โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คพ.จ่อฟ้องบริษัทเอกชนปล่อนน้ำเสียกระทบชาวบ้าน พร้อมประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม

TODAY

อัพเดต 29 ต.ค. 2563 เวลา 09.13 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2563 เวลา 09.13 น. • workpointTODAY

วราวุธ สั่งการเข้าตรวจวิน บ.โพรเสส ปล่อยน้ำเสียโรงงานกระทบสิ่งแวดล้อม จ่อประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษพร้อมฟ้องเรียกร้องค่าเสียหาย

วันที่ 29 ต.ค.2563 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ ทส. ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (ศปก.พล.) กรมควบคุมมลพิษ บินสำรวจบริเวณโดยรอบโรงงานของบริษัท วินโพรเสส จำกัด เพื่อประเมินผลกระทบกรณีน้ำเสียจากการประกอบกิจการโรงงาน ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ทำให้ต้นยางยืนต้นตาย ไม่สามารถใช้พื้นที่ทำการเพาะปลูก รวมทั้งส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง และเข้าสำรวจภายในโรงงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดระยอง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านค่าย องค์การบริหารส่วนตำบลบางบุตร พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (ศปก.พท.) และประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากการประกอบกิจการโรงงานฯ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน การทำเกษตรกรรม และส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำบริเวณใกล้เคียง

นายอรรถพล กล่าวว่า คพ. ได้เข้าร่วมดำเนินการแก้ไขรวมทั้งให้ข้อเสนอแนะทางวิชาการมาอย่างต่อเนื่องต่อคณะกรรมการไตรภาคีแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมบริเวณหนองพะวา อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้นและได้มีการจัดประชุมเป็นระยะ โดยจากการตรวจสอบโรงงานพบการกักเก็บสารเคมีทั้งของเหลว และของแข็ง เป็นจำนวนมาก และได้ตรวจสอบคุณภาพน้ำ บริเวณอ่างกักเก็บน้ำของโรงงานฯ พบว่า มีค่าความเป็นกรดสูง (pH 1.0-2.0) ซึ่งมีการรั่วซึมเข้าไปในสวนยางพาราที่อยู่ติดกับโรงงาน ส่งผลให้ต้นยางพารายืนต้นตายเป็นจำนวนมาก ประชาชนที่อยู่ในบริเวณโรงงาน ไม่สามารถนำน้ำมาใช้ในการทำเกษตรกรรมได้ จึงอยากให้โรงงานปิดกิจการ ขนย้ายวัตถุอันตรายออกจากพื้นที่ให้หมด ทำการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมภายในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า จากการประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากการประกอบกิจการโรงงานฯ สรุปได้ ดังนี้ 1. เร่งกำหนดขอบเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเสียโรงงาน โดยใช้ผลการตรวจสอบคุณภาพของน้ำและดิน 2.ดำเนินการประกาศเขตควบคุมมลพิษ ควบคู่ไปกับประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยด้านสารเคมี เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโรงงาน 3. ฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 มาตรา 96 และ 97 และดำเนินการทางกฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างถึงที่สุด 4. ให้แหล่งกำเนิดมลพิษเร่งเข้าเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบและหยุดการรั่วซึมของน้ำเสีย และ 5.ให้หน่วยงานในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้อำนาจทำตามหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ประชาชนต้องได้รับความเป็นธรรมและต้องไม่ได้รับความเดือดร้อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...