โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดราคา-รายละเอียด All New Honda City Hatchback ครั้งแรกในโลก

Businesstoday

เผยแพร่ 24 พ.ย. 2563 เวลา 06.00 น. • Businesstoday

เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ ประเทศไทย แล้วสำหรับ ฮอนด้าซิตี้แฮทช์แบ็กใหม่ (All New Honda City Hatchback) ที่มาพร้อมดีไซน์ตัวถังแบบ 5 ประตู (แฮทช์แบ็ก)

นายพิทักษ์พฤทธิสาริกรประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการบริษัทฮอนด้าออโตโมบิล(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน พ.ย. 2562 ได้มีการแนะนำ ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชั่นที่ 5 ลงสู่ตลาดเป็นครั้งแรกด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีด้วยยอดจองรวมกว่า 3.5 หมื่นคัน ใน 1 ปีหลังการเปิดตัว

ล่าสุดจึงได้เปิดตัว ฮอนด้าซิตี้แฮทช์แบ็กใหม่ (All New Honda City Hatchback) ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจาก ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน ที่5 ภายใต้ 'ซิตี้ซีรีส์' ซึ่งเป็นครั้งแรกในโลกของ ฮอนด้า ซิตี้ มาพร้อมดีไซน์ตัวถังแบบ แฮทช์แบ็ก 

ฮอนด้าซิตี้แฮทช์แบ็กใหม่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด'Energetic Hatchback' ด้วยเส้นสายที่เฉียบคมต่อเนื่องรอบคัน สะท้อนความสปอร์ต ปราดเปรียว ยิ่งขึ้น ในสไตล์แฮทช์แบ็ก มาพร้อมไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบLED ไฟท้ายแบบLED รับกับฝากระโปรงท้าย เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด16 นิ้ว(เฉพาะรุ่นRS) และล้ออัลลอยขนาด15 นิ้ว(รุ่นSV และS+)

ภายในห้องโดยสารของ ฮอนด้าซิตี้แฮทช์แบ็กใหม่ ยังได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด'Ambitious Beauty' เน้นความเรียบง่าย ทันสมัย ประณีตทุกรายละเอียด เสริมด้วยการใช้เส้นสายในแนวนอน วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าแบบPiano Black และมีการใช้วัสดุที่มีพื้นสัมผัสนุ่ม ภายในใช้โทนสีดำ เบาะหนังสีดำ (เฉพาะรุ่น SV) และสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยแถบสีแดงในรุ่น RS

พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์ในแบบของตัวเองด้วยเบาะนั่งอัลตรา ซีท (ULTR) แยกพับ 60:40 ที่ปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ได้ถึง 4 โหมด พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของฮอนด้า ได้แก่ 

  • Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง
  • Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว
  • Tall Mode: เบาะด้านหลังพับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง
  • Refresh Mode: เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ผ่อนคลายสะดวกสบายสูงสุด

สำหรับ ฮอนด้าซิตี้แฮทช์แบ็กใหม่รุ่นRS มาพร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบRS รอบคัน กระจังหน้าแบบGloss Black และสัญลักษณ์RS มาพร้อมกันชนหน้าและกันชนหลังสไตล์สปอร์ต ไฟหน้าแบบLED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบLED ไฟตัดหมอกแบบLED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สปอยเลอร์หลังตกแต่งสีดำแบบสปอร์ต

พร้อมสัญลักษณ์RS และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด16 นิ้ว ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยแถบสีแดง หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่(Multi-Information Display) พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง และดึงดูดทุกสายตาด้วยสีภายนอก สีแดงอิกไนต์(Ignite Red) เฉพาะรุ่นRS เท่านั้น

ด้านเครื่องยนต์มาพร้อมด้วยขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์1.0 ลิตรDOHC VTEC TURBO 3 สูบ12 วาล์ว มาพร้อมTurbo Charger ที่อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ให้กำลังสูงสุด122 แรงม้า ที่5,500 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด173 นิวตัน-เมตร ที่2,000-4,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง(CVT) ให้อัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง23.3 กิโลเมตร/ลิตร และระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ7 สปีด(Paddle Shift) (เฉพาะรุ่นRS) อีกทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System) (เฉพาะรุ่นRS) มาตรฐานไอเสียยูโร5 (EURO 5) ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่100 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับน้ำมันE20 

ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่

  • รุ่น RS   ราคา 749,000 บาท
  • รุ่น SV   ราคา 675,000 บาท
  • รุ่น S+   ราคา 599,000 บาท

มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS สีใหม่ สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) พร้อมด้วย สีขาวแพลทินัม (มุก) เฉพาะรุ่น RS และ SV สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโซนิค (มุก) และสีขาวทาฟเฟต้า เฉพาะรุ่น S+

เสริมความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) รอบคัน ที่มาพร้อมกับแนวคิด “Stage Up Booster” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก เช่น ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง ราคา 5,500 บาท คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,700 บาท แผงครอบกันรอยขอบห้องสัมภาระ ราคา 900 บาท สติกเกอร์ตกแต่งล้ออัลลอย ราคา 320 บาท (ราคาต่อ 1 ชุดมี 4 ชิ้น) ไฟตัดหมอกแบบ LED ราคา 5,500 บาท และกล้องหน้ารถ ราคา 3,850 บาท

นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในรูปแบบแพ็กเกจ ทั้งหมด 2 แพ็กเกจ ได้แก่

  • Modulo Aero Package ราคา 16,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น
  • Modulo Aero Sport Package ราคา 21,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น และ ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...