ประยุทธ์ : ไม่ใช้กฏหมายพิเศษ "ไม่ใช่ใครจะทำอะไรก็ได้ในแผ่นดินนี้"
นายกรัฐมนตรี หวั่นการชุมนุมที่มีความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นประเทศ ยันไม่ใช่กฏหมายพิเศษในการในการจัดการผู้ชุมนุม
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 เวลา 11.50 น. ณ บริเวณทางเชื่อม ตึกสันติไมตรีตึกกับตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ยืนยันการเดินทางจากต่างประเทศมาไทยยังต้องถูกกักตัวเพื่อเฝ้าระวัง 14 วัน ปรามการชุมนุมที่ใช้ความรุนแรงจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศ ขณะที่รัฐบาลเร่งส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าถึงช่วงวันหยุดยาว 4 วันว่า รัฐบาลได้พิจารณามาตรการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ให้กับห่วงโซ่ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและบริการ ขณะเดียวกันยังต้องคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัย รวมทั้งการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ด้วย ซึ่งจะมีการนำมาตรการเงินทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด – 19 เข้าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า
ในส่วนของการประชุม ศบค. ในวันนี้ ที่ประชุม ได้มีการหารือถึงสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก ทั้งในภูมิภาคและภายในอาเซียน ซึ่งบางประเทศยังคงมีสถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น ขณะที่บางประเทศมีแนวโน้มที่ลดลง ดังนั้น ไทยยังคงต้องมีความรอบคอบในการพิจารณามาตรการผ่อนคลายต่าง ๆ โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่า ยังไม่มีการพิจารณาลดจำนวนวันในการกักตัวลง โดยได้ให้เวลาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
นายรัฐมนตรีได้กล่าวถึงสถานการณ์และการปะทะกัน 2 กลุ่มผู้ชุมนุมว่า ตนได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมจากสื่อต่าง ๆ และการรายงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ได้พบปะหารือกันเพื่อหาแนวทางที่ปลอดภัยให้กับคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย และให้ความเป็นธรรมในเรื่องของสิทธิการชุมนุม ก็ขอให้ทำถูกต้องตามกฏหมาย ทั้งเรื่องการขออนุญาตการอนุมัติและจะต้องไม่มีการใช้ความรุนแรง
“วันนี้ท่านก็เห็นแล้วสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงเกิดขึ้น ก็ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด ทั้งนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะพิจารณาเองในการดำเนินการ ส่วนเรื่องในสภาก็เป็นเรื่องของสภา ผมเป็นฝ่ายบริหาร ซึ่งรัฐบาลนี้มีหน้าที่ในการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนจะแก้อย่างไรให้ว่ากันมา ไม่ใช่ว่านายกฯจะไปสั่งใครได้ทั้งหมด เป็นเรื่องกลไกของรัฐสภาฝ่ายนิติบัญญัติ” นายกฯกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่เท่าที่ดูสถานการณ์น่าจะทวีความรุนแรงขึ้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยอมรับว่า “ก็นั่นน่ะสิ” ทุกคนก็เห็นอยู่ เพราะฉะนั้นความเข้มข้นและเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมาย ก็ต้องมีมากขึ้น เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก
อีกทั้งตนได้เคยประกาศไปแล้วว่าต้องไม่มีการใช้ความรุนแรงใส่กัน แต่วันนี้มีประจักษ์พยานชัดเจนมีรูปถ่ายทุกอย่างเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ วันนี้ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเขาพยายามที่จะทำด้วยความนุ่มนวลละมุนละม่อม
แต่ก็มีการใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บหลายนาย ก็ขอให้เข้าใจว่าสถานการณ์จำเป็นต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งอาจจะทำไม่ได้ในระหว่างที่มีการชุมนุมที่มีคนจำนวนมาก แต่กฎหมายสามารถตามได้ทุกคนที่กระทำความผิดไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษอีกหรือไม่ นายกฯกล่าวตอบทันทีว่า “ไม่มีไม่จำเป็น”
เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรดี ขณะนี้ต่างฝ่ายต่าง อ้างสิทธิ์ นายกฯ กล่าวว่า “ก็ไปถามเขาสิ” ถ้าอ้างสิทธิ์ในการชุมนุมที่ถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมายมันคืออะไร จะไปละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้อื่นหรือไม่ ต้องไปดูกฎหมายลูกด้วยมีการเขียนไว้ 2-3 วรรค ในมาตราที่อ้างกันไว้ในตามรัฐธรรมนูญ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ความเชื่อมั่น ต่อไปใครจะไปจะมาหรือใครจะกล้าเข้ามาลงทุน ถ้ายังมีการใช้ความรุนแรงเป็นอยู่แบบนี้ความเชื่อมั่นของเราในสายตาต่างประเทศก็ลดลง และทำให้การค้าระหว่างประเทศต่อไปจะทำกันอย่างไร
สิ่งเรานี้เคยเกิดขึ้นในอดีตมาแล้วช่วงนี้เป็นช่วงที่เราจะต้องเร่งเสริม ในเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ คนที่ได้รับผลกระทบมีมากกว่า เราต้องคำนึงถึงคนทั้งประเทศด้วยเขาเดือดร้อนมากในเรื่องของความเป็นอยู่ อาชีพรายได้ ซึ่งรัฐบาลกำลังหามาตรการดูแลอยู่
ขณะเดียวกันเราต้องพึ่งพาอาศัยการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งต่างประเทศเขาต้องดูความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในทรัพย์สินของเขาที่จะมาลงทุนในประเทศไทย และสถานการณ์วันนี้มันยังไม่ใช่เวลา แต่ก็ไม่ขัดข้องถ้าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป เป็นเรื่องของรัฐสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ถึงเป็นบทพิสูจน์ในการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ นายกฯถึงกับร้องอ้าว พร้อมกล่าวว่า ก็นี่ไงทำงานมาให้ถึงวันนี้ การที่จะบริหารราชการแผ่นดินมันต้องใช้กฎหมาย กฎระเบียบ และรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ใครจะทำอะไรก็ได้ในแผ่นดินนี้ มันไม่ใช่
เมื่อถามว่า อาจมีการยกระดับการชุมนุมเพื่อเพิ่มแรงกดดันไปที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ให้ลาออกจากตำแหน่ง ตามข้อเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกันอยู่ไม่ว่าจะเป็นข้อเรียกร้องกี่ข้อก็ต้องไปดู สื่อต้องหารายละเอียดบ้างว่า แต่ละข้อเรียกร้องทำได้หรือไม่ได้ หรือทำแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ทำแล้วกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะว่าอย่างไร ถ้าสื่อไม่ศึกษาตรงนี้แล้วมาถามตนอย่างเดียว บางครั้งก็ตอบไม่ถูกเพราะตนก็ต้องพิจารณาจากหลายมิติ และหลายประเด็น ตนไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่ว่าจะอย่างไรคนส่วนใหญ่ในสังคมจะไม่ทำตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมโดยเฉพาะข้อที่ 3 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็เป็นเรื่องของสังคม จะมาถามอะไรผม ไม่ว่าผมจะมั่นใจหรือไม่มั่นใจ อยู่ที่คนไทยทั้งประเทศ คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า”
เมื่อถามย้ำว่าในฐานะนายกฯข้อเรียกร้องข้อที่ 3 คนไทยทั้งประเทศไม่น่าจะเห็นด้วยใช่หรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นความเห็นส่วนตัวตนก็มีอยู่แล้วแต่ไม่สามารถไปตอบแทนคนไทยทั้งประเทศได้ เป็นเรื่องของประชาชนทั้งหมด เพราะเราเป็นประเทศประชาธิปไตย การแสดงความคิดเห็นอะไรก็ตามต้องอยู่ภายในกรอบและกลไก และกระบวนการที่ถูกต้อง จะทำอะไรก็ตามมันต้องมีกระบวนการมีกลไก และกฏหมายทุกตัว ถ้าไม่นำมาพิจารณาเลยก็จะไปซ้ายทีขวาที ซึ่งไม่ได้
พร้อมทั้งยืนยันในหลักการของตัวเอง เมื่อถามว่านายกฯมีแนวทางเพื่อไม่เกิดเหตุการณ์ม็อบชนม็อบอย่างไรนายกฯกล่าวว่า เขาก็ป้องกันอยู่แล้ว ในภาพก็เห็นกันอยู่
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่นายกรัฐมนตรี กำลังให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนนั้น ปรากฎว่าได้มีลูกตัวเงินตัวทองความยาวประมาณครึ่งเมตร ซึ่งนอนผึ่งแดดอยู่ระหว่างทางเชื่อมตึกสันติไมตรีและตึกไทยคู่ฟ้าได้เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ด้านหลังจุดที่นายกฯยืน ลักษณะอยากรู้อยากเห็น แต่เมื่อเห็นว่าจะเข้ามาใกล้นายกฯ ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้เข้าไปกันและไล่ให้เข้าไปอยู่ในพุ่มไม้ แต่พอขยับออกมาลูกลูกตัวเงินตัวทองดังกล่าวก็โผล่จะขยับเข้ามาอีกถึง 2 ครั้ง จนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องไปยืนกันไว้