โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘สนามบินขอนแก่น’ เฝ้าระวังเหตุน้ำท่วมต่อเนื่อง เตือนผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทาง

The Bangkok Insight

อัพเดต 03 ก.ย 2562 เวลา 04.19 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2562 เวลา 04.19 น. • The Bangkok Insight

สถานการณ์น้ำท่วมตัวเมืองขอนแก่นเริ่มคลี่คลาย แต่ “สนามบิน” ยังเฝ้าระวังฝนตกระลอกใหม่ เตือนผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง ถนนชนบท 27 สายทั่วประเทศถูกน้ำท่วม สัญจรผ่านไม่ได้

นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่า วันนี้ (3 ก.ย.) ได้รับรายงานจาก ว่าที่ร้อยตรีอัธยา ลาภมาก ผู้อำนวยการท่าอากาศยานขอนแก่นว่า อิทธิพลของพายุดีเปรสชั่นในทะเลจีนใต้ ส่งผลให้จังหวัดขอนแก่น มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องรวม 26 อำเภอ โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น มีหลายพื้นที่ที่น้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร

บริเวณที่ได้รับผลกระทบหนักคือ ถนนมะลิวัลย์ จากหน้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น ไปจนถึงจุดกลับรถบ้านคำไฮ รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถที่จะสัญจรไปมาได้ ส่งผลให้สภาพการจราจรติดขัดอย่างหนัก และต้องไปใช้ในเส้นทางลัดตัดผ่านแทน เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นเส้นทางสายสำคัญจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มุ่งสู่ภาคเหนือ และเป็นเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางไปยังท่าอากาศยานขอนแก่น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมบริเวณถนนมะลิวัลย์ ได้คลี่คลายลงมากแล้ว การจราจรมายังท่าอากาศยานขอนแก่น สามารถสัญจรได้ตามปกติ แต่ก็คงต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำฝนที่อาจจะเพิ่มสูงขึ้นจากอิทธิพลของพายุดิเปรสชั่น อาจทำให้มีน้ำท่วมขังในหลายจุด หรืออาจมีน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้การเดินทางมายังสนามบินล่าช้า

“ท่าอากาศยานขอนแก่นยังคงเปิดให้บริการตามปกติในทุกสายการบิน และขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางมายังท่าอากาศยานขอนแก่น เผื่อเวลาในการเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้ทันต่อการเดินทางตามตารางการบินที่กำหนดเนื่องจากช่วงนี้การจราจรอาจติดขัด เพราะมีบางเส้นทางภายในตัวจังหวัดขอนแก่น ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ รวมทั้งขอให้ติดตามข่าวสาร และตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วม และติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด” นางอัมพวัน

                                           เส้นทางที่ใช้ในการเดินทางไปยังท่าอากาศยานขอนแก่น

ถนนชนบท 27 สายสัญจรไม่ได้

สำนักบำรุงทาง กรมทางหลวงชนบท (ทช.) รายงานว่า ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (3 ก.ย.) ถนนของทางหลวงชนบทประสบอุทกภัย 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่,พิจิตร,พิษณุโลก,แม่ฮ่องสอน,กำแพงเพชร,ขอนแก่น,ร้อยเอ็ด,มหาสารคาม,อุบลราชธานี,อำนาจเจริญ,ยโสธร,มุกดาหาร,กาฬสินธุ์,นครพนม,สระแก้ว,ระนอง,พังงา รวมทั้งหมด 90 สายทาง ในจำนวนนี้สามารถสัญจรผ่านได้ 63 สายทาง และไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 27 สายทาง

สำหรับสายทางที่ไม่สามารถสัญจรผ่านได้มีดังนี้

– สาย รอ.4078 แยก ทล. 2046 – บ.หนองผักตบ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

– สาย รอ.4035 แยก ทล.2044-บ.โคกสี อ.โพนทอง,เมียวดี จ.ร้อยเอ็ด

– สาย รอ.3033 แยก ทล. 214 – บ.โนนสว่าง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

– สาย รอ.2051 แยก ทล.23- บ.หนองเทา อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

– สาย รอ.4011 แยก ทล. 2259- บ.คำแดง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

– สาย มค.4007 แยก ทล.3063-บ.นาดูน อ.บรบือ,วาปีปทุม,นาดูน จ.มหาสารคาม

– สาย มค 2020 แยก ทล.23 – บ.โนนทัน อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

– สาย มค.4042 แยก ทล.2045-บ้านดงสวรรค์ อ.วาปีปุม,นาดูน

– สาย อบ.4026 แยก ทล.2050-บ.โอด-บ.ดงบัง อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี

-สาย อบ.2117 แยก ทล.23-บ.โนนรัง-บ.หนองยอ อ.เขื่องใน,หัวตะพาน จ.อุบลราชธานี

– สาย อบ.4012 แยก ทล.2050-บ.ม่วงโคลน อ.ตระการพืชผล,ตาลสุม จ.อุบลราชธานี

– สาย อจ.6014 แยกถนนเทศบาลตำบลรัตนาวารีศรีเจริญ – บ.หัวตะพาน อ.หัวตะพาน,ป่าติ้ว จ.อำนาจเจริญ

– สาย อจ.3001 แยก ทล.202-บ.ไร่สีสุก อ.เมือง,เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ

– สาย อจ.4023 แยก ทล.2135 – บ.หนองข้างน้อย อ.พนา,ม่วงสามสิบ จ.อำนาจเจริญ

– สาย อจ.3017 แยก ทล.212-บ.น้ำคำ อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ

– สาย อจ.4003 แยก ทล.2210-บ.ตำแย อ.หัวตะพาน,ม่วงสามสิบ อ.อำนาจเจริญ

– สาย ยส.3012 แยก ทล.202 – บ.ทรายมูล อ. ป่าติ้ว,เมือง,ทรายเมือง จ.ยโสธร

– สาย ยส.5034 แยก ทช.ยส.2002 – บ.ท่าลาด อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

– สาย ยส.3003 แยก ทล.202 – บ.สวาท อ.ป่าติ้ว,ไทยเจริญ,เลิงนกทา จ.ยโสธร

– สาย มห.3016 แยก ทล.212-บ.นาโพธิ์ อ.เมือง,ดอนตาล จ.มุกดาหาร

– สาย มห.3002 แยก ทล.212-บ.หนองสูง อ.นิคมคำสร้อย,หนองสูง จ.มุกดาหาร

– สาย มห.4013 แยก ทล.2116-บ.นาจาน อ.เมือง จ.มุกดาหาร

– สาย มห.3009 แยก ทล.212-บ้านหนองแคน อ.นิคมคำสร้อย,หนองสูง จ.มุกดาหาร

– มห.007 สะพานจานร่วมใจ จ.มุกดาหาร

– สาย มห.4025 แยก ทล.2277-บ.หนองกระยัง อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

ขณะนี้หน่วยงานในพื้นที่ได้ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยง พร้อมนำเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรเข้าดำเนินการบริเวณพื้นที่ที่มีดินโคลนกีดขวางทางจราจร และจัดชุดลาดตระเวน เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...