โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทางสองแพร่งชะลอพัฒนาเทคโนโลยีAI ซีอีโอAnthropicชี้โจทย์ยากสุด“วัดใจจีน”

Manager Online

เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ซีอีโอ Anthropic เรียกร้องบริษัท AI ชะลอการพัฒนาความสามารถของโมเดลขั้นสูงท่ามกลางความกังวลว่า ปัญญาประดิษฐ์อาจถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า โจทย์ที่ยากที่สุดคือ จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนไม่ยอมเล่นด้วย

ดาริโอ อโมเดอี ซีอีโอ Anthropic กล่าวในรายการ Sunday Morning ของ CBS News ว่า ในระยะยาว สิ่งที่ควรทำคือการร่วมกันกำหนดขีดจำกัดความเร็วในการพัฒนา AI ซึ่งตัวเขาเองยังไม่แน่ใจว่า จะทำได้จริงหรือไม่ เนื่องจากบริษัทต่างๆ มีแรงจูงใจสูงมากในการนำหน้าคู่แข่ง รวมถึงความได้เปรียบทางการทหารที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ควรพยายาม

วันเสาร์ (12 ก.ย.) อโมเดอีเผยแพร่บทความเรียกร้องให้บริษัท AI ชะลอความเร็วในการพัฒนาโมเดลที่ล้ำหน้าที่สุด หลังจากไม่กี่วันก่อนหน้านั้น เจค็อบ ค็อกซอน นักวิจัยของ Anthropic ประกาศลาออก เนื่องจากกังวลว่า Anthropic และคู่แข่งสำคัญอย่าง OpenAI ที่ตัวเขาเคยทำงานด้วย กำลัง “เอาชีวิตของพวกเรามาเสี่ยง”

ขณะเดียวกัน โมเดล AI จากบริษัทสตาร์ทอัปของจีนมีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และสามารถแข่งขันกับโมเดลชั้นนำของบริษัทอเมริกันได้มากขึ้น จุดชนวนความกังวลในหมู่สมาชิกรัฐสภาของอเมริกาและผู้เชี่ยวชาญในซิลลิคอนแวลลีย์

ระหว่างการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ที่อินเดียเมื่อวันอาทิตย์ (13 ก.ย.) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เรียกร้องให้มีกรอบการกำกับดูแล AI ระดับโลกบนพื้นฐานฉันทามติร่วมกัน พร้อมประกาศว่า จีนจะช่วยจัดตั้งชุมชม AI แบบโอเพนซอร์สของ BRICS หรือกลุ่มความร่วมมือประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ปัจจุบันมีสมาชิก 11 ชาติ ซึ่งรวมถึงจีน อินเดีย รัสเซีย บราซิล อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

IPO ครั้งประวัติศาสตร์

บทความของอโมเดอีเผยแพร่ออกมาขณะที่อุตสาหกรรม AI กำลังเผชิญกระแสต่อต้านจากสาธารณชนเกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่นักการเมืองในวอชิงตันกดดันหนักขึ้นให้มีการออกกฎระเบียบควบคุม AI

CNBC รายงานว่า OpenAI และ Anthropic ยังอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งใน IPO ครั้งประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรม แม้ว่าทั้งสองบริษัทยังไม่ได้ประกาศวันเข้าตลาดอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ดี เมื่อวันเสาร์ แซม อัลต์แมน ซีอีโอ OpenAI เผยว่า บริษัทอาจยังไม่เข้าตลาดหุ้นภายในปีนี้ ส่วนหนึ่งเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับประเด็นความปลอดภัยของ AI

แม้ความสัมพันธ์ระหว่างอัลต์แมนกับอโมเดอี ซึ่งลาออกจาก OpenAI ก่อนไปก่อตั้ง Anthropic ค่อนข้างตึงเครียดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่อัลต์แมนโพสต์บน X ว่า เห็นด้วยกับแนวคิดของอโมเดอีในการชะลอการพัฒนา AI ระดับแนวหน้า (Frontier) เช่นเดียวกับผู้นำในอุตสาหกรรมหลายคน รวมถึงเดมิส ฮัสซาบิส ประธาน Google DeepMind และอีลอน มัสก์ ซีอีโอ Tesla และ SpaceX

ในบทความดังกล่าว อโมเดอีเสนอแผนการสามขั้นตอนเพื่อชะลอความเร็วในการพัฒนา AI โดยไม่ต้องเสียสละความได้เปรียบทางธุรกิจหรือความเป็นผู้นำด้าน AI ของอเมริกา และเสริมว่า Anthropic ดำเนินการ “ฝ่ายเดียว” ในขั้นตอนนี้ไปแล้วด้วยการเปิดให้หน่วยงานประเมินอิสระจากภายนอกเข้าถึงข้อมูลในระดับเดียวกับพนักงาน เพื่อให้สามารถตรวจสอบมาตรการด้านความปลอดภัยของบริษัทและรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขั้นตอนที่สองคือ ส่งเสริมให้บริษัท AI ชั้นนำในประเทศประชาธิปไตยร่วมกันกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย และขั้นที่สาม ประสานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลประเทศประชาธิปไตยกับรัฐบาลประเทศที่ใช้ระบอบเผด็จการหรืออำนาจนิยม

กลัวจีนไล่จี้

อโมเดอีกล่าวว่า การชะลอการพัฒนา AI ในประเทศประชาธิปไตยควรดำเนินการในระดับที่ยังคงรักษาความได้เปรียบของบริษัทอเมริกันเหนือจีน เนื่องจากหากจีนกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบจะสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา

เขายังเรียกร้องให้มีมาตรการควบคุมเข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับชิป AI ขั้นสูง, Model Distillation หรือกระบวนการถ่ายทอดความสามารถจากโมเดล AI ขนาดใหญ่ไปยังโมเดลอื่น และการขโมยค่าน้ำหนักในโมเดล เพื่อสกัดจีนในการลดช่องว่างความสามารถด้าน AI กับอเมริกา

มัสก์ที่เตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจาก AI มานานหลายปี โพสต์บน X เมื่อเช้าวันอาทิตย์ว่า อโมเดอีพูดถูกว่า ควรมีการกำกับดูแลบางอย่าง และการให้บริษัท AI คู่แข่งตรวจสอบกันเองเป็นวิธีที่เหมาะสมในการเริ่มต้นเรื่องนี้

เดวิด แซ็กส์ ที่เคยเป็นผู้ดูแลด้าน AI และคริปโตของคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บน X ว่า เขาสนับสนุนการตัดสินใจที่จะรับผิดชอบ หาก OpenAI และ Anthropic เชื่อจริงๆ ว่า โมเดลของตนเองน่ากลัวระดับที่จะต้องชะลอการพัฒนา

อย่างไรก็ตาม เขาสำทับว่า ทั้งสองบริษัทควรหยุดทำเหมือนว่า ต้องได้รับอนุญาตจากคนอื่นก่อน รวมทั้งควรยอมรับว่า ไม่ได้มีแรงจูงใจจากความปรารถนาดีต่อสังคมเพียงอย่างเดียว

แซ็กส์ชี้ว่า การที่ OpenAI และ Anthropic ยอมลดระดับพลังหรือความสามารถแบบดิบๆ ของโมเดลลงบางส่วน เพื่อแลกกับความน่าเชื่อถือและความสามารถในการคาดการณ์พฤติกรรมของระบบเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมทางธุรกิจ เนื่องจากทั้งคู่กำลังเผชิญความเสี่ยงด้านความรับผิดทางกฎหมายจากผลิตภัณฑ์ในระดับสูงมาก หากผลิตภัณฑ์ของพวกเขาถูกนำไปใช้ก่อเหตุ เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายร้ายแรง

แซ็กส์ทิ้งท้ายว่า การที่ทั้งสองบริษัทเรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับกรอบการกำกับดูแลที่ตนเองต้องการ เพื่อแลกกับการยอมชะลอการพัฒนาดูเหมือนเป็นการขู่เข็ญสังคมและระบบการเมือง ดังนั้น ถ้าคิดจะชะลอการพัฒนาเทคโนโลยี AI ระดับแนวหน้า ทั้งคู่สามารถทำได้เลยเพราะเป็นผู้กำหนดเทคโนโลยีนี้อยู่แล้ว และวิธีที่ง่ายที่สุดในการไม่สร้าง Superintelligence คือการตกลงกันว่า จะไม่สร้างสิ่งนี้

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...