ผลออกแล้ว! การใช้ "ฟอยล์ห่ออาหาร" มาห่อมือถือ ช่วยกันสัญญาณ 5G ได้ไหม?
เกิดอะไรขึ้นถ้าเอา "ฟอยล์ห่ออาหาร" มาห่อโทรศัพท์? สรุปผลทดลองจริง ช่วยกันสัญญาณ 5G ได้ไหม?
เคยสงสัยกันไหมว่า ถ้าเราลองเอา "แผ่นฟอยล์อลูมิเนียม" ที่ใช้ห่ออาหารในครัว มาห่อสมาร์ทโฟนไว้ทั้งเครื่อง จะเกิดอะไรขึ้น? สัญญาณมือถือจะขาดหายไปเลยจริงหรือไม่ และมันมีประโยชน์ในแง่ความปลอดภัยหรือการป้องกันรังสีอย่างที่มีคนพูดกันจริงหรือเปล่า?
ผู้สื่อข่าวสายเทคโนโลยีจาก How-To Geek ได้ลงมือทดสอบทฤษฎีนี้ด้วยตัวเอง เพื่อหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์ว่าฟอยล์อลูมิเนียมส่งผลต่อการทำงานของมือถืออย่างไรบ้าง
Highlight: การห่อฟอยล์สามารถบล็อกสัญญาณ Wi-Fi, 5G, และ Bluetooth ได้จริงตามหลักกลศาสตร์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Faraday Cage) แต่ในชีวิตประจำวันแทบไม่มีประโยชน์ในการป้องกันการแฮกหรืออันตรายจากรังสี ควรเก็บฟอยล์ไว้ใช้ห่ออาหารตามเดิมดีที่สุด!
วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง: ทำไมฟอยล์ถึงตัดสัญญาณไร้สายได้?
สัญญาณไร้สายทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi, สัญญาณมือถือ 5G, Bluetooth หรือ GPS แท้จริงแล้วคือ "คลื่นวิทยุ" (Radio Waves) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
เนื่องจากโลหะอย่างอลูมิเนียมมีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้า เมื่อคลื่นวิทยุมาตกกระทบ ผิวโลหะจะทำการดูดซับหรือสะท้อนคลื่นเหล่านั้นออกไป ส่งผลให้คลื่นไม่สามารถทะลุผ่านเข้าไปหาเสาอากาศภายในตัวเครื่องได้นั่นเอง
ทดลองจริง! ผลลัพธ์หลังห่อมือถือด้วยฟอยล์ 2 ชั้น
ประเภทการทดสอบ สถานะการเชื่อมต่อ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น โทรเข้าผ่าน WhatsApp (Wi-Fi/Data) ถูกบล็อกตัดขาด เครื่องไม่ติด ไม่มีเสียงเรียกเข้า โทรเข้าผ่านเครือข่ายมือถือปกติ ถูกบล็อกตัดขาด ไม่สามารถติดต่อได้ ติดสัญญาณฝากข้อความ การรับข้อความ SMS / การแจ้งเตือน ถูกบล็อกตัดขาด ไม่มีข้อความเข้า จนกว่าจะแกะฟอยล์ออก
ไขข้อข้องใจ: ต้องห่อฟอยล์กันรังสี 5G หรือกันโดนแฮกไหม?
1. ช่วยป้องกันอันตรายจาก 5G หรือ Wi-Fi ได้จริงหรือ?
คำตอบคือ: ไม่จำเป็นเลย หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยังไม่พบว่าคลื่น 5G หรือ Wi-Fi ในระดับใช้งานทั่วไปส่งผลเสียต่อสุขภาพ อีกทั้งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็มีอยู่ทุกที่ในธรรมชาติ ทั้งจากแสงอาทิตย์ เสาวิทยุ และเสาโทรทัศน์ ดังนั้นการห่อมือถือเพื่อกันรังสีจึงไม่มีประโยชน์ในทางปฏิบัติ
2. ช่วยป้องกันการถูกแฮกขโมยข้อมูลได้ไหม?
แม้การห่อฟอยล์จะตัดการเชื่อมต่อไร้สายชั่วคราว ทำให้แฮกเกอร์เจาะข้อมูลระยะไกลไม่ได้ในขณะนั้น แต่มัน ไม่ใช่แนวทางที่สมเหตุสมผลในการใช้งานจริง และหากเครื่องติดไวรัสหรือมัลแวร์อยู่ก่อนแล้ว การห่อฟอยล์ก็ไม่ได้ช่วยลบล้างข้อมูลฉ้อโกงใดๆ ออกไปได้
วิธีป้องกันมัลแวร์ที่ถูกต้อง: ตั้งรหัสผ่านที่ปลอดภัย, เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA), หมั่นอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android/iOS ให้เป็นปัจจุบัน และหลีกเลี่ยงการกดลิงก์สงสัยในอีเมล
ประโยชน์ที่แท้จริงของการห่อฟอยล์ (กรงฟาราเดย์ - Faraday Cage)
เทคนิคการใช้โลหะบล็อกสัญญาณนี้ มีการใช้งานจริงในทางกฎหมายและนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมักจะนำสมาร์ทโฟนของกลางใส่ไว้ใน "ถุงฟาราเดย์" (Faraday Bag) หรือซองบุฟอยล์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาแอบสั่งลบข้อมูลระยะไกล (Remote Wipe) ผ่านอินเทอร์เน็ตได้
ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจคือ "เตาไมโครเวฟ" ในบ้านก็มีหลักการทำงานแบบกรงฟาราเดย์เช่นกัน (ตะแกรงโลหะที่กระจกหน้าตู้มีไว้เพื่อกันไม่ให้คลื่นไมโครเวฟรั่วไหลออกมา) นอกจากนี้ กระเป๋าตังค์หรือซองใส่บัตร ATM ที่กันการโจรกรรมข้อมูล RFID ก็ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์แบบเดียวกันนี้เช่นกัน
แหล่งอ้างอิง (References):
• บทความทดสอบและเรียบเรียงโดย Lucas Gouveia / How-To Geek