โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เบียร์ 0% ขายได้ โฆษณาได้ 24 ชั่วโมง ไม่ผิด

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 12 มี.ค. 2562 เวลา 13.05 น.

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

เบียร์ไร้แอลกอฮอล์ ถือว่าเป็นตลาดใหม่สำหรับประเทศไทย แม้ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จะมีผู้นำเข้าสินค้าประเภทนี้มาทำตลาดอยู่บ้าง แต่เป็นสัดส่วนที่ไม่มาก เมื่อเทียบกับเบียร์อิมพอร์ตในภาพรวม จนกระทั่งค่ายเบียร์แบรนด์ดัง

“ไฮเนเก้น” ตัดสินใจลอนช์ “ไฮเนเก้น 0.0” ในยุโรป เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา กระแสของ “เบียร์ไร้แอลกอฮอล์” ก็ถูกพูดถึงกันมากขึ้น พร้อม ๆ กับการขยายตลาดอย่างรวดเร็ว ภายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา วันนี้สินค้าดังกล่าวได้เข้าไปทำตลาดแล้วถึง 38 ประเทศทั่วโลก

ล่าสุด ไทยก็ถือเป็นประเทศที่ 2 ต่อจากสิงคโปร์ ที่เตรียมจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในช่วงวันที่ 14-16 มีนาคมนี้ พร้อมกับการทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบ

“อีลิน โลห์” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัททีเอพีระบุว่า ไฮเนเก้น 0.0 (ไฮเนเก้น ศูนย์จุดศูนย์) เป็นเครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ของตลาดเครื่องดื่มในไทย ที่จะมาตอกย้ำจุดแข็งเรื่องนวัตกรรมของแบรนด์ไฮเนเก้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และขยายฐานลูกค้าของแบรนด์ไปยังกลุ่มคนใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนทำงาน คนที่ดูแลสุขภาพ คนที่ตระหนักเรื่องดื่มอย่างรับผิดชอบ ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป

ขณะนี้ไฮเนเก้น 0.0 เริ่มวางจำหน่ายในท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต บางสาขา และเตรียมที่จะเข้าไปในโมเดิร์นเทรด ไฮเปอร์มาร์เก็ต ตลอดจนร้านสะดวกซื้อภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ รวมถึงช่องทางร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ โคเวิร์กกิ้งสเปซ อาคารสำนักงานต่าง ๆ ฯลฯ ทั้งกระป๋อง 330 มล. และแบบขวด 330 มล. ราคา 38 บาท และสามารถขายได้ทุกเวลา ไม่มีข้อจำกัด

“อีลิน” ระบุว่า พร้อมกันนี้ ไฮเนเก้น 0.0 ยังมีแผนทำการตลาดอย่างครบวงจร ภายใต้แคมเปญ “Heineken 0.0 Barcade” ทั้งการสร้างการรับรู้ผ่านหนังโฆษณา ทั้งในทีวี โซเชียลมีเดีย สื่อนอกบ้านทั่วประเทศ สื่อตามอาคารสำนักงานกว่า 2,300 จอ รวมถึงการแจกผลิตภัณฑ์ตัวอย่างตามสำนักงานต่าง ๆ ร้านคาเฟ่ ร้านกาแฟ ตลอดทั้งปี

เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ จึงไม่เข้าข่ายการบังคับใช้ของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 ที่มีข้อห้ามในการทำตลาดจำนวนมาก

ขณะที่ “เมาด์ ฮา.เก. เมย์โบม์-ฟาน เวิล” ผู้อำนวยการแบรนด์ไฮเนเก้น ระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ฉายเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกเสริมว่า เครื่องดื่มประเภทมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์จะมีบทบาทมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคปรับตัวเข้าสู่ไลฟ์สไตล์การดื่มแบบรับผิดชอบ การใช้ชีวิตอย่างสมดุล และไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ สะท้อนจากการเติบโตของกลุ่มสินค้าดังกล่าวในยุโรป ที่เติบโตปีละ 5% รวมถึงการตอบรับที่ดีในสิงคโปร์ในช่วงที่ผ่านมา

ด้านความเคลื่อนไหวของค่ายอื่น ๆ ในตลาด “อาชว มหามงคล” ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท กัปตัน บาร์เรล จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเบียร์จากต่างประเทศ อาทิ บาวาเรีย, บาวาเรีย 01.0%, ลา ทร้าปท์ ฯลฯ ระบุถึงการเพิ่มน้ำหนักด้านมาร์เก็ตติ้งของ “บาวาเรีย 0.0%” เครื่องดื่มมอลต์ดริงก์ ว่าจะขยายช่องทางการจำหน่ายให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะช่องทางร้านค้าทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด หลังจากที่พบว่าเทรนด์ของการบริโภคเบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์ในช่วงที่ผ่านมาเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อวัดจากยอดขายของแบรนด์ โดยบริษัทได้นำบาวาเรีย 0.0% เข้ามาทำตลาดแล้วกว่า 5 ปี มีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 15-20% ส่วนการทำตลาดจะเน้นในรูปแบบของการเข้าไปซัพพอร์ตเป็นสปอนเซอร์อีเวนต์ หรือกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการแจกตัวอย่างให้ทดลองชิม รวมทั้งโซเชียลมีเดียในการสร้างการรับรู้มากขึ้น

โดยเฉพาะ บาวาเรีย 0.0% ทั้ง 4 รสชาติ ได้แก่ รสออริจินอล, สตรอว์เบอรี่, แอปเปิล และเลมอน แบบกระป๋องราคา 49 บาท และแบบขวดราคา 55 บาท

“อาชว” ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า เครื่องดื่มดังกล่าวเป็นเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เสียภาษีสรรพสามิตในหมวดหมู่เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งมีอัตราการจัดเก็บอยู่ที่ประมาณ 14% ของราคาขายปลีกแนะนำ บวกกับอัตราตามค่าความหวาน สามารถโฆษณาและขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จากนี้ไปเบียร์เซ็กเมนต์ใหม่ “ไร้แอลกอฮอล์” น่าจะสร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการได้ไม่มากก็น้อย ล่าสุดหลาย ๆ

ค่ายก็เตรียมจะส่งสินค้า รอเพียงการตอบรับจากกลุ่มผู้บริโภค-คอเบียร์เท่านั้น ว่าเบียร์ 0% นี้ “โดน” หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...