โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"HIV" ติดได้ หายยาก แต่ป้องกันได้!

Dek-D.com

เผยแพร่ 01 มี.ค. 2564 เวลา 03.36 น. • DEK-D.com
พลาดติด HIV ไม่ต้องตกใจ ตั้งสติให้ไว แล้วรีบกินยาต้าน

Spoil

  • HIV คือ ไวรัสที่ทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกาย ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง ติดเชื้อได้ง่าย
  • ติดต่อกันได้เมื่อสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำเหลือง น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด
  • ในน้ำลายและน้ำนมมีปริมาณเชื้อ HIV น้อย ในปัสสาวะและอุจจาระแทบไม่พบเชื้อ HIV เลย
  • การป้องกันได้ผลมากกว่าการรักษา เพราะเมื่อติดเชื้อ HIV แล้ว ก็จะติดไปตลอดชีวิต

สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D วันนี้มาพบกับพี่หมอเลิฟขาประจำแห่ง คอลัมน์ Sex Education by Dek-D เรื่องเพศคุยกันได้ พร้อมให้ความรู้ที่ถูกต้องกันอีกแล้ว ช่วงนี้มีน้องมาปรึกษาเรื่อง HIV เยอะมาก ยกตัวอย่างสองกระทู้นี้

เราติด HIV ความรักของเราควรไปทิศทางไหน?

ติดเชื้อ HIV อายุ18 เป็นเรื่องที่สังคมรับไม่ได้เลยหรอ

วันนี้พี่หมอเลยจะอธิบายเกี่ยวกับ HIV ให้น้องๆ หายสงสัยกันนะคะ

HIV คืออะไร ?

HIV(human immunodeficiency virus) คือ ไวรัสชนิดหนึ่งที่สามารถทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกายมนุษย์ได้ ทำให้ร่างกายคนเราอ่อนแอลง ติดเชื้อได้ง่าย ติดต่อกันได้เมื่อสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำเหลือง น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด ส่วนน้ำลายและน้ำนมมีปริมาณเชื้อ HIV น้อย ในปัสสาวะและอุจจาระแทบไม่พบเชื้อ HIV เลย เมื่อผู้ป่วยคนไหนติดเชื้อ HIV แล้ว ก็จะติดไปตลอดชีวิต เนื่องจากร่างกายมนุษย์ยังไม่สามารถกำจัดเจ้าเชื้อไวรัสนี้ออกไปนอกร่างกายได้หมด เรียกได้ว่าเป็นเชื้อไวรัสที่แข็งแกร่งมากเลยทีเดียวค่ะ

คนติด HIV มีอาการอย่างไร ?

การติด HIV หลายระยะค่ะ พี่หมอขอแบ่งระยะออกเป็นดังนี้

1. ระยะแรกเริ่มติดเชื้อ

ในช่วงแรกปริมาณเชื้อจะยังไม่มาก การตรวจภูมิต้านทานที่บ่งบอกการติดเชื้ออาจจะยังตรวจไม่พบ ในช่วงนี้จะมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ไข้ เจ็บคอ มีผื่น บางรายอาจจะมีถ่ายเหลว คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีฝ้าขาวในช่องปาก อาการดังกล่าวนี้สามารถหายไปได้เองค่ะ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้ไปพบแพทย์ ทำให้เกิดการวินิจฉัยโรคที่ล่าช้าตามมาได้

2. ระยะติดเชื้อโดยไม่มีอาการ

ระยะนี้เป็นระยะที่เชื้อกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้น แต่ผู้ป่วยจะไม่แสดงอาการและเป็นระยะที่แพร่เชื้อสู่คนรอบข้างได้ ซึ่งในระยะนี้ส่วนใหญ่มีสุขภาพดีได้ยาวนานหลายปี ยกเว้นในบางคนที่มีร่างกายไม่แข็งแรงอยู่เดิม อาจมีอาการทรุดลงเร็วกว่าคนอื่นได้

3. ระยะติดเชื้อมีอาการ

โดยแบ่งย่อยอาการตามจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ออกเป็นดังนี้

อาการเล็กน้อย คือ มี CD4 < 500 cell/mmคือ เริ่มมีต่อมน้ำเหลืองโต เชื้อราที่เล็บ ผิวหนังอักเสบ และแผลในช่องปาก

อาการปานกลาง คือ มี CD4 200-500 cell/mmเริ่มมีอาการแบบเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ เช่น ท้องเสียบ่อย มีไข้เป็นๆ หายๆ ต่อมน้ำเหลืองโตหลายที่มากขึ้น น้ำหนักลด โรคทางเดินหายใจกำเริบบ่อย เช่น ปอดอักเสบ

ระยะเอดส์ เป็นระยะสุดท้ายของ HIV ซึ่งเดี๋ยวพี่หมอจะขออธิบายละเอียดในคำถามถัดไปนะคะ

HIV VS AIDs ?

HIV และ AIDs ไม่เหมือนกันนะคะ HIV หมายถึง การติดเชื้อไวรัสดังที่พี่กล่าวไว้ข้างบน ซึ่งจะอยู่ในระยะไหนก็ได้ แต่ AIDs ( Acquired Immune Deficiency Syndrome ) คือระยะสุดท้ายของการติดเชื้อ HIV เป็นระยะที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายเราเหลือน้อยมาก ไม่สามารถสู้กับไวรัสได้อีก จำนวน CD4 < 200 cell/mmมักติดเชื้อฉวยโอกาสได้ง่าย

เชื้อฉวยโอกาส ในที่นี้หมายถึง เชื้อที่ปกติคนแข็งแรงจะไม่ค่อยติด แต่คนที่มีเชื้อ HIV อยู่ในร่างกายจะติดเชื้อได้ง่าย เช่น เชื้อรา วัณโรค ซึ่งคนๆ นึงสามารถติดได้มากกว่า 1 เชื้อ ผู้ป่วยในระยะนี้นอกจากจะมีอาการต่างๆ เรื้อรังที่รักษาหายยากแล้ว เช่น ท้องเสียเรื้อรัง ปอดอักเสบเรื้อรัง สายตาพร่ามัว ต่อมน้ำเหลืองโต คลื่นไส้อาเจียน มีผื่นคันตามผิวหนัง ยังมีพฤติกรรมผิดปกติไปจากเดิมเนื่องจากความผิดปกติของสมอง เช่น ซึม สับสน เพราะฉะนั้นคำว่า เป็นเอดส์ กับ ติด HIVคนละความหมายกัน ใช้ให้ถูกกันนะคะน้องๆ

พลาดติด HIV ทำไงดี ?

อันดับแรกเลยนะคะ ถ้าน้องคิดว่าคนที่เรามีเพศสัมพันธ์ด้วยเป็นผู้ป่วยติดเชื้อ หรือน้องเพิ่งไปสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยมา ให้น้องรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการซักประวัติ ตรวจร่างกายเพิ่มเติม หากแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าน้องมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ แพทย์จะให้ยารับประทานเพื่อป้องกันการติดเชื้อเรียกสั้นๆ ว่า PEP (post-exposure prophylaxis) ให้กินภายใน 72 ชั่วโมงหลังการสัมผัสเชื้อ กินเป็นระยะเวลา 28 วัน ยิ่งเริ่มยาได้เร็วยิ่งลดอัตราการติดเชื้อได้มาก

แต่ถ้าหากน้องสัมผัสเชื้อมานานแล้ว พี่หมอขอแนะนำให้พบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาในการตรวจเลือดค่ะ เนื่องจากการตรวจมีหลายรูปแบบเช่น การตรวจหาเชื้อไวรัส การตรวจหาภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งแพทย์จะประเมินความเสี่ยงและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจ HIV รวมทั้งให้คำปรึกษาและนัดผู้ป่วยมาติดตามอาการเป็นระยะ พี่ขอบอกตรงนี้เลยว่าหากใครอาย ไม่กล้าไปตรวจ เดี๋ยวนี้ที่โรงพยาบาลมีคลินิกตรวจ HIV แยกออกจากแผนกทั่วไปแล้วนะคะ น้องๆ สามารถเข้ามาขอเข้ารับคำปรึกษาเพื่อตรวจได้เลย

อ่านเรื่องยา PrEP และยา PEP

มีวิธีป้องกันไม่ให้ติด HIV ไหม ?

แน่นอนว่าพี่หมอไม่ลืมนำวิธีป้องกันมาฝากน้องๆ อยู่แล้วค่ะ ไปดูกันเลย

  • ควรป้องกันทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ได้แก่ การใส่ถุงยาง ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคู่นอนของเราติดเชื้อไหม
  • ไม่ใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาร่วมกัน สถานการณ์นี้มักจะพบในกรณีผู้ป่วยมีประวัติติดสารเสพติด
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดและน้ำเหลืองของผู้ป่วย ร่วมทั้งไม่ใช้ของใช้ร่วมกัน
  • ในหญิงตั้งครรภ์ควรรับประทานยาต้านไวรัสตามคำแนะนำแพทย์ ไปฝากครรภ์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ทารก
  • หากเป็นผู้ติดเชื้ออยู่แล้ว ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนรอบข้าง

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนฉีดป้องกันการติดเชื้อ HIV นะคะ ดังนั้นพี่หมอขอแนะนำให้น้องปฏิบัติตัวตามวิธีการป้องกันที่ได้กล่าวมา นอกจากจะป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อแล้ว ยังสามารถป้องกันไม่ให้เชื้ออื่นๆ จากตัวเราแพร่ไปยังผู้อื่นได้อีกด้วย จำคำพี่หมอไว้นะคะการป้องกันได้ผลมากกว่าการรักษาเสมอค่ะ

แล้วอย่าลืมติดตาม คอลัมน์ Sex Education by Dek-D เรื่องเพศคุยกันได้ พร้อมให้ความรู้ที่ถูกต้องนะคะ วันนี้พี่หมอขอตัวก่อนนะคะน้องๆ บ๊ายบาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...