โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจอเรื่องแย่ยิ่งอ่อนแรง หรือแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ - ดีเจพี่อ้อย

TOP PICK TODAY

อัพเดต 17 ธ.ค. 2563 เวลา 19.07 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2563 เวลา 16.07 น. • ดีเจพี่อ้อย
Photo by Tim Mossholder | unsplash.com

               หลายคนกำลังนับถอยหลังสู่ปีใหม่กันแล้วค่ะ   เพราะตลอดทั้งปีนี้  เรามีแต่เรื่องที่ต้องต่อสู้ฝ่าฟัน  และตั้งสติไม่เว้นแต่ละเดือน    ขนาดจะเคลื่อนผ่านปี  อยู่ๆโควิดก็กลับมาเข้มข้นขึ้น      ไม่มีเดือนไหนได้ใจชื้นกันซักเดือน    ได้แต่เตือนๆกันว่า   ไม่เป็นไร  ปัญหามาเมื่อไหร่  ตั้งสติและหัวใจพร้อมรับกับทุกอย่าง  ปีนี้เราน่าจะได้เรียนตำราเล่มใหญ่ที่ชื่อว่า  “ ความเปลี่ยนแปลง”  กันชัดมาก  อย่าคาดหวังความเหมือนเดิม ในวันที่โลกหมุนไปทุกวัน   ขนาดเตรียมใจกันแล้ว  พอเจอกับ ความเปลี่ยนไปแบบกะทันหัน   ทำใจไม่ง่าย     หร็อกค่ะ  เข้าใจเลย   

                 เมื่ออาทิตย์ก่อน     รายการ คลับฟรายเดย์โชว์ มีโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณหมอช้าง   ทศพร  ศรีตุลา   ผู้ชายที่ถ้าใครเจอหน้า  มักจะไม่ค่อยถามว่า  “How are  you ?′′    แต่มักถามว่า  “ How am I ?”    หมอช้างคะ  พี่เกิดวันนี้เดือนนี้  ดวงจะเป็นยังไงคะคุณหมอช้าง   นี่แทบจะเป็นครั้งแรกที่ได้รู้ชีวิตของคุณหมอช้างในทุกมุม    มีช่วงหนึ่งในชีวิต ที่หมอช้างเจอวิกฤติแรงมาก  คือคุณแม่มีภาวะโรคหัวใจ   ต้องเข้าผ่าตัดใส่ขดลวดในเส้นเลือดหัวใจ    พี่น้องทุกคนเทไปดูแลคุณแม่ที่รพ.     โดยมีคุณพ่ออยู่ที่บ้าน   ใครจะรู้  ด้วยความเครียด  และความห่วงของคุณพ่อ  อยู่ๆคุณพ่อเส้นเลือดสมองแตก  พาไปโรงพยาบาลช้าไปนิด  พักรักษาตัวอยู่แค่  4 วันก็เสียชีวิต  แบบที่ต้องปกปิดคุณแม่  เพราะกลัวจะรู้สึกแย่ และอ่อนแอจนรับมือการผ่าตัดหัวใจใส่ขดลวดไม่ไหว  ขนาดหมอช้างคือคนที่มีความสามารถในการมองเห็นเส้นทางของดวง  ได้เห็น timeline คร่าวๆ ว่าชีวิตเราจะเจอกับอะไร  แค่ไม่นึกว่าจะหนักขนาดนี้   โลกไม่ได้อนุญาตให้เราเห็นอะไรล่วงหน้าได้มากนักจริงๆ    นี่คือสิ่งที่ต้องยอมรับ 

                  พอดีมีน้องคนหนึ่ง  ส่งคำถามเข้ามา   น้องเจอเรื่องหนักหนาในชีวิต  ทุกวิกฤติทำให้น้องเกิดภาวะเหมือนช็อค   ไม่กล้าพูด  ไม่กล้าออกเสียง   เหมือนสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเองไปหมด   จนไม่พูดกับใครมา 3 เดือนแล้ว  

                “ หนูผิดหวังกับความรักมาทั้งหมด3​ครั้ง   ​ครั้งแรก​ลาจากกันแบบไม่มีวันหวนกลับ​ แฟนหนูเสียชีวิต​ ครั้งที่สองลาจากกัน​ แบบตั้งคำถามไว้ให้หนูว่า “หนูผิดอะไร​ ชีวิตพังทลาย​และครอบครัวเดือดร้อน และครั้งสุดท้าย​คือครั้งนี้​ ที่เขาเดินออกจากหนูไป​ พร้อมกับเอารอยยิ้ม​ เอาเสียงหัวเราะ​ เอาคำพูด​ เอาทั้งหมดในชีวิตที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดจากหนูไปจนหมด  หนูเป็นสาวประเภทสองค่ะ​ กินไม่ได้นอนไม่หลับ​ กลัวการพูด​ แม้แต่กับพ่อแม่​ หนูยังไม่กล้าเอ่ยเสียงให้ท่านได้ยิน​ หนูเป็นแบบนี้มา2-3เดือนแล้ว​ หนูกลัวว่าวันหนึ่งหนูจะลืมการพูด  หนูเจ็บที่สุดก็คือ​ แม่ด่าหนูว่า​    ถ้าไม่ยอมพูดชาตินี้ก็เป็นใบ้ไปทั้งชาติแล้วกัน  จากเป็นและ​ จากตาย​ ผิดหวัง​ 3อย่างนี้เกิดขึ้นกับความรักในแต่ละครั้ง  จนหนูหมดแล้วทั้งชีวิตค่ะพี่” 

                   ในมุมหนึ่ง    อยากให้น้องลองคุยกับจิตแพทย์ด้วยนะคะ   ภาวะเจ็บปวดหัวใจ  ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาทางร่างกายแบบนี้  คุณหมอจะได้มีวิธีที่ถูกต้องในการทำให้น้องกลับมาพูดคุยได้ตามปกติ     

                  แต่ในส่วนของใจ   เรามาคุยกันก่อนนะ  ไม่มีใคร อยากมีความรักวันนี้   เพื่อไปเลิกๆในวันหน้า  ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน  ทุกคนรักได้และเจ็บเป็น แค่ต้องเห็นคุณค่าในตัวเอง     คนรักคนแรกจากตาย     จะพยายามฝืนสู้กับธรรมชาติแค่ไหน   นี่คือเรื่องที่ต้องยอมรับและทำใจ  เกิดขึ้น ตั้งอยู่  และดับไป  วันหนึ่งก็เป็นเรา  ลมหายใจของเราสั้นจะตาย  แค่หายใจเข้าแล้วหายใจออกไม่ได้  ก็จบแล้ว  เขาจากไป  เรายังได้สิทธิ์หายใจต่อ  ต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างแทนเขา   อยู่ทำบุญให้เขา    ดูแลคนที่เขารัก ต่อจากเขา    ท่องไว้ในใจเรา  วันหนึ่งก็ได้เจอกันนะ   ไปรอนะ    ไม่มีใครในโลกนี้ไม่ตาย    ต่างมีวันสุดท้ายของชีวิต  แค่ต้องคิดและใช้ทุกเวลาให้มีค่าก่อนหมดลมหายใจ        ผู้ชายคนต่อมา   ทำร้ายเราสารพัด   ความซื่อสัตย์ไม่มี  ทำชีวิตเราและครอบครัวเดือดร้อน    ยิ่งเขาอยู่นาน  ยิ่งทรมานหัวใจเราเปล่าๆ    ไปซะไวๆ  ความเจริญจะได้มาสู่ชีวิตเรา  จนมาเจอเขาอีกคน   น้องไม่ได้เล่าว่าเขาทำอะไร  แต่คงมีผลต่อใจมากมาย  จนน้องไม่พูด  ไม่คุย  ไม่หัวเราะอีก    คิดดีๆ     เขาคนนั้นสูงค่าขนาดเรายอมให้เขาทำร้ายชีวิตเราขนาดนี้เชียวหรือ?     

                     พ่อแม่เป็นคนสอนให้น้องพูดคำๆแรกบนโลกได้    ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร  ถึงให้คุณค่าเขาขนาดทำให้เราไม่อยากพูดอะไรอีก   น้องกำลังให้คุณค่า  คนไม่จริงใจที่ผ่านเข้ามาช่วงเวลาเดียว ทำให้น้องพังขนาดนี้ได้ยังไง  น้องคือหัวใจพ่อแม่  อย่ายอมให้ใครมาทำอะไรแย่ๆ   เพราะหัวใจพ่อแม่จะทรมานที่สุดนะคะ    กว่าที่แม่จะหลุดคำนั้นออกมา     ท่านคงร้องไห้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง     “ถ้าไม่อยากพูด  ก็เป็นใบ้ไปเถอะ”  ทำไมแม่จะไม่เสียใจ    ท่านห่วงแค่ไหนว่าน้องจะเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไปยังไง  ถ้าท่านจากโลกนี้ไปแล้ว   ไม่มีใครรู้ว่าเราและคนที่รักเรา  จะมีลมหายใจไปอีกนานแค่ไหน  ตอนท่านอยู่เราต้องดูแล  อย่ามารู้สึกแย่ตอนท่านจากไป  จะประชดอะไร ประชดวิธีไหน  ถามตัวเองด้วยว่า   ประชดแล้วได้อะไร     ผู้ชายที่ทำร้ายเรา   ไม่ว่าเราจะทำอะไร  ไม่มีผลอะไรต่อใจเขาอยู่แล้ว  ทำไมไม่ทำให้เขาเห็นว่า  ตั้งแต่เขาจากไป  ชีวิตเราดีขึ้นขนาดไหน   อย่าให้เขามองกลับมาเมื่อไหร่    เขายิ่งได้ใจ  ที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเราจมกับความเศร้าได้ขนาดนี้   

                เรื่องเดียวกันที่เกิดขึ้น  อยู่ที่เรามองเรื่องนั้นยังไง   มองให้แย่ๆ  ก็แค่เห็นชีวิตผู้หญิงอาภัพคนหนึ่ง  มีความรักเมื่อไหร่เสียใจทุกที    แต่ถ้ามองดีๆ   น้องไม่เห็นผู้หญิงเก่งๆคนหนึ่งหรือ   ที่ไม่ว่าเธอจะผ่านเรื่องใหญ่ๆมามากแค่ไหน   เธอยังเดินหน้าต่อไปด้วยสติที่มี    ในเมื่อขาดเราเขาอยู่สบาย  ขาดเขาเราก็ไม่ตายเหมือนกัน  และจะอยู่ให้ได้ต่อไปอย่างดีด้วย    กอดคุณพ่อคุณแม่แน่นๆค่ะ   ขอโทษท่านที่เราปล่อยให้ใครที่ไหน  ทำร้ายชีวิตเราได้ขนาดนี้    ตั้งแต่นี้   สุขทุกข์ขึ้นอยู่กับเรา ไม่เอาไปผูกขาใครอีกแล้ว   

                 เราเลือกคนที่เราเจอในชีวิตไม่ได้  แต่เราเลือกที่จะวางเขาไว้ตรงไหนในชีวิตได้ค่ะ     พี่อ้อยไปอ่านเจอประโยคหนึ่งที่ว่า     

                   “สิ่งที่ดีที่สุดที่คนเราสามารถทําได้เมื่อฝนตกก็คือการปล่อยให้ฝนตก."-Henry Wadsworth Longfellow       ใช่แล้ว  และไม่ว่าฝนจะแรงแค่ไหน  จะเดินตากฝนยังไง    พอตัวแห้งก็ตบแป้งแล้วเดินหน้าต่อสิคะ  รออะไร

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...