โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CHO ควักงบ 350 ล้าน เปิดศูนย์ซ่อมสิบล้อ 24 ชม. 5 แห่งทั่วประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ต.ค. 2563 เวลา 07.53 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2563 เวลา 07.53 น.

บริษัท ช ทวี หรือ “CHO” ทุ่ม 350 ล้านบาท เดินหน้าเปิดศูนย์ซ่อม “สิบล้อ 24 ชั่วโมง by CHO” อีก 5 แห่งกระจายทั่วประเทศ-พร้อมรับจดทะเบียน ต่อภาษี-ประกันภัย ระบุร่วมเอกชน 20 ราย ควัก 200 ล้านบาท ตั้ง “KKTT” ลุย “ขอนแก่นโมเดล” ด้าน “ธนาคารกรุงเทพ” ลั่นหนุนธุรกิจ CHO เต็มสูบ

บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) “CHO” นับเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจรถขนส่งในจังหวัดขอนแก่น รวมทั้งริเริ่มธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุก ก่อนจะขยายมาสู่การผลิตและต่อตัวถังรถบัส รถพ่วง-กึ่งพ่วง และรถขนส่งประเภทต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีรถพ่วง และรถเพื่อการพาณิชย์ จากการมองเห็นแนวโน้มการขยายตัวของความต้องการที่มีในระบบขนถ่ายสินค้าด้วยรถพ่วงขนาดใหญ่ และเห็นความสำคัญของนวัตกรรมด้านการต่อตัวถังรถบรรทุกด้วยเทคโนโลยีชั้นนำจากต่างประเทศ ว่าจะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมรถพ่วง-กึ่งพ่วง ในอนาคตเพิ่มมากขึ้น

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้จัดงบประมาณ 350 ล้านบาท เพื่อขยายการลงทุนและต่อยอดธุรกิจครอบคลุมภายในปี 2565 โดยขยายศูนย์ซ่อมรถบรรทุกจากเดิมมีอยู่ 3 แห่ง คือ ขอนแก่น วังน้อย และพัทยา โดยจะเพิ่มบริการศูนย์ซ่อม “สิบล้อ 24 ชั่วโมง by CHO” เพื่อซ่อมแซม บำรุงรักษาเครื่องยนต์ ตัวถัง ระบบไฟฟ้า แบบเต็มระบบ โดยเปิดให้บริการแล้วที่ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และสุวรรณภูมิ โดยมีแผนลงทุนเพิ่มเติมอีก 5 แห่ง กระจายไปทั่วประเทศ

นอกจากนี้บริษัทจะเพิ่มบริการครอบคลุมการจดทะเบียน ต่อภาษี ประกันภัย พร้อมจำหน่ายอะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่ง โดยทีมช่างมืออาชีพ และเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมระบบการบันทึกข้อมูล ประวัติการซ่อมแซม เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลประวัติการซ่อมรถแต่ละคันได้จากทุกศูนย์บริการ ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสังคม เช่น การสนับสนุนรถเมล์ NGV (Low Floor) ที่ออกแบบเพื่อให้ผู้โดยสารทุกกลุ่มสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวก และปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ หรือผู้สูงอายุ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมสำหรับสายงานผลิตประกอบรถโดยสารไฟฟ้า (EV-BUS) เพื่อรองรับความต้องการทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานได้ในช่วงปลายปีนี้ ขณะที่ภาพรวมรายได้ของบริษัทเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมานั้น มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกแบบพิเศษประมาณ 65% กลุ่มบริหารโครงการและงานบริการ 22% และมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์มาตรฐาน13%

“ในช่วงที่โควิดระบาด ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทเช่นกัน โดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่มสายการบินทั้งในและต่างประเทศต่างได้รับผลกระทบ และชะลอการลงทุน รวมทั้งการเข้าสู่ขั้นตอนฟื้นฟูกิจการของสายการบินรายใหญ่ระดับประเทศ แต่บริษัทยังมีรายได้ประจำจากกลุ่มงานซ่อมบำรุงเข้ามาช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง”

นายสุรเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัท ช ทวี เป็นหนึ่งในแกนหลักสำคัญของภาคเอกชนกว่า 20 ราย ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเชื่อมโยงกันด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกันในเรื่อง “สำนึกรักบ้านเกิด” และร่วมกันจัดตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง (เคเคทีที) จำกัด “KKTT” ภายใต้ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อน “ขอนแก่นโมเดล” อย่างบูรณาการร่วมกัน ทั้งความร่วมมือกับภาครัฐ หน่วยงานส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และภาคประชาชนในพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่กลุ่ม NGO เพื่อออกแบบพัฒนาโครงสร้างของจังหวัดและพัฒนาเมืองให้เติบโตอย่างถูกทิศทาง สู่การเป็นต้นแบบด้าน Smart City เมืองแห่งอนาคต และเมืองศูนย์กลางของอาเซียนเพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

สำหรับแผนการลงทุนของกลุ่ม KKTT จะเน้นการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยใช้ระบบขนส่งมวลชนเป็นตัวนำ ด้วยการสร้างรถไฟฟ้ารางเบา ระยะทาง 26 กิโลเมตร จำนวนสถานี 21 สถานี และการพัฒนาพื้นที่อย่างเหมาะสมในแนวสายรถไฟฟ้ารางเบา (Transit Oriented Development) รวมทั้งการสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติ นิคมอุตสาหกรรมสีเขียว ท่าเรือบก หรือ Inland Container Depot เพื่อใช้ขนส่งสินค้าด้วยระบบราง รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำ การศึกษา งานวิจัย และอื่นๆ

โดยจะช่วยให้ดัชนีความสุขของผู้คนในจังหวัดเพิ่มสูงขึ้น สอดรับกับนโยบายจังหวัดที่ต้องการเป็นเมืองศูนย์กลาง 3 ด้าน คือ การเป็นเมืองราง เมืองศูนย์กลางทางการแพทย์ และเมืองศูนย์กลางด้านการประชุมสัมมนา (MICE City) โดยที่องค์ความรู้เหล่านี้ จะเป็นแนวทางในการสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจและสังคมไทยได้ในอนาคต

นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เจตนารมย์สำคัญของธนาคารคือ การเป็น “เพื่อนคู่คิด” พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าธุรกิจในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะ บริษัท ช ทวี ซึ่งเป็นลูกค้ากับทางธนาคารมาอย่างยาวนาน และมีอุดมการณ์ในการดำเนินธุรกิจไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสร้างความยั่งยืน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางธนาคารมีความตระหนัก และนำแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาใช้ในการดำเนินงานให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

เช่น การพิจารณาสินเชื่ออย่างมีจริยธรรม โดยคำนึงถึงหลักปฏิบัติด้านแรงงาน สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม การดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล คำนึงถึงสวัสดิภาพของพนักงาน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนโดยรอบสำนักงานและสาขาของธนาคาร เพื่อไปสู่เป้าหมายการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืนของสังคมและประเทศชาติเช่นเดียวกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...