โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กิน-ดื่ม

รวมพิกัดเจลาโต้สุดชิค เติมความสดชื่นให้ทุกวัน

Ticy City

เผยแพร่ 27 ก.ค. เวลา 18.54 น.

แดดแรงเมืองไทยจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป มาลิ้มลองเจลาโต้ระดับพรีเมียมที่ให้ความสดชื่น และกินได้ทุกโอกาส ไม่ว่าฤดูไหนก็อร่อยลงตัว

อากาศร้อนเมืองไทยที่แทบจะอยู่กับเราทุกวัน ไม่ว่าจะฤดูร้อน ฤดูฝน หรือแม้แต่วันที่แดดจัดแบบไม่ปรานี ถ้าอยากคลายร้อนแบบไม่ซ้ำใคร เจลาโต้ (Gelato) คือคำตอบที่ให้ทั้งความสดชื่นกินได้ทุกโอกาส ตั้งแต่บ่ายวันทำงานที่อยากพักเบรก ไปจนถึงคืนวันหยุดที่อยากหาของหวานพิเศษ

วันนี้Bangkok Beat จะพาคุณออกเดินทางตามรอย ร้านเจลาโต้สุดชิคในกรุงเทพฯและย่านดัง ที่คัดมาแล้วว่าต้องลองสักครั้ง — ตั้งแต่โฮมเมดอิตาเลียนแท้ที่ละเมียดละไม ร้านบรรยากาศโมเดิร์นที่ถ่ายรูปแล้วปัง ไปจนถึงครีเอทีฟเจลาโต้ที่นำรสชาติไทยมาผสมผสานกับความสากลได้อย่างน่าทึ่ง ทุกที่คือจุดหมายที่พร้อมเสิร์ฟความเย็นฉ่ำและสไตล์ให้กับทุกวันแดดแรงของเมืองไทย

Albero
Albero

Albero – เจลาโต้พรีเมียมใจกลาง Central Embassy

ถ้าอยากสัมผัสเจลาโต้ที่หรูหราและละเมียดละไมแบบอิตาเลียนแท้ ต้องแวะที่ Albero ร้านเจลาโต้ระดับพรีเมียมบนชั้น 6 ของCentral Embassy กรุงเทพฯ จุดเด่นคือการคัดสรรวัตถุดิบส่งตรงจากอิตาลี ทำให้แต่ละรสชาติเต็มไปด้วยความเข้มข้นและความเนียนนุ่มที่แตกต่างจากไอศกรีมทั่วไป

เมนูที่ต้องลองคือ Venezuela Chocolate รสหวานน้อยกำลังดี, Ecuador Chocolate เข้มข้นละมุน และ Pistachio ที่หอมถั่วพิสตาชิโอชัดเจนจนกลายเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ราคาก็จับต้องได้ — ถ้วยไซส์ S หนึ่งรสชาติ 100 บาท หรือไซส์ M สองรสชาติ 150 บาท

บรรยากาศร้านหรูหราโมเดิร์น เหมาะกับการแวะเติมความสดชื่นหลังช้อปปิ้ง พร้อมถ่ายรูปเช็คอินให้ดูเก๋บนโซเชียล

ที่อยู่: ชั้น 6 ศูนย์การค้า Central Embassy กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: ตามเวลาศูนย์การค้า

Ampersand
Ampersand

Ampersand – เจลาโต้สายครีเอทีฟกลางสุขุมวิท

ใครที่คิดว่าเจลาโต้มีแต่รสชาติคลาสสิก ต้องมาลอง Ampersand Gelato ร้านเจลาโต้สุดชิคที่ตั้งอยู่ใน Bumrungrad International Hospital ย่านสุขุมวิท จุดเด่นคือการตกแต่งร้านที่สวยงามโมเดิร์น และรสชาติที่ไม่เหมือนใครจนกลายเป็นที่พูดถึงในหมู่วัยรุ่นและสายไลฟ์สไตล์

เมนูที่ต้องลองคือ Yuzu Yoghurt ที่หอมกลิ่นส้มยูซึสดชื่น, Sun Fuji Sorbet เบาบางแต่หอมแอปเปิ้ลซันฟูจิเต็มคำ และรสชาติสุดครีเอทีฟอย่าง Lavender ที่ให้ฟีลเหมือนอยู่ในสปา หรือ Candied Bacon ที่ผสมผสานความหอมรมควันของเบคอนกับความหวานละมุนของเมเปิ้ลไซรัปได้อย่างลงตัว ราคาก็เข้าถึงง่าย — ถ้วยไซส์ S รสชาติปกติ 99 บาท และรสพรีเมียม 139 บาท

บรรยากาศร้านเหมาะกับการนั่งพักผ่อนหลังพบแพทย์หรือแวะมาเช็คอินกับเพื่อนๆ

ที่อยู่: Bumrungrad International Hospital, 33 ซอยสุขุมวิท 3 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: 09.00–20.00 น.

Daddy Don’t Know Gelato House
Daddy Don’t Know Gelato House

Daddy Don’t Know Gelato House – เจลาโต้คราฟต์สุดลับกลางสีลม

ถ้าอยากตามรอยเจลาโต้ที่ทั้งครีเอทีฟและซ่อนตัวแบบ hidden gem ต้องแวะที่ Daddy Don’t Know Gelato House ร้านเล็กๆ ในซอยคอนแวนต์ ย่านสีลม ที่ชื่อก็น่ารักชวนยิ้ม — “พ่อไม่รู้” เพราะเจ้าของแอบพ่อมาเปิดร้านเจลาโต้!

ที่นี่เสิร์ฟเจลาโต้คราฟต์คุณภาพคับแก้ว หมุนเวียนรสชาติใหม่ๆ ไม่ซ้ำกว่า 8 รสชาติ เช่น Pop That Cherry, Lemon Creampie, Grape Creamcheese และ Pink Guava Sorbet ที่ทั้งสดชื่นและครีเอทีฟสุดๆ ไฮไลต์อีกอย่างคือการเลือกโคน — มีทั้งออริจินอล, ชาโคล และสตรอว์เบอร์รี่ เพิ่มเพียง 15 บาท หรือจะเลือกถ้วยที่มีลายน่ารักๆ ให้ถ่ายรูปลงโซเชียลก็เก๋ไม่แพ้กัน

บรรยากาศร้านเล็กแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น เหมาะกับการแวะมาชิมหลังเลิกงานหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ ใครเป็นสายเจลาโต้คราฟต์บอกเลยว่าห้ามพลาด

ที่อยู่: 2, 3 ถนนคอนแวนต์ สีลม บางรัก กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: 12.00–21.00 น. (สอบถามเพิ่มเติม)

Gelato & Co
Gelato & Co

Gelato & Co – เช็คอินเจลาโต้สไตล์อิตาลีใจกลางพร้อมพงษ์

สายไอศกรีมและเจลาโต้ต้องไม่พลาด Gelato & Co ร้านเจลาโต้สุดชิคที่กลายเป็นแลนด์มาร์กของหวานย่านพร้อมพงษ์ ด้วยบรรยากาศการตกแต่งร้านที่ชวนให้รู้สึกเหมือนนั่งอยู่คาเฟ่ในอิตาลี — ผสมผสานความน่ารัก ความหรู และความเรียบง่ายได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นจุดเช็คอินที่ทั้งอร่อยและถ่ายรูปแล้วปัง

เมนูที่นี่มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่รสชาติคลาสสิกอย่าง Vanilla, Piedmont Hazelnuts, Cioccolato ไปจนถึงรสชาติอื่นๆ ที่หมุนเวียนมาให้ลองแบบไม่ซ้ำ เนื้อเจลาโต้เนียน เหนียวหนึบ กำลังดี ไม่หวานจนเกินไป จะเลือกแบบถ้วยนั่งชิลล์ หรือโคนเดินเล่นก็เพลินไม่แพ้กัน

บรรยากาศร้านกำลังพอดี ไม่เล็กไม่ใหญ่ เหมาะกับการแวะมานั่งพักผ่อนหลังช้อปปิ้ง หรือมาเช็คอินกับเพื่อนๆ ยามค่ำคืน เพราะที่นี่เปิดบริการถึงเที่ยงคืน แถมมีที่จอดรถสะดวกที่ Opera Italian Restaurant

ที่อยู่: 53, 1-2 ซอยสุขุมวิท 39 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: 12.00–00.00 น.

Grazia Gelato Coffee and More
Grazia Gelato Coffee and More

Grazia Gelato Coffee and More – เจลาโต้พรีเมียมสไตล์อิตาเลียนแท้กลางสยาม

ถ้าอยากสัมผัสเจลาโต้ที่ทั้งละมุนและหรูหรา ต้องแวะที่ Grazia Gelato Coffee and More ร้านเจลาโต้พรีเมียมใน สยามพารากอน ชั้น G โซน Gourmet Garden ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอิตาเลียนแท้ๆ เนื้อเนียนละเอียด หวานกำลังดี และหอมเข้มจนละลายในทุกคำ

เมนูซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาดคือ Grazia Tiramisù ที่ยึดมั่นในความออริจินัลและพิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการเสิร์ฟที่สวยงามลงตัว นอกจากเจลาโต้แล้ว ที่ร้านยังมีเมนูกาแฟและของหวานอื่นๆ ให้เลือก ทำให้ที่นี่เป็นจุดเช็คอินที่ตอบโจทย์ทั้งสายไลฟ์สไตล์และสายคาเฟ่

บรรยากาศร้านโมเดิร์นหรูหรา เหมาะกับการนั่งพักผ่อนหลังช้อปปิ้ง หรือแวะมาเติมความสดชื่นในทุกฤดู ไม่ว่าจะวันแดดแรงหรือวันฝนพรำ เจลาโต้ของ Grazia ก็พร้อมเสิร์ฟความละมุนให้คุณเสมอ

ที่อยู่: สยามพารากอน ชั้น G โซน Gourmet Garden กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: 10.00–21.30 น.

Kinako GelatoKinako Gelato

Kinako Gelato – โฮมเมดเจลาโต้สไตล์ญี่ปุ่นสุดน่ารักกลางลาดพร้าว

ใครที่หลงรักบรรยากาศญี่ปุ่นต้องไม่พลาดKinako Gelato ร้านเจลาโต้โฮมเมดที่ยกฟีลญี่ปุ่นน่ารักมาไว้กลางลาดพร้าววังหิน 34 แค่เห็นหน้าร้านก็บอกเลยว่าอบอุ่นและชวนให้แวะเข้าไปเช็คอินทันที

ที่นี่มีเจลาโต้ให้เลือกหลายรสชาติ เนื้อเนียนนุ่ม หวานกำลังดี และละมุนแบบที่กินแล้วต้องยิ้ม แนะนำความอร่อยคือการสั่งแบบ จับคู่ 2 รสชาติ เพื่อให้ได้รสชาติที่ลงตัวและสนุกมากขึ้น ถ้าเลือกไม่ถูก ทางร้านก็ยินดีแนะนำให้แบบเป็นกันเองสุดๆ

บรรยากาศร้านเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยความน่ารักสไตล์ญี่ปุ่น เหมาะกับการแวะมานั่งชิลล์กับเพื่อนๆ หรือเติมความสดชื่นในวันแดดแรง ไม่ว่าจะฤดูไหน เจลาโต้ของKinako ก็พร้อมเสิร์ฟความละมุนให้คุณเสมอ

ที่อยู่: ลาดพร้าววังหิน 34 ร้านติดถนนใหญ่ กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: วันศุกร์–อาทิตย์ 12.00–22.00 น.

Lucky Ngou 65
Lucky Ngou 65

Lucky Ngou 65 – เจลาโต้โฮมเมดเล่าเรื่องเยาวราช

จากร้านรองเท้าของครอบครัวสู่คาเฟ่เจลาโต้สุดชิคในเยาวราชLucky Ngou 65 (ลัคกี้โหงว) คือการรีโนเวตที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และกลิ่นอายวัฒนธรรมจีน-ไทยที่ไม่เหมือนใคร บรรยากาศร้านอบอุ่นสบายๆ เหมาะกับการนั่งกินไอศกรีมไปพร้อมพูดคุยกับเพื่อนๆ

เมนูที่นี่คือการเล่าเรื่องผ่านรสชาติ เช่น น้ำเต้าหู้งาดำซอสขิง ที่หอมเข้มข้น, เปี๊ยะไข่เค็มซอสกะทิควันเทียน ที่ได้รสหวานมันแบบดั้งเดิม, กล้วยดาร์กช็อกโกแลตซอสกล้วยปิ้ง ที่ผสมผสานความเป็นไทยกับความอินเตอร์ และ ชาเขียวโฮจิฉะคาราเมล ที่ละมุนลงตัว ลูกค้ายังสามารถเลือกฐานด้านล่างได้เองว่าจะเป็นเค้กหรือพานาคอตตา เพิ่มลูกเล่นด้วยเครื่องเคียงอย่างลูกเดือย แปะก๊วย หรือทองม้วนกรอบ ทำให้แต่ละเมนูมีเท็กซ์เจอร์หลากหลายและสนุกในการกิน

นอกจากนี้ยังมีเซ็ต ซอร์เบต์ผลไม้ ที่สดชื่นสุดๆ เสิร์ฟคู่กับวุ้นดอกหอมหมื่นลี้และพริกเกลือ เรียกว่าเป็นการกินเจลาโต้ที่ทั้งอร่อยและมีลูกเล่นไม่เหมือนใคร พร้อมเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง Mama’s Plum บ๊วยเลมอนน้ำผึ้งสูตรหม่าม้า ที่เปรี้ยวจี๊ด สดชื่นสุดๆ

ที่อยู่: ถนนพาดสาย (ซอยขนานกับเยาวราช) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ

การเดินทาง: MRT สถานีวัดมังกร เดินเท้าต่อประมาณ 400 เมตร

เวลาเปิด-ปิด: จันทร์–ศุกร์ 12.00–22.00 น. / เสาร์–อาทิตย์ 11.00–22.00 น.

Luscious Creamery
Luscious Creamery

Luscious Creamery – เจลาโต้พรีเมียมสุดหรูใน One Bangkok

แค่ชื่อก็บอกเลยว่าหรูหราแล้ว สำหรับ Luscious Creamery ร้านเจลาโต้พรีเมียมที่ตั้งอยู่ในโครงการOne Bangkok จุดหมายใหม่ของสายไลฟ์สไตล์ที่ชอบทั้งรสชาติและบรรยากาศครบเครื่อง ที่นี่เสิร์ฟเจลาโต้โฮมเมดเนื้อแน่น ครีมมี่ละมุนไม่แพ้ใคร พร้อมรสชาติหลากหลายให้เลือก ทั้งคลาสสิกและครีเอทีฟที่ชวนว้าว

ไฮไลต์คือ Salted Cookies ที่ผสมผสานความเค็มหวานอย่างลงตัว เนื้อเจลาโต้เนียนนุ่ม หอมกลิ่นนมและคุกกี้เข้มข้น กินแล้วฟีลหรูหราแต่ยังอบอุ่นเหมือนโฮมเมดแท้ๆ นอกจากนี้ยังมีรสชาติอื่นๆ ที่หมุนเวียนมาให้ลอง ทั้งแบบถ้วยและโคน โดยโคนที่นี่ทำสดใหม่ทุกครั้งที่สั่ง ทำให้กรอบ หอม และอร่อยมากจนกลายเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน

บรรยากาศโมเดิร์นหรูหรา เหมาะกับการแวะมานั่งชิลล์หลังประชุมหรือช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะวันแดดแรงหรือวันฝนพรำ เจลาโต้ของ Luscious Creamery ก็พร้อมเสิร์ฟความสดชื่นให้คุณทุกฤดู

ที่อยู่: โครงการ One Bangkok กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: 10.00–22.00 น.

Piper’s Gelato
Piper’s Gelato

Piper’s Gelato – คราฟต์เจลาโต้สุดพิถีพิถันกลางเอกมัย

สายคราฟต์เจลาโต้ต้องไม่พลาดPiper’s Gelato ร้านเล็กๆ ที่ซอยเอกมัย 23 แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจและความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบไปจนถึงการทำเจลาโต้แบบโฮมเมดที่ใส่ใจทุกรายละเอียด

เมนูยืนพื้นคือ Roasted Pistachios ที่ใช้ถั่วอบเองแล้วโม่หินข้ามคืนจนได้เนื้อเนียนหอม และ Dark Chocolate เข้มข้นที่ผสมผงโกโก้ถึง 2 ชนิด รสชาติกลมกล่อมลงตัว นอกจากนี้ยังมีรสหมุนเวียนที่สร้างสรรค์ไม่ซ้ำ เช่น Rum Raisin ที่ใช้เหล้ารัมจริงซึมลึกทุกอณู, Salted Caramel เคี่ยวเองจนได้รสเค็มหวานละมุน, Uji Matcha ชาเขียวเกียวโตเข้มข้นสูตรไขมันต่ำ และ Yakult Pipo รสชาติสดชื่นขวัญใจทุกคน

บรรยากาศร้านอบอุ่นเป็นกันเอง เหมาะกับการแวะมานั่งชิลล์ในวันแดดแรงหรือวันฝนพรำ เพราะเจลาโต้ของ Piper’s คือความสดชื่นที่กินได้ทุกฤดู และด้วยความทุ่มเทของทีมทำให้รสชาติที่นี่มีเอกลักษณ์จนใครได้ลองก็ต้องกลับมาซ้ำ

ที่อยู่: ซอยเอกมัย 23 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: วันอังคาร–อาทิตย์ 11.00–18.00 น. (หยุดวันจันทร์)

รวมพิกัดเจลาโต้สุดชิคที่เราเล่าไปทั้งหมดนี้ บอกเลยว่าไม่ว่าจะวันแดดแรง ฝนตก หรืออากาศอบอ้าวแบบเมืองไทย เจลาโต้ (Gelato) ก็ยังเป็นคำตอบที่สดชื่นและ กินได้ทุกโอกาส ตั้งแต่พักเบรกกลางวัน ไปจนถึงคืนวันหยุดที่อยากหาของหวานพิเศษ แต่ละร้านมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งโฮมเมดอิตาเลียนแท้ ร้านครีเอทีฟที่ผสมผสานรสชาติไทย-สากล ไปจนถึงคาเฟ่บรรยากาศโมเดิร์นที่ถ่ายรูปแล้วปัง

ถึงเวลาออกไปตามรอย ร้านเจลาโต้กรุงเทพฯ ที่เราคัดมาแล้วให้คุณได้สัมผัสความเย็นฉ่ำและสไตล์ในทุกฤดู — ลองเลือกสักร้านแล้วไปชิมด้วยตัวเอง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมเจลาโต้ถึงเป็นของหวานที่กินได้ทุกวันแดดแรง

แล้วคุณล่ะ มี ร้านเจลาโต้ในกรุงเทพฯ หรือ คาเฟ่ไอศกรีมสุดชิค ที่อยากแนะนำให้ Bangkok Beat ไปลองบ้างไหม

Written by Amy Sukkasem

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...