ออกแล้ว! ผลสอบ โบอิ้ง737 แม็กซ์8 ตกที่อินโด ชี้ผิดระนาว 'โบอิ้ง-ไลออนแอร์'
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม คณะกรรมการตรวจสอบหาสาเหตุเครื่องบินโดยสารแบบ โบอิ้ง 737 แม็กซ์ ของสายการบินไลออนแอร์ จากประเทศอินโดนีเซีย ประสบอุบัติเหตุตกทะเลไม่นานหลังบินขึ้นจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นเหตุให้คนบนเครื่อง 189 คนเสียชีวิตทั้งหมด เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 เผยแพร่รายงานผลการสอบสวนฉบับเต็มอย่างเป็นทางการในวันเดียวกันนี้ ระบุสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากปัจจัยหลายประการประกอบกัน ทั้งการขาดความคุ้นเคยของนักบินและความบกพร่องในระหว่างการซ่อมบำรุงของสายการบิน ตลอดจนข้อบกพร่องในการออกแบบระบบป้องกันอุบัติเหตุของผู้ผลิตเครื่องบินโดยสารรุ่นดังกล่าว
ในรายงานผลการสอบสวนฉบับเต็มดังกล่าวระบุว่า ข้อบกพร่องหลายๆ อย่างในการสื่อสารระหว่างการบินในเที่ยวบินดังกล่าว กับการบกพร่องของระบบการควบคุมเครื่องบินด้วยตนเองของเครื่องบินลำที่เกิดอุบัติเหตุ เช่นเดียวกับระบบเตือนภัยและสิ่งที่รบกวนสมาธิของนักบินหลายอย่างที่เกิดขึ้นในห้องนักบิน เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยระบุว่า นักบินที่หนึ่งไม่คุ้นเคยกับกระบวนการในการรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้น แม้ว่าตัวนักบินเองจะได้รับรู้ประเด็นต่างๆ เหล่านี้แล้วก่อนหน้านี้ในระหว่างการฝึกบินกับเครื่องรุ่นดังกล่าว
ทีมสอบสวนยังพบด้วยว่า อุปกรณ์เซ็นเซอร์ 2 ตัวที่ทำหน้าที่ป้อนข้อมูลสภาพของเครื่องบินระหว่างการบินไต่ระดับให้กับระบบป้องกันการชะงักกลางอากาศ หรือแอนตี้สตอลล์ ซิสเต็ม ถูกปรับตั้งค่าใหม่โดยผู้ให้บริการซ่อมแซมอุปกรณ์ดังกล่าวในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการตั้งค่าที่ผิด ในขณะเดียวกันเมื่อนำกลับมาติดตั้งโดยทีมซ่อมบำรุงของไลออนแอร์ ก็มีข้อบ่งชี้อย่างแรงกล้าว่าไม่ได้มีการทดสอบการทำงานของเซ็นเซอร์ดังกล่าวอีกครั้งแต่อย่างใด
รายงานนี้ยังระบุด้วยว่า ไลออนแอร์ควรสั่งระงับการใช้งานเครื่องบินรุ่นนี้ทันที หลังเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันกับเครื่อง 737 เที่ยวบินที่ขึ้นบินก่อนหน้าเที่ยวบินมรณะ แต่ไม่ได้ดำเนินการ ทีมสอบสวนยังพบด้วยว่า ปูมบันทึกการซ่อมบำรุงเครื่องบินของสายการบินไลออนแอร์ประจำเดือนตุลาคมที่เกิดอุบัติเหต ขาดหายไปถึง 31 หน้าโดยไม่ได้ระบุว่าเกิดจากสาเหตุใด
ในรายงาน ยังแสดงให้เห็นถึงข้อบกพร่องในการออกแบบระบบป้องกันการชะงักกลางอากาศของเครื่องบินรุ่นนี้ โดยเสนอแนะให้ออกแบบระบบที่โบอิ้งเรียกว่า ระบบเอ็มซีเอเอสใหม่ทั้งหมด ระบบดังกล่าวทำงานอัตโนมัติปรับส่วนหัวเครื่องบินให้กดต่ำลงตามค่าที่ได้รับจากเซ็นเซอร์ ทำให้นักบินต้องต่อสู้กับระบบเพื่อให้เครื่องบินอยู่ในความควบคุมของตน ทั้งนี้ ในรายงานระบุด้วยว่า ในการประเมินความปลอดภัยของเครื่องบินรุ่นนี้ โบอิ้งเชื่อว่านักบินที่ควบคุมเครื่องจะสามารถตอบสนองต่อความผิดปกติของระบบเอ็มซีเอเอสได้ภายใน 3 วินาที แต่ในเหตุการณ์จริงทั้งที่เกิดขึ้นกับเที่ยวบินที่เกิดอุบัติเหตุ และที่เกิดกับเที่ยวบินก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน นักบินของทั้งสองเที่ยวบินต้องใช้เวลาราว 8 วินาทีถึงจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง รายงานยังเสนอให้มีการตรวจสอบระบบควบคุมเครื่องอัตโนมัติของเครื่องรุ่นนี้ให้มากขึ้นและใกล้ชิดขึ้นกว่าที่เป็นอยู่, ให้ออกแบบระบบเตือนภัยในห้องนักบินเสียใหม่ และให้ฝึกอบรมนักบินสำหรับการบินเครื่องรุ่นนี้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้หลังจากเกิดอุบัติเหตุกับเครื่องบิน 737 แม็กซ์ของไลออนแอร์ ก็เกิดอุบัติเหตุคล้ายคลึงกันกับเครื่องแบบเดียวกันของเอธิโอเปียนแอร์ไลน์ จนเสียชีวิตหมดทั้งลำในอีกไม่ถึง 5 เดือนต่อมา ส่งผลให้มีคำสั่งห้ามเครื่องรุ่นนี้ขึ้นบินทั่วโลก กดดันจนโบอิ้งต้องประกาศปรับปรุงระบบความปลอดภัยดังกล่าวเสียใหม่ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าจะได้รับอนุญาตกลับมาให้บริการอีกครั้งเมื่อใด ส่งผลให้เกิดวิกฤตธุรกิจของโบอิ้งอยู่ในเวลานี้