โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โบรกสแกนหุ้นAUCT ชี้ครึ่งปีแรกเป็นบวก ยอดรถเข้าประมูลอื้อ

ทันหุ้น

อัพเดต 12 มิ.ย. 2563 เวลา 02.30 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2563 เวลา 02.30 น.

ทันหุ้น – สู้โควิด – โบรกส่องกล้อง AUCT ชี้เศรษฐกิจชะลอตัว NPL ที่เพิ่มขึ้น หนุนจำนวนรถที่ถูกนำมาประมูลมากขึ้น เป็นบวกต่อบริษัทในช่วงครึ่งปีแรก และมีโอกาสที่จะดีไปตลอดทั้งปี แต่ปลายปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้าอาจมีรายได้ลดลง หลังยอดขายรถยนต์ใหม่ลดลงอย่างรุนแรง

บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินทิศทาง AUCT ว่า  AUCT รายงานรายได้และกำไรประจำไตรมาส 1/63 ที่ 233 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า) และ 51.9 ล้านบาท (ลดลง 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, ลดลง 30% จากไตรมาสก่อนหน้า) ตามลำดับ โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้

ยอดรถประมูลโต

1. ยอดการประมูลรถยนต์และจักรยานยนต์ยังคงเติบโต 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ

2. บริษัทมีรายได้จากการได้รับมอบหมายเป็นผู้ดำเนินการจัดงานประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 5G ในช่วงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา คิดเป็นรายได้ราว 14.5 ล้านบาท

3. มาตรฐานบัญชี TFRS16 ทำให้บริษัทผู้ที่เป็นผู้เช่าพื้นที่จัดการประมูลรับรู้สินทรัพย์และหนี้สินสำหรับสัญญาเช่าทุกรายการที่มีระยะเวลาในการเช่ามากกว่า 12 เดือน ส่งผลให้บริษัทมีสินทรัพย์สิทธิ์การใช้และหนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้นกว่า 800 ล้านบาท D/E ของบริษัทจึงเพิ่มสูงขึ้นเป็น 2.84 เท่า จากเดิมที่ 0.6 เท่า และทำให้ค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์นั้นพุ่งสูงขึ้นเป็นระดับ 30 ล้านบาทต่อไตรมาส จากเดิมที่ระดับ 10 ล้านบาทต่อไตรมาส ส่งผลให้บริษัทมีกำไรลดลง 12.7 ล้านบาท แต่ทำให้บริษัทมี EBITDA สูงขึ้นเป็น 109 ล้านบาท (+27%YoY, +6% QoQ)

4. อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 49.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 54.6% มาจาก 1) งานประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าธุรกิจปกติ 2) ต้นทุนการประมูลที่สูงขึ้นจากผลกระทบของไวรัส COVID-19 3) มาตรฐานบัญชีใหม่

หากไม่นับผลกระทบจากมาตรฐานบัญชี TFRS16 บริษัทจะมีกำไร 61.8 ล้านบาท (+3.7% YoY) คิดเป็น 27% บนประมาณการของเรา

ยอดรถใหม่เริ่มลด

ทั้งนี้มองว่าจำนวนรถที่ถูกนำมาประมูลจะยังคงมีจำนวนมากต่อไป จาก NPL ที่พุ่งสูงขึ้นในไตรมาส 1/63 และคาดว่าจะมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี 2563 เป็นอย่างน้อย ซึ่งอาจจะทำให้รถที่ถูกยึดจากสถาบันการเงินยังคงมีเข้ามาในระบบอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าเราจะคาดยอดขายรถยนต์ใหม่ลดลงไปกว่า 30% ในปีนี้ก็ตาม ซึ่งจะทำให้บริษัทมีโอกาสสร้างผลการดำเนินงานที่ดีไปจนถึงปลายปี นานกว่าที่เคยคาดว่าบริษัทจะเริ่มเข้าสู่ช่วงชะลอตัวในไตรมาส 3/63 เป็นต้นไปจากยอดขายรถยนต์ใหม่ที่เริ่มลดลงตั้งแต่ปลายปี 2559

ถึงแม้แนวโน้มของบริษัทจะยังสามารถทรงตัวไปจนถึงไตรมาส 3/63 ก่อนจะเริ่มเข้าสู่ช่วงชะลอตัวในช่วงปลายปีหรือต้นปีหน้า แต่เนื่องจากราคาหุ้นได้ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 30% นับตั้งแต่เราได้ออกบทวิเคราะห์ครั้งก่อน จึงได้ปรับลดคำแนะนำจาก "ซื้อ" เป็น "ถือ" ที่ราคาเป้าหมายเดิม 6 บาท (WACC = 9.9%, TG = 1.5%) TFRS16 อาจจะกระทบกำไรราว 30 ล้านบาท แต่เรายังคงประมาณการเดิม เนื่องจากบริษัทอาจจะมีการดำเนินงานดีกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...