โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กระรอกเมาแอ๋ เงยหน้าขึ้นฟ้า หลังกินลูกแพรเก่า หมักเป็นแอลกอฮอล์

Khaosod

อัพเดต 24 พ.ย. 2563 เวลา 18.51 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2563 เวลา 17.00 น.

กระรอกเมาแอ๋ - วันที่ 24 พ.ย. เดลีเมล รายงานเบื้องหลังวิดีโอ "กระรอกเมา" และพยายามยืนตัวตรง หลังกินลูกแพรที่เกิดการหมักกลายเป็นแอลกอฮอล์ ที่เจ้าของบ้านเอามาทิ้ง บนโต๊ะปิกนิก นอกบ้านในเมืองอินเวอร์โกรฟไฮตส์ รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา

https://www.youtube.com/watch?v=2bbXICmvSUs

 

จากวิดีโอดังกล่าว กระรอกกำลังเคี้ยวข้าวโพดและเมล็ดพืช แต่จู่ๆ กระรอกมึนงง และดวงตาแข็งทื่อ และตัวเอียงไปด้านข้างอยู่พักใหญ่ แต่สามารถเกาะขอบชามสีน้ำเงินเล็กๆ เพื่อทรงตัวฉับพลันได้

อย่างไรก็ตาม กระรอกเริ่มล่อลอยตัวไปข้างหลังอีกครั้งเกือบขณะเงยหน้าขึ้นฟ้า แต่ยังใช้มืออีกข้างจับขอบชามและสะบัดตัวกลับมากินอาหารต่อไป

ด้าน แคธลีน มอร์ลอค เจ้าของบ้าน เผยว่า เรื่องราวกระรอกเมาเริ่มต้นเมื่อวันที่ 20 พ.ย. เธอเคลียร์ของออกจากตู้เย็นเมื่อวันที่ 20 พ.ย. พบถุงลูกแพรเก่าๆ ในก้นตู้เย็น แต่แทนจะทิ้งลงถังขยะ กลับโยนให้ แฮมเล็ต ลูกหมู สัตว์เลี้ยงของครอบครัว บนดาดฟ้า

"ฉันไม่รู้ว่าแฮมเล็ตเหลือลูกแพรลูกหนึ่งใต้โต๊ะนอกบ้าน กระทั่งกระรอกสีแดงตัวน้อยคว้าลูกแพรทั้งหมดด้วยความดีใจและวิ่งหนีแฮมเล็ตเข้าไปในต้นไม้เยอะๆ"

แคธลีนจึงตัดสินใจเอาลูกแพรเก่าๆ ที่เหลือ ทิ้งด้านนอกให้กระรอกเสียเลย หลังเห็นว่ากระรอกชอบมากขนาดนี้ แต่ว่ากระรอกดูจะไม่ค่อยดีมากๆ หลังกลับมาในวันเดียวกัน

"กระรอกเอนหลังไปเรื่อยๆ ขณะกินอาหาร ฉันจึงรู้ว่าลูกแพรในก้นตู้เย็นเกิดการหมักนั่นเอง หนูน้อยผู้น่าสงสาร…ฉันเป็นห่วงมันมากทั้งคืน!"

แคธลีนกล่าวว่า ลูกแพรเมาทำอาจอะไรไม่ได้ และกระรอกกลับมาเช้าวันถัดไปเพื่อกินอาหารเช้าแก้เมาค้าง ซึ่งปรากฏในวิดีโอน่าทึ่ง เรียกยอดชมมากกว่า 1.5 ล้านครั้งทีเดียว

ทั้งนี้ การทิ้งลูกแพรในก้นตู้เย็นเป็นเวลานานอาจเกิดการหมัก เป็นการเปลี่ยนแปลงเคมีของอาหารซึ่งสามารถเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคส ฟรุกโตส และซูโครส เป็นแอลกอฮอล์

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

กอริลล่าช่วยนกบาดเจ็บ นักท่องเที่ยวมุงดูถ่ายคลิปสุดซึ้งใจ

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...