โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เหยื่ออดีตหนุ่มแบงค์โผล่เพิ่ม โดนฉกโฉนดที่ดินต่อหน้าต่อตา หลายรายเตรียมแจ้งความ

77kaoded

เผยแพร่ 15 พ.ค. 2564 เวลา 06.27 น. • 77 ข่าวเด็ด

นครพนม - เหยื่ออดีตหนุ่มแบงค์โผล่เพิ่ม โดนฉกโฉนดที่ดินต่อหน้าต่อตา หลายรายเตรียมแจ้งความ พบมูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท

คืบหน้า คดีนายจิรวัฒน์ รัตนกุลวิโรจน์ นามสกุลเดิมช่างถม ชื่อเล่นบิ๊ก อายุ 30 ปี อดีตพนักงานฝ่ายสินเชื่อของธนาคารแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองนครพนม อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 3 บ้านแมด ต.โพนบก อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ฉ้อโกงเงินจำนวน 7 ล้านบาท โดยผู้เสียหายชื่อนางมะลิ(นามสมมติ) อายุ 65 ปี มอบอำนาจให้นายณพล ใบเงิน ทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ  ร.ต.อ.(หญิง) จุฬารัตน์ อาจภิรมย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ให้ดำเนินคดีอาญากับอดีตพนักงานสินเชื่อรายนี้ ในข้อหาฉ้อโกงเป็นเงินจำนวน 7 ล้านบาท หรือข้อหาอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยนายบิ๊กรับสารภาพซัดทอดผู้ร่วมขบวนการอันประกอบด้วยนางกัญญาพัชญ์ ว่องไว ชื่อสกุลเดิม น.ส.สิริสุดา สุขเกษม ชื่อเล่นโจโจ้ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นบิว อายุ 30 ปี เดิมอยู่บ้านเลขที่ 87/1 หมู่ 4 ต.ท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 112/99 ถนนประชาร่วมมิตร ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน และสามีคือนายวีระชัย ว่องไว หรือท่อม อายุ 47 ปี มีที่อยู่ในทะเบียนบ้านเลขที่ 107 ถนนราชทัณฑ์ เขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นลูกชายนักธุรกิจเจ้าของรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ปัจจุบันกำลังทำธุรกิจบ้านจัดสรรในเขตอำเภอเมืองนครพนม และห้างหุ้นส่วนจำกัดบุญญรินทร์ที่นายท่อมเป็นผู้ถือหุ้นหลัก ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ล่าสุด นายณพล ใบเงิน ทนายความชื่อดังที่เป็นผู้รับอำนาจจากผู้เสียหายคือนางมะลิ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ผู้เสียหายได้ติดต่อให้ตนเป็นผู้รับมอบอำนาจเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม จึงได้รวบรวมพยานเอกสารหลักฐานต่างๆมาประกอบ เพื่อให้ในการแจ้งความดำเนินคดี เบื้องต้นได้เชิญนายบิ๊กผู้ถูกกล่าวหามาสอบถามข้อเท็จจริง ก็ทราบว่าไม่ได้กระทำการเพียงลำพังคนเดียว พร้อมเปิดเผยชื่อตามรายละเอียดข้างต้น โดยเฉพาะนางบิวนั้นเป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนเดียวกัน เมื่อทราบตนเป็นพนักงานฝ่ายสินเชื่อธนาคาร ก็ชักชวนมาร่วมทำกิจการเกี่ยวกับที่ดินด้วยกัน โดยอ้างว่ามีนายทุนช่วยสนับสนุนด้านการเงิน

นายบิ๊กเผยต่อว่าก่อนหน้าที่จะพบเจอเพื่อนเก่าสมัยเรียน ตนก็รับจ๊อบเกี่ยวกับการทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดินอยู่ก่อนแล้ว มีรายได้ครั้ง 1-2 หมื่นบาท หลังพบนางบิวก็วางแผนตกเหยื่ออ้างมีลูกค้าขอรีไฟแนนซ์บ้านหรือที่ดินจากธนาคารเดิมย้ายมาธนาคารที่ตนทำงานอยู่  ทั้งที่ความจริงไม่มีการรีไฟแนนซ์ใดๆทั้งสิ้น เป็นการสร้างละครตบตาเหยื่อ โดยนำเงินผู้เสียหายมาหมุนผ่านบัญชีแล้วถอนออกมาคืนให้พร้อมค่าตอบแทน ทำเช่นนี้บ่อยครั้งจนเหยื่อตายใจ

การแสวงหาเหยื่อจะเลือกเฉพาะคนมีเงิน โดยอ้างค่าตอบแทนที่น่าสนใจ ใช้วิธีหมุนไปมา เช่น ยืมเงินเหยื่อรายแรกได้ ก็จะนัดคืนประมาณ 2-3 วัน พอถึงเหยื่อรายต่อมาก็จะนัดคืนไปอีกประมาณ 7 วัน และ 15 วันตามลำดับ เพื่อจะหมุนเงินเล่นละครเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หรือบางครั้งก็นำไปมัดจำที่ดิน เช่นราคาแปลงละ 3 ล้านบาท จะใช้กลวิธีวางมัดจำ 3 แสนบาท แต่ให้เจ้าของที่เดิมโอนกรรมสิทธิ์ให้ก่อน โดยอ้างว่าจะนำไปขายให้นายทุนเพื่อนำเงินที่เหลือมามอบให้ พอเหยื่อหลงเชื่อก็จะนำไปจำนองกับนายทุนนอกระบบ ในราคาไม่น้อยกว่า 4-5 ล้านบาท แล้วนำเงินที่ได้มาจัดสรรตามสัดส่วน กระทั่งระบบการเงินช๊อตไม่สามารถหมุนมาคืนได้จึงนำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งนายบิ๊กยืนยันว่านางบิวเป็นผู้หาเงินให้ตนนำไปล่อเหยื่อ มีผลประโยชน์ร่วมกัน แต่เหมือนตกกระไดพลอยโจนเพราะนางบิวให้ตนลงชื่อมือชื่อในหนังสือกู้ยืมเงินหลายฉบับโดยไม่มีการลงตัวเลขแต่อย่างใด คาดว่านางบิวคงจะนำมาอ้างต่อเจ้าหน้าที่ว่าตนกู้ยืมเงินแล้วโกง นางบิวจึงอ้างกับพนักงานสอบสวนเป็นผู้เสียหายรายหนึ่ง

นายณพล ใบเงิน เปิดเผยต่อว่ากรณีที่นางบิวกับนายท่อมจะนำโฉนดที่ดินจำนวน 5 แปลงเป็นการแสดงความรับผิดชอบที่อยู่ในเส้นทางการโอนเงินของนายบิ๊กนั้น หนึ่งใน 5 แปลงเป็นชื่อของน้องสาวของนายบิ๊ก ที่มีการลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองนครพนม เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2564 โดยนายบิ๊กนำไปจำนองกับนายทุนที่อำเภอธาตุพนม จ.นครพนม จำนวน 4 ล้านบาท ต่อมาได้ร่วมกันวางแผนกับนางบิวอ้างว่ามีนายทุนจะซื้อในราคา 9 ล้านบาท จึงจำเป็นให้นายทุนผู้รับจำนองไถ่ถอนก่อน โดยหลอกให้นายทุนไปนั่งรอที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาท่าอุเทน หลังไถ่ถอนเสร็จก็นัดไปเจอกันที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งหน้าวัดอรัญญิกาวาส เขตเทศบาลเมืองนครพนม นางบิวถามหาใบโฉนดที่ไถ่ถอนเพื่อขอตรวจสอบนายทุนพาซื่อยื่นให้ นางบิวก็รีบเดินขึ้นรถยนต์ขับหลบหนีไปทันที ซึ่งทราบต่อมาว่าโฉนดฉบับนี้ไปอยู่ในมือญาติคนหนึ่งของนายท่อมผู้เป็นสามี

นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายเตรียมแจ้งความดำเนินคดีเพิ่ม โดยรายนี้ถูกหลอกเป็นเงิน 11 ล้านบาท ขณะที่อีกรายหนึ่งเตรียมแต่งตั้งทนายฟ้องร้องเพราะหลอกสูญเงินเกือบ 30 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 50 ล้านบาท ข่าวคืบหน้าจะนำมาเสนอต่อไป

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...