โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

10 เรื่องราวด้านมืดแสนโหดร้ายที่แอบซ่อนในเกมที่คุณอาจจะคิดไม่รู้มาก่อน

BT Beartai

อัพเดต 15 พ.ย. 2562 เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2562 เวลา 08.39 น.
10 เรื่องราวด้านมืดแสนโหดร้ายที่แอบซ่อนในเกมที่คุณอาจจะคิดไม่รู้มาก่อน

เมื่อพูดถึงองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างเกมขึ้นมา เนื้อเรื่องของเกมก็เป็นส่วนสำคัญที่เหล่านักพัฒนาและผู้เล่นต่างใส่ใจ เพราะต่อให้ตัวเกมจะมีระบบที่เล่นสนุกขนาดไหนก็ตามแต่ถ้าเนื้อเรื่องไม่สนุกมันก็อาจจะทำให้ผู้เล่นไม่พอใจ เราจึงได้เห็นเนื้อเรื่องที่แปลกใหม่น่าสนใจมากมายที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่ก็มีเกมบางเกมที่ดูภายนอกแล้วมันคือเกมที่มีเนื้อธรรมดาไม่ได้น่ากลัวสยองขวัญหรือโหดร้ายอะไร แต่นักพัฒนากับคนเขียนบทก็ได้แอบใส่หลาย ๆ สิ่งที่เป็นด้านมืดที่แสนโหดร้ายเอาไว้ โดยหลายอย่างนั้นตัวเกมจะไม่ให้เราเห็นตรง ๆ แต่จะมาแบบอ้อม ๆ บอกเราแบบผ่าน ๆ ถ้าไม่ตั้งใจอ่านหรือคิดตามก็จะไม่รู้ หรือบางทีเหล่านักพัฒนาก็ลืมคิดไปว่าสิ่งที่เขาทำไปนั้นมันคือความโหดร้ายถ้ามองในแง่ของเนื้อเรื่อง วันนี้เราเลยรวบรวมด้านมืดต่าง ๆ ที่ที่นักพัฒนาซ่อนอยู่ในเกมมาให้เราได้อ่านกันจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

การชูนิ้วโป้งของ Vault Boy ไม่ใช่การให้กำลังใจผู้เล่นจากเกม Fallout

Fallout

เริ่มต้นเรื่องแรกกับสิ่งที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับตัวละคร Mascot ในเกมซีรีส์ Fallout อย่าง Vault Boy ที่กำลังชูนิ้วโป้งให้คุณ ซึ่งสัญญลักษณ์นี้มันหมายถึงการแสดงความชื่นชมประมาณว่ายอดเยี่ยมมาก ๆ ยิ่งมีการกะพริบตาข้างหนึ่งด้วยยิ่งเพิ่มความหมายในการชมให้มากขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งสิ่งนี้มันเป็นภาษาสากลที่เราต่างรู้กันและรูปของ Vault Boy ชูนิ้วแบบนี้เราก็เห็นมาทุกภาคของซีรีส์ Fallout จนเราไม่คิดอะไร ซึ่งความจริงแล้วการชูนิ้วของเจ้า Vault Boy นั้นไม่ได้ต้องการให้กำลังใจผู้เล่นอย่างที่คิด เพราะการชูนิ้วโป้งแบบนี้หมายถึงการตรวจวัดรังสีจากนิวเคลียร์ที่ถูกสอนกันมาในสมัยสงครามเย็น โดยการวัดค่ารังสีนั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการชูนิ้วโป้งขึ้นฟ้าแล้วปิดตาข้างหนึ่ง(ข้างใดก็ได้มือข้างไหนก็ได้) ถ้าก้อนเมฆเล็กกว่านิ้วโป้งของคุณแปลว่าคุณอยู่ในระยะที่ปลอดภัย แต่ถ้าเมฆก้อนใหญ่กว่านิ้วโป้งก็ตัวใครตัวมัน ซึ่งนั่นเป็นการสอนที่ผิดและแน่นอนมันเคยสร้างความแตกตื่นมาแล้วกับคำสอนนี้ และนักพัฒนาก็เอามาใส่ในเกมโดยที่เราไม่รู้เลยว่าเจ้า Vault Boy มันกำลังล้อเลียนคุณ ประมาณว่านายกำลังคิดว่าฉันจะให้กำลังใจนายอยู่อย่างนั้นหรอเปล่าเลยฉันกำลังวัดรังสีอยู่ต่างหาก

Fallout

ด้านมืดของ Princess Peach ที่คุณคิดไม่ถึงจากเกม Super Mario

Super Mario

หนึ่งในเกมที่มีด้านมืดต่าง ๆ ซ่อนอยู่นั้นเกมในซีรีส์ Super Mario จัดว่าเป็นเกมที่มีด้านมืดแอบอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอิฐต่าง ๆ ที่เรากระแทกเล่นในเกมหรือเห็ดดอกไม้ที่เรากินเพื่อเพิ่มพลังนั้นมันคือคือชาวบ้านที่ถูกสาปโดย Koopa ซึ่งถ้าคุณคิดว่านั่นโหดแล้วยังมีโหดขึ้นไปอีกขั้นนั่นคือคนที่สามารถแก้คำสาปของ Koopa ที่สาปคนเป็นก้อนอิฐกับเห็ดได้นั้นคือ Princess Peach แต่ทำไมเธอถึงไม่คิดจะแก้คำสาปนั้น ยิ่งไปกว่านั้น Mario ที่รู้ทั้งรู้ว่านั่นคือชาวบ้านที่ถูกสาปเป็นอิฐเป็นเห็ดแต่กลับยังคงทำลายอิฐเล่นเอาเห็ดมากินเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเองแบบไม่สนใจอะไรทั้งนั้น และถ้าคุณจะบอกว่าสิ่งที่เราเขียนนั้นคือเรื่องที่แต่งขึ้น ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่เพราะข้อมูลทั้งหมดนั้นมาจาก Super Mario Brothers Manual นั่นจึงทำให้เรากลับมาคิดใหม่ว่าความจริงแล้วตัว Mario กับ Princess Peach คือคนดีจริง ๆ รึเปล่า

Super Mario

ผู้คนในเกม Stardew Valley  วนอยู่ในช่วงเวลาเดิม ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

Stardew Valley

มาต่อกันที่เกมแนวปลูกผักที่หลายคนชื่นชอบอย่าง Stardew Valley ที่เกมนี้จะให้เรารับบทเป็นหนุ่มน้อยที่ย้ายมาอยู่ในเมือง Pelican Town ที่แสนสงบสุขพร้อมแปลงที่ดินอันแสนว่างเปล่าที่เป็นมรดกตกทอด สิ่งที่เราต้องทำคือปลูกผักเลี้ยงสัตว์และไปคุยกับชาวบ้านในเมือง ที่ไม่ว่าคุณจะไปพูดกับพวกเขากี่ครั้งชาวบ้าน(บางคน) ก็จะพูดแต่ประโยคเดิม ๆ ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปกี่ปีกี่ฤดูกาลตัวละครเหล่านั้นก็ยังคงพูดแบบเดิม และแน่นอนเมื่อวันเวลาหรือเทศกาลกลับมาซ้ำวันเดิมแบบเดียวกับในปีที่แล้วตัวละครชาวบ้านเหล่านั้นก็จะมายืนที่เดิมพูดแบบเดิมทำแบบเดิมอยู่อย่างนั้น เหมือนกับว่าพวกเขาวนอยู่ในช่วงเวลาเดิม ๆ อยู่อย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยที่เราซึ่งเป็นตัวละครก็ไม่ได้สนใจหรือสังเกตเลยด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันช่างเหมือนกับที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วเลย ซึ่งเอาจริง ๆ มันก็คือระบบของเกมที่นักพัฒนาใส่ลงไปและก็มีอีกหลายเกมที่เป็นแบบนี้ แต่พอเรามาคิดในแง่ของเนื้อเรื่องมันก็ดูมืดมนมาก ๆ ก็เท่านั้นเอง

Stardew Valley

วิญญาณหลอนในเกม Pokemon Black & White กับที่มาสุดเศร้า

Pokemon

เมื่อพูดถึงเกม Pokemon เชื่อว่าคนที่ชอบเรื่องราวลึกลับต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับวีดีโอเกมคงจะชื่นชอบ เพราะเกมในซีรีส์นี้มักจะมีเรื่องราวแปลก ๆ สยองขวัญที่ถูกแต่งขึ้นมามากมายทั้ง Pokemon ประหลาดที่ถูกซ่อนไปจนถึงเพลงที่เด็กซึ่งได้ฟังจะไปฆ่าตัวตายที่เอาเข้าจริง ๆ แล้วมันก็เป็นแค่เรื่องที่แต่งขึ้นมาตามอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ภายในเกม Pokemon เองก็ยังมีเรื่องราวลึกลับแปลก ๆ ซ่อนอยู่เหมือนกัน อย่างวิญญาณสาวน้อยที่ Marvelous Bridge ในเกมภาค Black & White ที่เมื่อเราเดินทางบนสะพานเราจะเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่แต่พอเข้าไปเธอก็จะหายตัวไปอย่างปริศนา พอถามคนที่ยืนตรงนั้นจะทราบว่าเด็กสาวถูกสาปให้อยู่ในฝันร้ายนิรันดร์จากฝีมือของ Pokemon ในตำนานอย่าง Darkrai และหนึ่งในภารกิจของเกมเราจะถูกส่งไปตามหาขนของ Cresselia มาแก้คำสาป แต่เมื่อเราได้ขนของ Cresselia มันก็สายเกินไปและเด็กผู้หญิงคนนั้นต้องติดอยู่ในฝันร้ายตลอดไป เนื้อเรื่องโหดร้ายมาก ๆ

Pokemon Black & White

เสียงร้องขอความช่วยเหลือและเจ็บปวดทรมานของ Headcrab Zombie ใน Half-Life

Half-Life

เรื่องนี้อาจจะเก่าหน่อยสำหรับชาวเกมเมอร์ที่เคยเล่นเกม Half-Life  มาก่อนน่าจะรู้จักเจ้า Headcrab ที่จัดเป็นสัตว์ประหลาดประเภทปรสิตที่สิงร่างของมนุษย์โดยการเกาะที่หัวก่อนจะยึดครองร่างสติความคิดของคน ๆ นั้น ซึ่งถ้าเรามองในแง่ของการออกแบบตัวละครในเกมแล้วเจ้า Headcrab Zombie นั้นก็จัดเป็นหนึ่งในตัวละครที่น่าขนลุกเวลาที่เจอมัน แต่มันก็ดูจะธรรมดาเกินไปเมื่อเทียบกับตัวละครสัตว์ประหลาดในวีดีโอเกม แต่สิ่งที่ทำให้ Headcrab Zombie ติดอันดับด้านมืดแสนโหดร้ายในบทความนี้นั่นก็เพราะความหลอนและน่าเศร้าของตัวละครตัวนี้ ที่เมื่อเราโจมตีมันด้วยปืนไฟหรืออาวุธต่าง ๆ เราจะได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน ซึ่งเสียงที่ฟังไม่รู้เรื่องนี้ ถ้าเอามาเพลย์ย้อนกลับก็จะเป็นคำที่ฟังรู้เรื่องขึ้นมา (Oh God, God Help Me) ก็อาจจะสื่อว่ามนุษย์ที่ยังมีสติความเป็นคนอยู่แม้จะโดน Headcrab ยึดร่าง และเขาหรือเธอจะร้องขอความช่วยเหลือจากเราด้วยความเจ็บปวดทรมานเหมือนร้องขอความตายจากเรา นั่นก็หมายความว่าเจ้า Headcrab แทบไม่เป็นอะไรเลยขณะที่ร่างมนุษย์ที่มันสิงกำลังทรมานจากการโจมตีของเรา แค่คิดก็สยองแล้ว

Half-Life

Little Sister คือเด็กที่ถูกลักพาตัวมาจากเกม BioShock 2

BioShock

มาต่อกันที่สาวน้อยน่ารักที่ใครซึ่งเคยเล่นเกม BioShock ทั้ง 2 ภาคมาก่อนน่าจะรู้จักเด็กสาวที่ถือเข็มฉีดยาและดูดอะไรบางอย่างจากศพคนตายอย่าง Little Sister และการมาของเธอนั้นก็จะมาพร้อมกับหุ่นยนต์ตัวใหญ่ที่ชื่อว่า Big Daddy สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นเกม BioShock ภาคแรกนั้นจะเล่าถึง Jack หนุ่มดวงซวยที่เครื่องบนตกกลางทะเล ก่อนจะพบทางเข้าในเมืองใต้ทะเลที่ชื่อว่า Rapture แต่ผู้คนที่อยู่ที่นั่นเสพติดสารบางอย่างที่ให้พลังพร้อมความบ้าคลั่งจนฆ่ากันเอง เราจึงต้องหาทางหนีออกมาจากที่นั่น โดยในเกมนี้เราจะมีพลังพิเศษจากการฉีดยาแบบคนในเมืองเพื่อใช้ในการต่อสู้ และสิ่งหนึ่งที่สำคัญในเกมคือ Adam สารที่สำคัญที่เราสามารถได้จากเด็กสาวที่มาเก็บจากศพ และเด็กสาวเหล่านี้ก็คือเด็กธรรมดาที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมให้ปรับตัวเข้าสภาพแวดล้อมในเมืองใต้บาดาลเพื่อมีหน้าที่จะเรียกคืน Adam จากศพในเมือง Rapture

BioShock

ซึ่งตอนแรกนั้น Little Sister มาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อจับเด็กผู้หญิงมาดัดแปลงเป็น Little Sister แต่เมื่อจบภาคแรก Little Sister ได้เสียชีวิตและหนีออกไปพร้อมกับ Jack หลายคน พอมาใน BioShock 2 ที่เป็นการเล่าเรื่องราวต่อจากภาคที่แล้วจึงต้องมีการลักพาตัวเด็กผู้หญิงที่เล่นน้ำตามชายหาดมาเป็น Little Sister โดยที่เด็กบางคนยังมีความทรงจำและความรู้สึกสมัยเป็นมนุษย์อยู่ และภายในเกมเราก็สามารถเลือกที่จะช่วย Little Sister โดยการรักษาเธอให้เป็นเด็กปกติหรือฆ่าเธอเพื่อดูดเอา Adam จากตัวเด็ก เรียกว่าที่มาที่ไปโหดร้ายมาก ๆ ถ้ามองในแง่มุมของเนื้อเรื่อง

BioShock

วิญญาณผีสาวผู้อาฆาตแค้นกับที่มาอันแสนเศร้าจากเกม Grand Theft Auto 5

Grand Theft Auto 5

เมื่อพูดถึงผีสาวในเกม Grand Theft Auto V หรือ GTA 5 เชื่อว่าคนที่เล่นเกมนี้มาก่อนคงจะคุ้นเคยและคงจะไปล่าท้าผีกันมาแล้วอย่างแน่นอน ส่วนคนที่เพิ่งเคยเล่นเกมนี้หรือยังไม่ทราบก็ลองเข้าเกม GTA 5 แล้วไปที่ Mount Gordo (ตามรูป) ในเวลา 23.00 ถึง 0.00 เราจะพบกับวิญญาณหญิงสาวที่แสนน่ากลัวยืนอยู่พร้อมข้อความเลือดที่เขียนบนพื้นว่า JOCK สำหรับคนที่อยากไปล่าท้าผีก็แนะนำให้เอาปืนไรเฟิลแบบติดกล้องมองระยะไกลไปด้วย ไม่ใช่เอาไปยิงผีแต่เอาไว้ส่องผีเพราะเมื่อเราเข้าไปใกล้วิญญาณจะหายไปทันทีเหลือแต่อักษรเลือด

Grand Theft Auto 5

และสิ่งที่ทำให้วิญญาณหญิงสาวมาอยู่ในบทความนี้ก็เพราะที่มาที่ไปของเธอที่เกมบอกกับเรา (ถ้าใครไปค้นหาความจริง) โดยตัวของผีสาวมีนามว่า Jolene Cranley  เป็นภรรยาของ Jock Cranley อดีตนักแสดงผาดโผนที่มีชื่อเสียงในช่วงปี 1980 ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งคู่ก็อยู่ที่  Blaine County ก่อนที่ Jock จะตัดสินใจย้ายมาที่ Los Santos (เมืองในเกม GTA 5) ซึ่งตัวของ Jolene ไม่เห็นด้วยจึงมีปากเสียงกันบ่อยครั้งก่อนที่สามีจะลวงภรรยามาที่ Mount Gordo และผลักเธอลงไปเสียชีวิต ภายหลังสามีถูกจับแต่ด้วยหลักฐานที่ไม่มากพอเขาจึงถูกปล่อยตัวและกลายเป็นนักแสดงผาดโผนที่มีชื่อเสียงในเวลาต่อมา ขณะที่ Jolene ก็เป็นวิญญาณอาฆาตที่รอการแก้แค้นบนภูเขา เรียกว่าที่มาที่ไปของผีสาวช่างแสนหดหู่จริง ๆ

Grand Theft Auto 5

เมื่อตัวละครหลงรักผู้เล่นและเธอรู้ว่าตัวเองเป็นแค่เกมใน Doki Doki Literature Club!

Doki Doki Literature Club!

ถ้าพูดถึงเกมที่มีด้านมืดสุดโหดร้ายและหลอนเข้าไส้เกม Doki Doki Literature Club! ต้องติดอันดับด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะใครที่ได้เล่นเกมนี้ต่างยกนิ้วให้ในความคิดสร้างสรรค์ของทีมพัฒนา ที่เอาระบบเกมมาใช้กับผู้เล่นอย่างเราได้อย่างลงตัวและหลอนแบบสุด ๆ ซึ่งสำหรับคนที่ไม่รู้จักเกม Doki Doki Literature Club! จะเป็นเกมจีบสาวธรรมดา ๆ ที่เราจะได้เป็นหนุ่มดวงดีที่ต้องเข้าชมรมวรรณกรรมที่มีสาวน่ารัก 4 คนให้จีบ ตัวเกมมันก็คือเกมจีบสาวทั่วไป แต่ความหลอนและสยองขวัญจะเริ่มต้นหลังจากเล่นรอบแรกจบไปแล้ว และเมื่อเล่นรอบที่ 2 ตัวเกมก็จะเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นเหมือนเกมเดิมที่เราเล่นในรอบที่แล้ว แต่เมื่อเราจีบสาวคนไหนจนเธอยอมเป็นแฟนกับเราแล้วความสยองจะเกิดขึ้นทันที เพราะระหว่างที่เรากำลังคุยกับสาวเหล่านั้นจู่ ๆ เธอก็เอามีดมาแทงตัวเองหรือไม่ก็ผูกคอตายต่อหน้าเราแบบไม่มีเหตุผล ซึ่งในการเล่นรอบที่แล้วไม่มีแบบนี้ !

Doki Doki Literature Club!

และไม่ว่าคุณจะจีบคนไหนพวกเธอจะฆ่าตัวตายหมดยกเว้นคนเดียวที่เราจะจีบเธอไม่ได้นั่นคือ Monika และระหว่างเล่นเกมก็จะค้างกระตุกภาพขาด ๆ หาย ๆ หรือบางทีก็จอดับไปดื้อ ๆ ก่อนจะติดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมภาพสาว ๆ ที่ฆ่าตัวตายจนหลายคนคิดว่าเกมที่ตัวเองเล่นไฟล์เสียรึเปล่า ก่อนที่ตัวเกมจะเฉลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในเกมนี้นั้นคือฝีมือของ Monika ที่ตัวของเธอนั้นมีความคิดเป็นของตัวเอง และเธอก็รู้ว่าตัวเองเป็นแค่โปรแกรมในเกมธรรมดาแต่เธอก็หลงรักเรามาก ๆ (แต่ในเกมจีบเธอไม่ได้) และเธอก็รู้สึกหึงหวงเรามาก ๆ ที่เห็นเราไปจีบคนอื่นเธอจึงไปแก้โปรแกรมเกมให้เสียและเปลี่ยนให้สาว ๆ เหล่านั้นตายให้หมด ซึ่งสิ่งสุดท้ายที่เราจะได้เห็นในเกมนี้คือภาพของ Monika ที่นั่งจ้องหน้าเราอยู่แบบนั้นโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนกับว่า Monika อยากอยู่กับเราตลอดไป นับเป็นไอเดียที่หลอนแปลกแหวกแนวมาก ๆ เลยทีเดียว ใครไม่เคยเล่นแนะนำให้หามาลองดูแล้วจะรู้ว่าเกมนี้หลอนนาดไหน

Doki Doki Literature Club!

ศพในห้องน้ำจากเกม The Last of Us

The Last of Us

เมื่อพูดถึงด้านมืดที่แสนโหดร้ายเกมแนวซอมบี้ดูเหมือนจะกินขาดเกมแนวอื่นไปได้ในทันที  เพราะถ้าใครที่เคยดูหนังหรือเล่นเกมแนวซอมบี้จะทราบดี ว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในจักรวาลซอมบี้ไม่ใช่ตัวผีดิบกินคนกระหายเลือดแต่เป็นมนุษย์ด้วยกันเองต่างหากที่น่ากลัวที่สุด แต่อีกสิ่งที่แสดงถึงความโหดร้ายและด้านมืดได้ดีอีกอย่างของเกมแนวซอมบี้คือซากศพในเกม ซึ่งเกม The Last of Us ก็ได้นำเสนอเรื่องนี้ได้อย่างน่าสนใจ เพราะถ้าใครที่ได้เล่นเกมนี้หรือสังเกตดูดี ๆ คุณจะเห็นว่ามีซากศพอยู่ในห้องน้ำหลายฉากมาก ๆ ตลอดการเดินทางของตัวละครในเกม

The Last of Us

ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าซากศพในห้องน้ำมันแปลกตรงไหน ? หรือว่ากำลังปลดทุกข์อยู่แล้วซอมบี้มากัด ? ซึ่งมันไม่ใช่แบบนั้นแน่นอน แต่ถ้าเราย้อนมาดูที่หลักความเป็นจริง เวลาที่คุณเจอเรื่องเลวร้ายอย่างคนบ้าซอมบี้คลั่งไล่กัดคุณ ตอนนั้นสิ่งที่คุณคิดออกตอนวิ่งหนีและคิดว่ามันจะปลอดภัยที่สุดก็คือห้องน้ำ เพราะมันคือสถานที่ปิดตายที่คงไม่มีตัวอะไรอยู่ในนั้นแน่นอน แต่ก่อนคนที่จะเข้าไปเขาอาจจะบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว หรืออาจจะฆ่าตัวตายเมื่อรู้ว่าตัวเองถูกกัด นั่นจึงเป็นคำตอบที่ว่าทำไมเราถึงเจอศพในห้องน้ำมากกว่าที่อื่นในบ้าน หรือบางทีห้องน้ำก็ใช้เป็นสถานที่ฆ่าตัวตายอย่างสงบเพื่อหนีปัญหาอย่างคู่รักในอ่างน้ำที่เราเห็นในรูปอีกด้วย เรียกว่าหดหู่มืดมนจริง ๆ

The Last of Us

ส่งนักรบเป็นใบ้ไปฆ่าจอมมารด้วยไม้หอกไม้ไผ่กับโล่หนังในเกม Dragon Quest 1

Dragon Quest 1

ปิดท้ายด้วยเกม RPG ในตำนานที่หลายคนคงจะสงสัยว่าเกม Dragon Quest 1 นั้นจะมีด้านมืดแสนโหดร้ายซ่อนอยู่ด้วย ? เพราะตลอดทั้งเกมที่เราได้เล่นนั้นมันก็คือเกมภาษาธรรมดาที่เราจะได้รับบทเป็นผู้กล้าไร้ชื่อที่ต้องไปปราบราชามังกรที่จับเจ้าหญิงไป โดยปราสาทราชามังกรนั้นก็อยู่อีกฟากหนึ่งของเมือง (ดูรูปประกอบ) แต่ในจักรวาล Dragon Quest 1 นั้นไม่มีเรือสิ่งที่เราทำได้คือการรวบรวมของวิเศษเพื่อสร้างสะพานสายรุ้งข้ามไปยังปราสาทจอมมาร

Dragon Quest 1

ซึ่งความโหดร้ายและด้านมืดที่เกมนี้มีไม่ใช่การที่เราไปฆ่ามอนสเตอร์ไร้ทางสู้หรือการไปปราบราชามังกรกับชาวบ้านที่พูดได้แค่ประโยคเดียวซ้ำ ๆ เหมือนเกม Stardew Valley แต่มันคือความโหดร้ายทางด้านเนื้อเรื่องที่เราจะได้เล่นเป็นนักรบไร้ชื่อแถมเป็นใบ้ ที่จู่ ๆ พระราชาก็ยกตำแหน่งนักรบผู้กล้าให้เราก่อนจะส่งเราไปปราบราชามังกร ที่เมื่อดูจากตัวละครในเกมแล้วเราจะเห็นว่าตัวละครเรานั้นสวมชุดเกราะถือดาบมีโล่ดูพร้อมจะไปรบ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วเมื่อเราเข้าไปดูในเมนูเกมสิ่งที่เรามีจะเป็นแค่หอกไม้ไผ่กับโล่หนังเท่านั้น ครับคุณอ่านไม่ผิดแบบนั้นจริง ๆ นั่นคือสิ่งที่พระราชามอบให้เราที่เป็นผู้กล้าไปปราบราชามังกรเพื่อช่วยเจ้าหญิงลูกสาวสุดที่รัก ถ้าคิดในมุมของเกมมันก็คืออุปกรณ์เริ่มต้นเพื่อไม่ให้เราเก่งตั้งแต่แรก แต่ในแง่ของเนื้อเรื่องมันดูโหดร้ายเหมือนส่งเราไปตายมากกว่าจะส่งไปปราบปีศาจ เพราะในความเป็นจริงถ้าคุณมีอาวุธแค่นี้แล้วเดินออกไปนอกเมืองที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์คงจะต้องตายในครึ่งวันแน่นอน

Dragon Quest 1

ก็จบกันไปแล้วกับ 10 เรื่องราวด้านมืดในเกมที่เราเอามานำเสนอหวังว่าคงจะถูกใจกันไม่มากก็น้อย โดยเรื่องราวเกือบทั้งหมดนั้นจะเป็นในส่วนของเนื้อเรื่องมากกว่าระบบของเกมที่เราพยายามหามุมมองแปลก ๆ ที่น่าสนใจมานำเสนอ และถ้าใครมีมุมมองด้านมืดที่เป็นเนื้อเรื่องแปลก ๆ ก็เอามาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ เพราะยังมีเนื้อเรื่องด้านมืดแปลก ๆ ที่น่าสนใจอยู่อีกหลายเกมส่วนครั้งหน้าจะเป็นเรื่องราวอะไรที่เกี่ยวกับเกมอีกก็ติดตามกันได้ที่นี่ที่เดียว

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

10 เรื่องราวด้านมืดแสนโหดร้ายที่แอบซ่อนในเกมที่คุณอาจจะคิดไม่รู้มาก่อน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...