โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อ 'ผักชี' ไม่ได้มีไว้แค่โรยหน้า

Health Addict

อัพเดต 27 ต.ค. 2563 เวลา 07.46 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2563 เวลา 07.45 น. • Health Addict
แม้ว่าผักชีโรยหน้าในสำนวนสุภาษิตของไทยจะหมายถึงการทำอะไรก็ตามเพื่อให้เสร็จๆ ส่งๆ ไป หรือทำความดีเฉพาะหน้า แต่ความเป็นจริงสิ่งที่ทำหรืองานที่ทำอาจไม่เสร็จจริงหรือไม่ดีจริง ในทางกลับกันผักชีจริงๆ ที่เราเอาไว้กินส่วนใหญ่แล้วเราก็เอาไว้โรยหน้าเพื่อตกแต่งเมนูอ

แม้ว่าผักชีโรยหน้าในสำนวนสุภาษิตของไทยจะหมายถึงการทำอะไรก็ตามเพื่อให้เสร็จๆ ส่งๆ ไป หรือทำความดีเฉพาะหน้า แต่ความเป็นจริงสิ่งที่ทำหรืองานที่ทำอาจไม่เสร็จจริงหรือไม่ดีจริง ในทางกลับกันผักชีจริงๆ ที่เราเอาไว้กินส่วนใหญ่แล้วเราก็เอาไว้โรยหน้าเพื่อตกแต่งเมนูอาหารให้ดูสวยงาม หรืออาจโรยเอาไว้เพื่อให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น แล้วผักชีมีดียังไงทำไมต้องเอาไว้โรยหน้าถึงขนาดต้องเอาไปตั้งเป็นสำนวนไทย มาดูกัน!

    ขุดต้นกำเนิดของ “ผักชี” ผักชี เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่งที่มีวงศ์ตระกูลมากกว่า 3,000 ชนิด วงศ์ตระกูลที่เรารู้จักกันดีคือ คึ่นช่าย (Celery), ยี่หร่า (Caraway), กระเทียม, หอมใหญ่ โดยต้นกำเนิดของผักชีนั้นไม่ได้อยู่ในเมืองไทย แต่ว่ากันว่าผักชีถูกค้นพบในแถบเมดิเตอร์เรเนียนและเอเชียใต้ ซึ่งผักชีเองเป็นผักที่ปลูกง่ายไม่ต้องดูแลมาก ดังนั้นการที่ผักชีถูกนำเข้ามาปลูกในเมืองไทยจึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยากและด้วยความที่ผักชีถูกนำไปเป็นส่วนประกอบสมุนไพรสำคัญในหลากหลายเมนูทั่วโลก วัฒนธรรมการปรุงอาหารด้วยผักชีจึงถูกแพร่หลายมายังเมืองไทยด้วยเช่นเดียวกัน    ผักชีถือเป็นหนึ่งในผักที่สามารถนำมาทำอาหารได้ตั้งรากจนถึงใบ หากนำรากมาโขลกกับกระเทียมและพริกไทยดำแล้วนำไปหมักกับเนื้อสัตว์ก่อนนำไปทอด ก็จะได้รสชาติที่เลิศขึ้นไปอีกระดับ เมล็ดสามารถนำไปทำเป็นเครื่องเทศ พริกแกงก็ได้ ส่วนใบนำไปตกแต่งเมนูอาหารต่างๆ    ทำความรู้จักเผ่าพันธุ์ของผักชี เอาจริงๆ แล้วตระกูลผักชีที่เรามักจะเห็นกันได้บ่อยๆ ก็มีอยู่เพียงไม่กี่ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีลักษณะของใบและการใช้ที่ไม่เหมือนกัน วันนี้เราจะพามาดูว่าผักชีแต่ละชนิด เป็นยังไง ใช้ทำอะไรกันได้บ้าง   • ผักชีไทย (Coriande) หรือที่เรียกกันว่า ผักหอมหรือผักชีลา เป็นผักชีที่เราเห็นได้บ่อยสุดกินกันอยู่ทั่วๆ ไป มีใบหยักลึกเข้าหาลำต้น สีเขียวน่ารับประทาน มักใช้โรยหน้าตกแต่งอาหารเช่น ยำ ต้มยำ น้ำซุป น้ำแกง ก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น   • ผักชีลาว (Dill) หรือเทียนตาตั๊กแตน เป็นผักชีที่ใบคล้ายๆ ขนนกเล็กเรียว ผักชีชนิดนี้สามารถดับคาวได้ แต่งกลิ่นได้ดีทีเดียว มักใช้ในอาหารทางภาคเหนือและอาหารฝรั่งเช่น  แกงอ่อม แกงลาว ห่อหมก น้ำพริก แจ่ว คั่วต่างๆ เป็นต้น สำหรับในอาหารฝรั่งก็มักจะเอาไปใส่ในน้ำสลัด น้ำซอสและน้ำซุป   • ผักชีฝรั่ง (Culantro) หรือบางคนเรียกผักชีใบเลื่อย เป็นผักชีที่มีใบเรียวใหญ่ขอบหยักคล้ายใบเลื่อย มีถิ่นกำเนิดในแถบเม็กซิโกและอเมริกาใต้ มักใช้กับอาหารทางภาคอีสานและอาหารฝรั่งเช่น ลาบ น้ำตก ต้มยำ ต้มแซ่บ ส่วนอาหารฝรั่งมักจะผสมเข้าไปในซอส    • ผักชีล้อม (Fennel) หรือบางคนเรียกว่ายี่หร่า ใบมีลักษณะแบนรีขอบใบคล้ายฟันเลื่อยเช่นเดียวกันแต่ใบเล็กกว่าผักชีฝรั่ง มีกลิ่นหอมฉุนใช้สำหรับทานกับอาหารรสจัด ยอดอ่อนใช้สำหรับกินเป็นกับแกล้มกินกับน้ำพริก ส้มตำ ยำ ลาบ เป็นต้น    ไม่ใช่แค่มีหลายชนิด…แต่ประโยชน์ก็หลายหลาก ผักชีอุดมไปด้วยวิตามินเอและซีสูง รวมถึงแร่ธาตุต่างๆ มีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรที่ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย แก้กระหายน้ำ แก้อาการไอ แก้หวัด ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ขับเหงื่อ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบย่อยอาหาร ช่วยขับลม แก้ท้องเฟ้อ แก้บวมและเหน็บชาได้ อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการชักและต้านการถูกทำลายของเซลล์สมองด้วย อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลการศึกษาที่พบว่าการกินผักชีมากๆ จะส่งผลเสียอะไรต่อร่างกาย และพลังงานที่ได้จากผักชีก็ไม่ได้ทำให้อ้วนด้วย หากกำผักชีมาทำอาหารประมาณ 100 กรัม ผักชีจะให้พลังงานเพียง 23 กิโลแคลอรี ส่วนเหตุผลและที่มาของคำว่า “ผักชีโรยหน้า” นั้น ก็คงจะเป็นเพราะว่ากลิ่นของผักชีและรสชาติของผักชีก็มีความเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากผักชนิดอื่นๆ จึงทำให้ผักชีมักถูกนำมาโรยหน้าเป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อความสวยงามและกลิ่นที่หอมฉุยน่ารับประทานมากขึ้นนั่นเอง  

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...