โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รื้อฟื้นเมืองประวัติศาสตร์ เวียงกุมกาม ที่เชียงใหม่

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 09 เม.ย. 2563 เวลา 04.02 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2563 เวลา 00.36 น.
เมืองเวียงกุมกาม-มรดกล้านนา

เวียงกุมกามได้รับการรื้อฟื้นให้เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญอีกครั้งหนึ่งในปี ๒๕๔๕ ภายใต้โครงการอนุรักษ์และพัฒนาที่ยั่งยืน : เวียงกุมกาม-มรดกล้านนา โดยรัฐบาลใช้งบ ๓๙.๕ ล้านบาท เพื่อบูรณะโบราณสถานในเวียงกุมกาม เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์

ตามโครงการพยายามให้ชุมชนในท้องถิ่นเข้าใจและเห็นคุณค่าประวัติศาสตร์เวียงกุมกาม ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าความสำเร็จของโครงการนี้ขึ้นอยู่กับประชาชนมากที่สุด ในฐานะที่ผู้เขียนเคยทำวิจัยประวัติศาสตร์เวียงกุมกามเมื่อ ๑๖ ปีที่ผ่านมา มีโอกาสเห็นสภาพอันบริสุทธิ์ของเวียงกุมกาม ในโอกาสการรื้อฟื้นเมืองประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ผู้เขียนจึงขอย้อนรอยอดีตเวียงกุมกาม โดยหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เกี่ยวข้องและสาธารณชนทั่วไป

เวียงกุมกามตั้งอยู่ที่ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ในอดีตน้ำปิงไหลผ่านเวียงกุมกาม และน้ำปิงได้เปลี่ยนทางเดินทาไหลในแนวปัจจุบัน อุทกภัยได้ทำลายเวียงกุมกามให้จมลงอยู่ใต้ดิน และหายหน้าไปจากประวัติศาสตร์ล้านนาเป็นเวลานับร้อยๆ ปี ชื่อของเวียงกุมกามเพิ่งรู้จักกันเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ เมื่อรื้อฟื้นแหล่งโบราณสถานใต้ดินในวัดช้างค้ำ หรือกานโถม

จากการวิจัยพบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี แสดงว่าบริเวณเวียงกุมกามีชุมชนอยู่ก่อนแล้ว มีอายุประมาณ ๙๐๐ ปี มีฐานะเป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งขึ้นกับเมืองลำพูน ที่วัดกานโถมศูนย์กลางของเวียงกุมกามได้พบศิลาจารึกอักษรมอญพระพิมพ์ดินเผา และเครื่องปั้นดินเผาศิลปะหริภุญไชย หมู่บ้านแห่งนี้คงมีสืบมาจนกระทั่งพญามังรายยึดเมืองลำพูนได้ใน พ.ศ. ๑๘๓๕ (บริเวณเวียงกุมกามมีอายุ ๗๐๘ ปี) เวียงกุมกามมีผังเมืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวตามลำน้ำปิง มีคันดินหรือกำแพงดินสองชั้น ตรงกลางระหว่างกำแพงดินคั่นด้วยคูน้ำขนาด ๒๐ เมตร

ระหว่าง พ.ศ. ๑๘๓๗-๑๘๓๙ เวียงกุมกามมีฐานะเป็นเมืองราชธานีแห่งราชอาณาจักรล้านนา ซึ่งเป็นช่วงที่รับอิทธิพลจากหริภุญไชยอย่างมาก ก่อนจะสร้างแบบเฉพาะของล้านนา เช่น ผังเมือง, พุทธศาสนานิกายพื้นเมือง, ศิลปะ, สถาปัตยกรรม, อักษรศาสตร์ ดังนั้นเวียงกุมกามจึงเป็นความสืบเนื่องจากหริภุญไชยถึงล้านนาระหว่างที่พญามังรายประทับในเวียงกุมกาม ในฐานะศูนย์กลางทางการเมือง พบเวียงกุมกามเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญด้วย เพราะตำนานกล่าวถึงเรือค้าขายในลำน้ำปิงหน้าเวียงกุมกามคึกคักมาก มีเรือชนกันล่มวันละ ๒-๓ ลำ ซึ่งสภาพเป็นเมืองค้าขาย คงอยู่ตลอดมาจนกระทั่งน้ำปิงเปลี่ยนทางเดิน

หลังจากย้ายราชธานีจากกุมกามมาสร้างเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. ๑๘๓๙ แล้ว เวียงกุมกามยังเป็นเมืองสำคัญ ซึ่งพญามังรายและกษัตริย์พระองค์ต่อๆ มาเสด็จมาประทับอย่างสืบเนื่อง ดังนั้นในเวียงกุมกามจึงมีวัดใหญ่โตงดงาม เพราะเป็นวัดกษัตริย์สร้าง ดังพบศิลปะลายปูนปั้น รูปสัตว์ที่ซุ้มโขงประตูวัดหัวหนอง เป็นผลงานของช่างในคุ้มหลวงอย่างไม่ต้องสงสัย ผลงานชิ้นเอกนี้อยู่ในสมัยยุคทองของล้านนา มีคุณค่าสูงมาก เพราะยังบริสุทธิ์ยิ่ง (ไม่ถูกซ่อมแซมโดยช่างฝีมือไม่ถึง ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมากมายในเมืองเชียงใหม่) เนื่องจากถูกดินฝังกลบในยุคน้ำท่วม และเวียงกุมกามกลายเป็นเมืองร้างจมอยู่ใต้ดิน

เวียงกุมกามล่มสลายเพราะธรรมชาติทำลาย อุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดเกิดในสมัยพม่าปกครองล้านนา (พ.ศ. ๒๑๐๑-๒๓๑๗) ซึ่งยังไม่พบหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่กล่าวถึงเหตุการณ์ร้ายแรงครั้งนี้เลย คาดว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ ปีที่ผ่านมา จุดที่น้ำไหลถล่มทลายอยู่ระหว่างวัดอีค่างและวัดปู่เปี้ย ตะกอนดินสูงจากระดับพื้นดินเดิม ณ จุดสูงสุดอยู่ที่ข้างวิหารวัดอีค่างด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ ๑.๘-๒ เมตร พบก้อนหินและทรายในแม่น้ำ ซึ่งถูกกระแสน้ำพัดมาจมอยู่ข้างวิหาร พิจารณาจากระดับความสูงของตะกอนคาดว่าระดับน้ำท่วมซึ่งพาตะกอนมาต้องสูงประมาณ ๓-๔ เมตร

หลังจากน้ำลดลงน้ำปิงได้เปลี่ยนทางเดิน โดยย้ายไปด้านทิศตะวันตก ผ่านท่าวังตาลและป่าแดด น้ำปิงสายซึ่งผ่านเวียงกุมกามแห้งไป เรียกกันต่อมาว่าปิงห่าง (ร้าง) ส่วนน้ำปิงแนวใหม่ซึ่งไหลอยู่ในปัจจุบันได้ถล่มวัดลงไปจมอยู่ใต้น้ำ (อยู่ใต้ฝายท่าวังตาล)

เมื่อน้ำปิงไหลมาทางท่าวังตาลทำให้ท่าวังตาลเป็นท่าน้ำมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๑๗ ชุมชนท่าวังตาลซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนามคมค่อยๆ ขยายเข้าสูดินแดนที่ลึกเข้าไปในบริเวณเวียงกุมกาม ทำให้เวียงกุมกามกลับมาเป็นชุมชนอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ ๕ ภายใต้ชื่อหมู่บ้านช้ำงค้ำ แต่คนทั่วไปก็ยังไม่รู้จักเวียงกุมกาม กระทั่ง พ.ศ. ๒๕๒๗ จึงเริ่มเปิดตัวเวียงกุมกาม

ผู้เขียนได้เสนอให้อนุรักษ์เวียงกุมกามมานานแล้ว จึงยินดีกับโครงการอนุรักษ์และพัฒนาเวียงกุมกาม (พ.ศ. ๒๕๔๕) และหวังว่าการรื้อฟื้นอดีตเมืองประวัติศาสตร์ในครั้งนี้กระทำอย่าง “ผู้รู้” เพราะหากปราศจากความรู้ ผลของมันคือการทำร้ายเวียงกุมกามอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเสียหายยิ่งกว่าอุทกภัย

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...