โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านแข่งดุ แบงก์หั่นดอกเบี้ยดึงลูกค้า กู้ปีนี้ผ่อนปีหน้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.ย 2564 เวลา 14.22 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2564 เวลา 01.14 น.

สินเชื่อบ้านครึ่งปีหลังยังแข่งดุ แบงก์ตะลุมบอนชิงเค้กตลาด “รีไฟแนนซ์บ้าน” แห่คลอดแคมเปญดัมพ์ดอกเบี้ยดึงลูกค้าเข้าพอร์ต “ออมสิน” นำทีมระเบิดศึก “กู้ปีนี้ผ่อนปีหน้า” ปลอดเงินต้นดอกเบี้ย 6-9 เดือน กรุงศรีฯถล่มดอกเบี้ยปีแรก 0.5% ซีไอเอ็มบี ไทย ยื่นข้อเสนอ 2 ปีแรกดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.84% ต่อปี

แบงก์แข่งรีไฟแนนซ์

นายณัฐพล ลือพร้อมชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทิศทางอสังหาริมทรัพย์ปีนี้จากคาดการณ์ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ประเมินว่า ทั้งปีมูลค่าการโอนและจดจำนองจะหดตัว -13.4% คิดเป็นมูลค่า 8.04 แสนล้านบาท จากปีก่อนที่อยู่ 9.38 แสนล้านบาท โดยในช่วง 6 เดือนแรกมีมูลค่าการโอนไปแล้วกว่า 3.78 แสนล้านบาท หดตัว -10.5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดี คาดว่าในปี 2565 มูลค่าโอนจะกลับมาขยายตัวที่ 5.8% คิดเป็นมูลค่า 8.51 แสนล้านบาท สอดคล้องตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ขณะที่แนวโน้มสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังคงมีการเติบโต แต่มาจากสินเชื่อ “รีไฟแนนซ์” ที่ช่วยพยุงการเติบโตไว้ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ตัดสินใจรีไฟแนนซ์เพื่อลดภาระดอกเบี้ย และขอวงเงินเพิ่มเพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงวิกฤต ทำให้ในช่วง 6 เดือนแรก สินเชื่อที่อยู่อาศัยเติบโต 9.7% หรืออยู่ที่ 1.51 แสนล้านบาท แต่คาดว่าทั้งปียอดสินเชื่อจะหดตัว -4.3% ยอดสินเชื่ออยู่ที่ 5.86 แสนล้านบาท เทียบปีก่อนอยู่ที่ 6.12 แสนล้านบาท

ในส่วนของธนาคารกรุงศรีอยุธยาตั้งเป้าเติบโตสอดคล้องกับภาพรวมตลาด โดยพยายามช่วยเหลือลูกค้าเก่า มากกว่ามาตรการขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่วนลูกค้าใหม่มีความระมัดระวัง และเน้นเซ็กเมนต์กลางและบน โดยร่วมกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เจาะกลุ่มลูกค้ามั่งคั่ง prime และ exclusive ของธนาคาร ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อสูง โดยเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษและส่วนลดจากดีเวลอปเปอร์เพิ่มเติมอีก 5 แสนบาท โดยปัจจุบันในตลาดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 3 ปีแรก เฉลี่ยอยู่บวกลบ 2.5%

สำหรับแบงก์กรุงศรีฯมีแคมเปญรีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี นาน 1 ปี ฟรีค่าจดจำนอง ฟรีค่าประเมินหลักประกัน วงเงินกู้สูงสุด 95% ของราคาประเมิน ผ่อนชำระนานสูงสุด 30 ปี ตั้งแต่ 1 ก.ย.-31 ธ.ค. 64

ลดเสี่ยงจับลูกค้าเก่า

นายเอกสิทธิ์ พฤฒิพลากร ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบน่าจะโต 6-7% จากเดิมที่เคยเติบโตเฉลี่ย 12-15% ต่อปี โดยการแข่งขันจะอยู่ในกลุ่มระดับกลางและบนที่มีกำลังซื้อซึ่งเป็น real demand ที่มีค่อนข้างจำกัด ทำให้การแข่งขันในเรื่องอัตราดอกเบี้ยยังคงมีให้เห็นอยู่ ปัจจุบัน 3 ปีแรกเฉลี่ยต่ำสุดอยู่ที่ 2.3%

ในส่วนของธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จะเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ประจำ 3 หมื่นบาทขึ้นไป คิดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 2.49% มองว่าเป็นอัตราที่ยังสามารถแข่งขันกับตลาดได้

สำหรับเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อที่อยู่อาศัยปีนี้ ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่อยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท โดยสัดส่วนประมาณ 40% มาจากสินเชื่อบ้านใหม่ และอีกราว 60% จะมาจากสินเชื่อรีไฟแนนซ์ เนื่องจากตลาดบ้านใหม่มีการแข่งขันรุนแรง และลดดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับแนวโน้มหนี้เสีย จะพบว่ามีสูงกว่าสินเชื่อรีไฟแนนซ์ เนื่องจากธนาคารรู้ประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าแล้วโดยในช่วง 7 เดือนแรกธนาคารปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 6,800 ล้านบาท และมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 9 หมื่นล้านบาท คาดว่าทั้งปีน่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

“ในตลาดยังคงเห็นแบงก์เน้นเจาะตลาดกลุ่มบนที่มีกำลังซื้อ แต่ขนาดที่จำกัดทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น ซึ่งเรายังคงเน้นปล่อยสินเชื่อรีไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า และยังมีความต้องการสภาพคล่องในช่วงโควิด”

โดยในช่วงนี้มีแคมเปญรีไฟแนนซ์อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2 ปีแรก 1.84% หรืออัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 2.39% พร้อมฟรีค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ฟรีอากรแสตมป์ และฟรีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย 3 ปี

สินเชื่อบ้านเริ่มชะลอตัว

นางชลารัตน์ พินิจเบญจพล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยช่วง 6 เดือนแรกปีนี้มีอัตราการเติบโต 2.9% มียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 4.29 ล้านล้านบาท แนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี คาดว่าตลาดจะชะลอตัวลงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงรุนแรงและยืดเยื้อ โดยกลุ่มลูกค้าที่ยังขยายตัวได้ดีจะเป็นกลุ่มบ้านแนวราบ ราคาตั้งแต่ 1-3 ล้านบาท และราคา 3-5 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริง

อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งปีแรกจะเห็นว่าธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่เน้นไปที่แคมเปญการตลาดที่เกี่ยวกับรีไฟแนนซ์ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ธนาคารรู้ประวัติการผ่อนชำระ ขณะเดียวกันในภาวะที่เศรษฐกิจยังชะลอตัว ลูกค้าบางส่วนยังต้องการวงเงินกู้เพิ่ม เพื่อนำเงินสดไปแบ่งเบาภาระอื่น ๆ หรือไว้ใช้จ่ายที่จำเป็น

“สำหรับกสิกรไทยในช่วง 6 เดือนแรก ธนาคารปล่อยสินเชื่อแล้ว 5.2 หมื่นล้านบาท และคาดว่าทั้งปีน่าจะปล่อยได้ใกล้เคียงเป้าหมาย แม้ว่าในช่วงครึ่งปีหลังตลาดจะชะลอตัวลงจากผลกระทบโควิด-19 ขณะที่คุณภาพลูกค้ายังอยู่ในเกณฑ์ดี และหนี้เอ็นพีแอลยังคงอยู่ระดับต่ำใกล้เคียงปี 2563”

รีไฟแนนซ์+ขอวงเงินเพิ่ม

แหล่งข่าวสถาบันการเงินเปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มตลาดรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง และเริ่มเห็นสัญญาณการรีไฟแนนซ์และขอวงเงินเพิ่มเติมมีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคมีสภาพคล่องตึงตัว การรีไฟแนนซ์และขอวงเงินกู้เพิ่มเป็นอีกวิธีการเสริมสภาพคล่อง โดยอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ย “รถแลกเงิน” ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 7-14% หรือสินเชื่อส่วนบุคคล 18-25% และสินเชื่อบัตรเครดิตที่ระดับ 16% ส่งผลให้การรีไฟแนนซ์และขอวงเงินกู้เพิ่มเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น และเติบโตอย่างต่อเนื่อง

“เพราะคนสภาพคล่องตึงต้องการเงินหมุนเวียน และแบงก์เองก็ต้องปล่อยสินเชื่อ ซึ่งกลุ่มนี้ความเสี่ยงน้อย ดีกว่าปล่อยสินเชื่อบุคคล เพราะมีหลักประกัน แม้ว่าการขอวงเงินกู้เพิ่มจะเสี่ยงกว่ารีไฟแนนซ์อย่างเดียว เพราะเหมือนลูกค้าต้องเริ่มต้นผ่อนใหม่อีกครั้ง ทำให้การปล่อยวงเงินจะดูตามมูลค่าหลักประกัน (LTV) จากเดิมให้ 100% อาจลดเหลือ 90-95% และดอกเบี้ยอาจจะแยกก้อนเป็นดอกเบี้ยสินเชื่ออเนกประสงค์แทน ขึ้นอยู่กับนโยบายแบงก์”

อย่างไรก็ดี ลูกหนี้ต้องยอมรับว่าการรีไฟแนนซ์และขอวงเงินกู้เพิ่มจะมีดอกเบี้ยที่สูงกว่าการรีไฟแนนซ์อย่างเดียว เพราะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการผ่อนชำระที่ยาวขึ้น โดยจะเห็นว่าบางธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์แยกกับอัตราดอกเบี้ยวงเงินกู้เพิ่ม ทั้งนี้ ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยที่แข่งขันในตลาดรีไฟแนนซ์ 3 ปีแรก เฉลี่ยจะต่ำกว่า 3% แต่หากกรณีมีวงเงินกู้เพิ่มจะคิดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเป็น 5-6%

ออมสินรับนโยบายลดภาระ

ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างและรุนแรง หลายคนตกอยู่ในสภาวะขาดรายได้ ในขณะที่ภาระที่แบกรับอยู่ยังไม่หมดไป เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระการผ่อนบ้านและหนี้สินต่าง ๆ

ธนาคารออมสินจึงออกแคมเปญสินเชื่อบ้าน “กู้ปีนี้ ผ่อนปีหน้า” ด้วยเงื่อนไขพิเศษให้เริ่มผ่อนปีหน้าและผ่อนต่อเดือนที่ต่ำมาก ทำให้มีเงินสดไว้ใช้จ่ายที่จำเป็น หรือนำไปปิดบัญชีเงินกู้เพื่อปลดล็อกหนี้ต่าง ๆ และจะเป็นการช่วยมาตรการรวมหนี้ของแบงก์ชาติด้วย

โดยแคมเปญ “กู้ปีนี้ ผ่อนปีหน้า” สำหรับลูกค้ารีไฟแนนซ์ มีให้เลือกทั้งแบบปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% นาน 9 เดือน โดยในเดือนที่ 10-12 ผ่อนล้านละ 2,000 บาท และแบบปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน โดยในเดือนที่ 7-12 ผ่อนล้านละ 1,500 บาท ซึ่งทั้ง 2 แบบ อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 2.50% ต่อปี

นอกจากนี้ ลูกค้าที่รีไฟแนนซ์จะได้สิทธิในการกู้เพิ่มเติมเพื่ออุปโภคบริโภคในโอกาสนี้ด้วย ให้กู้สูงสุด 5 ล้านบาท มีทั้งเงินกู้ระยะยาว (LT) ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือนแรก จากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 3.90% ต่อปี และวงเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี (OD) อัตราดอกเบี้ยปีแรก 3.75%

ทั้งนี้ ลูกค้าที่กู้สินเชื่อบ้านและรีไฟแนนซ์ดังกล่าว จะต้องได้รับอนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2564 ยกเว้นโปรแกรมรีไฟแนนซ์ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 9 เดือน ต้องได้รับอนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 29 ตุลาคม 2564

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง มีนโยบายต้องการให้ธนาคารออมสินออกสินเชื่อที่ช่วยให้คนมีสภาพคล่อง หรือมีเงินสดไว้ใช้ในช่วงนี้ด้วย ทางธนาคารออมสินจึงออกแคมเปญกู้ปีนี้ ผ่อนปีหน้ามา โดยช่วงที่เป็น 0% 6-9 เดือน ลูกค้าก็จะมีเงินสดไว้ใช้ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...