ได้โชคลาภจากคุณยายจึงมาสนองพระคุณ แต่งตัวให้คุณยายอย่างที่เห็นอยู่เวลานี้

“แต่งสวยเลยนะ เห็นไหม” เธอชี้ชวนให้ผมช่วยชื่นชม

 

ไล่เลี่ยกันกับที่รูปปั้นคุณยายแฟงแต่งหน้าทาปากจนกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ไปนี้ พระอนุสาวรีย์พระนางจามเทวีที่จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นประติมากรรมรูปเคารพที่ผมเคยยกมือไหว้ทุกครั้งเมื่อเดินทางผ่าน ล่าสุดนี้ก็มีคนนำชุดส่าหรีและอะไรต่อมิอะไรพะรุงพะรังไป “แต่งถวาย” จนหมดเค้าความเป็นพระอนุสาวรีย์ไปโดยสิ้นเชิง

บาปกรรมอย่างไรก็ไม่รู้ ที่ใจพาลไปผมนึกถึงตุ๊กตาบาร์บี้หรืออะไรประมาณนั้น

เพียงแค่ตัวอย่างสองกรณีนี้ ก็ทำให้ผมกลับมาคิดอะไรต่อมิอะไรไปได้อีกมาก

 

เรามีประสบการณ์ตรงกันใช่ไหมครับว่า อนุสาวรีย์และรูปเคารพต่างๆ ในบ้านเรา เมื่อแรกสร้างขึ้น ผมเชื่อว่าผู้สร้างมีเจตนาชวนให้นึกถึงคุณงามความดี หรือผลงานที่ท่านทั้งหลายได้สร้างไว้เป็นแบบอย่างสำหรับคนรุ่นหลังได้ดำเนินรอยตาม

คติอย่างนี้น่าจะอนุมานได้ว่านำแบบอย่างมาจากซีกโลกฝ่ายตะวันตก เพราะคนไทยเราแต่ก่อนไม่มีการสร้างรูปเคารพไว้เป็นอนุสรณ์ การสร้างพระรูปเหมือนเจ้านายหรือรูปเหมือนบุคคลสามัญ เพิ่งมาเกิดขึ้นเมื่อแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นลงมานี่เอง

รูปปั้นรูปเคารพเมืองฝรั่งสร้างแล้วก็ไม่เคยมีฤทธิ์มีเดชอะไรขึ้นมาให้ตื่นเต้นฮือฮา รูปปั้นเจ้าแผ่นดินหรือรูปปั้นโปรเฟสเซอร์ผู้มีชื่อเสียงตามมหาวิทยาลัยเก่าแก่ต่างๆ ที่ผมเคยเห็นมา กี่แห่งต่อกี่แห่ง ไม่มีพระองค์ใดหรือท่านใดให้หวยได้สักที

แต่มาถึงบ้านเราแล้วคติเรื่องนี้ได้กลายพันธุ์ไปอย่างน่าสนใจ รูปปั้นรูปเคารพทุกท่านแวดล้อมไปด้วยขวดน้ำแดง อาหารการรับประทาน ช้างม้าวัวควาย ม้าลาย ไก่ชน พวงมาลัยเจ็ดสีเจ็ดศอก ชุดไทยเทพีสงกรานต์ งานลอยกระทง นับกันไม่หวาดไม่ไหว

แม้กระทั่งพระบรมรูปทรงม้าที่ลานพระราชวังดุสิตก็หนีไม่พ้นความเชื่อเช่นนี้

 

อย่าลืมว่าความเชื่อและเหตุการณ์ความประพฤติเช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศที่ประกาศตัวเองอยู่เสมอว่ามีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

ชะดีชะร้าย ผู้ที่เรียกตัวเองว่าเป็นพุทธศาสนิกชนจำนวนไม่น้อยเวลาไปกราบไหว้พระพุทธรูป อาจจะไม่เคยมีใครนึกถึงพระพุทธจริยาหรือพระพุทธานุสาสน์ ที่ส่งปรารถนาจะพาเวไนยสัตว์ให้ก้าวข้ามพ้นสังสารวัฏไปสู่ความสุขที่แท้คือพระนิพพานกันบ้างเลย

แถมยังนึกไม่ออกด้วยซ้ำไปว่าพระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอะไร

คนไทยสมัยนี้เข้าวัดไหว้พระเพื่อขอให้ตัวเองร่ำรวย ทำมาค้าขึ้น ไม่ติดโรคโควิด ไม่เป็นมะเร็ง สอบไล่ได้คะแนนดี เจ้านายรัก มีแฟนสวยแฟนหล่อ

และข้อสำคัญที่สุดคือขอให้ถูกหวย ใช่หรือไม่?

ความคิดความเชื่อทำนองนี้สงสัยจะอยู่ในดีเอ็นเอของคนไทยมาช้านานแล้ว จะยกเลิกเพิกถอนกันเห็นจะไม่สำเร็จได้โดยง่าย

และอาจไม่มีทางสำเร็จได้เลยด้วยซ้ำไป

 

สิ่งที่จะขอร้องหรือพูดขึ้นในพื้นที่เล็กๆ ตรงนี้จึงทำได้แต่เพียงร้องขอผู้ที่ศรัทธาเลื่อมใสรูปเคารพต่างๆ ตั้งแต่พระพุทธรูป พระอนุสาวรีย์ หรือรูปปั้นรูปเคารพทั้งหลายว่า ถ้าท่านจะนำสิ่งใดไปถวายไปกราบไหว้สักการะ

ข้อแรก โปรดอย่าเข้าไปถึงองค์หรือถึงเนื้อถึงตัวรูปเคารพต่างๆ นั้นเลย การนำสิ่งใดเข้าไปพอก ทา แขวน ห่ม คลุม หรือกระทำโดยประการใดกับรูปประติมากรรมโดยขาดความระมัดระวัง และหย่อนความรู้ความเข้าใจ จะทำให้เกิดความเสียหายกับรูปประติมากรรมนั้นในระยะยาว

พระพุทธรูปและรูปสำคัญหลายแห่งเป็นโบราณวัตถุที่ต้องทะนุถนอมดูแลเป็นพิเศษ ถ้าชำรุดหักพังหรือบกพร่องไปแล้วจะเป็นความเศร้าใจอย่างที่สุด

ถ้ามีความเคารพศรัทธาอยากจะถวายหรือนำสิ่งใดไปกราบไหว้ ขอได้โปรดวางไว้บริเวณโดยรอบ ไม่ต้องนำไปประดับหรือแขวนไว้กับรูปของท่านหรอกครับ ถ้าเราเชื่อว่าท่านศักดิ์สิทธิ์จริงแล้ว เพียงแค่วางไว้ท่านก็ได้รับครับ

ยกตัวอย่างเช่นกรณีรูปปั้นคุณยายแฟง ใครอยากจะนำวิกผมหรือเครื่องอุปกรณ์แต่งหน้าไปบูชาสักการะ ก็วางไว้ตรงหน้ารูปของท่านเห็นจะพอ ส่วนท่านจะหยิบไปใช้เมื่อไหร่และใช้อย่างไรขอให้คุณยายผู้เป็นบรรพชนของผมท่านได้ใช้ดุลพินิจเองบ้างเถิด

ข้อที่สอง เป็นข้อเรียกร้องสำหรับผู้ดูแลสถานที่ หรืออนุสาวรีย์ที่มีคนศรัทธาเลื่อมใสเช่นว่านี้ ขอได้โปรดมีระบบสอดส่องดูแล ทำความสะอาด ถอนข้าวของที่พ้นเวลาหรือเสื่อมโทรมแล้วออกไปสะสางเสีย อย่าให้รกรุงรังจนกลายเป็นกองขยะ ไม่เจริญตาและเจริญศรัทธาของผู้คนที่มีความศรัทธาร่วมกัน

ช่วยกันคนละไม้คนละมือนะครับ

 

ข้อเรียกร้องสองข้อนี้ เป็นความคิดแบบเดินสายกลางของผมจริงๆ ไม่ตีรันฟันแทงกับความเชื่อของใครครับ แต่ก็ขออย่าให้ความเชื่อนั้นรุกรานล่วงล้ำเข้าไปจนถึงเรื่องพึงระมัดระวังอย่างที่ผมปรารภมาข้างต้นด้วย

ทั้งหมดนี้ผมเขียนเองเออเอง คุณยายแฟงไม่ได้เข้าฝันสั่งการมาแต่อย่างใด

แต่ผมเชื่อมั่นเต็มหัวใจว่า ท่านจะเห็นด้วยกับผมครับ

หมายเหตุ : ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันมานี้ ได้มีผู้ช่วยกรุณาทำความสะอาดลบเครื่องสำอางที่รูปของคุณยายออก พร้อมจัดหาเครื่องแต่งกายอย่างอุบาสิกาถือศีลไปตกแต่งให้ท่านจนสะอาดสะอ้านงดงามอย่างที่สมควรจะเป็นแล้ว ขอท่านผู้ที่ดำเนินการเรื่องนี้ได้มีแต่ความสุขความเจริญยิ่งขึ้นไปนะครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...