โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘บิ๊กโจ๊ก’ แจ้งความตรวจสอบ 4 ชายฉกรรจ์ อ้างเป็น ‘ป.ป.ช.’ บุกถ่ายรูปบ้านพักส่วนตัว

เดลินิวส์

อัพเดต 25 สิงหาคม 2569 เวลา 23.29 น. • เผยแพร่ 50 นาทีที่แล้ว • เดลินิวส์
“บิ๊กโจ๊ก” พร้อมทนายความขึ้นโรงพัก สน.ทุ่งสองห้อง แจ้งตำรวจตรวจสอบ 4 ชายฉกรรจ์ อ้างตัวเป็น ป.ป.ช. บุกถ่ายรูปบ้านพักส่วนตัว ชี้เป็นการละเมิดสิทธิและคุกคาม

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เดินทางมายัง สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อลงชื่อยืนยันความเป็นผู้เสียหาย หลังมอบหมายให้ทนายความเข้าแจ้งความ กรณีมีชาย 4 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เข้าไปในหมู่บ้านที่พักอาศัย และถ่ายภาพบริเวณบ้าน เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการตามกฎหมาย โดยพบว่ามีชายประมาณ 4 คน อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เดินทางเข้าไปภายในหมู่บ้านที่พักอาศัย และถ่ายภาพบริเวณบ้านของตนเอง โดยบุคคลดังกล่าวได้แจ้งต่อนิติบุคคลของหมู่บ้านว่า เดินทางมาเพื่อยื่นเอกสาร แต่จากพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเห็นว่าไม่ได้เป็นเพียงการนำเอกสารมาส่ง เนื่องจากมีการเข้าไปบริเวณใกล้บ้านและถ่ายภาพ ขณะที่ภายหลังยังมีการชี้แจงว่าเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อกลับรถ แต่ตนมองว่าพฤติการณ์ดังกล่าวมีข้อสังเกตหลายประการ โดยเฉพาะการที่บุคคลทั้ง 4 คน ไม่ได้แสดงตัวต่อตนเอง ไม่ได้ลงจากรถ และไม่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจว่ามาดำเนินการในเรื่องใด หากเดินทางมาโดยสุจริตก็ควรแสดงตัวอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการนิติบุคคลของหมู่บ้านได้ยืนยันว่า บุคคลดังกล่าวติดต่อเข้ามาเพื่อส่งเอกสารและนัดหมายขอรับเอกสาร รวมถึงหากต้องการข้อมูลใดทางนิติบุคคลก็พร้อมให้ข้อมูล แต่กลับมีพฤติการณ์เข้าไปถ่ายภาพบริเวณบ้านพักของตนเอง วันนี้จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พร้อมมอบหมายให้ทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 4 คน โดยเห็นว่าตนจำเป็นต้องใช้สิทธิในการปกป้องตนเอง และไม่ต้องการให้พฤติการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นกับประชาชนทั่วไป เพราะไม่ควรเป็นกรณีที่บุคคลใดจะสามารถเข้าไปถ่ายภาพบ้านของผู้อื่นได้ตามอำเภอใจ เนื่องจากอาจเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของบ้าน

ด้านนายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับนิติบุคคลของหมู่บ้าน ทำให้ทราบว่าบุคคลกลุ่มดังกล่าวเดินทางมาเพื่อส่งเอกสารและขอข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โดยตรง ดังนั้น เมื่อดำเนินการพูดคุยและส่งเอกสารเรียบร้อยแล้ว ภารกิจของเจ้าหน้าที่ก็น่าจะสิ้นสุดและควรเดินทางกลับ แต่กลับพบว่ามีพฤติการณ์เข้าไปในพื้นที่บริเวณบ้านพักของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์

การเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวมีข้อสงสัยว่าเป็นการเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากไม่มีการขออนุญาตจากเจ้าของบ้าน และไม่ได้ขออนุญาตจากนิติบุคคลของหมู่บ้านที่จะเข้าไปภายในพื้นที่ดังกล่าว โดยจากการตรวจสอบคลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ เห็นว่าพฤติการณ์ไม่น่าจะเป็นเพียงการเข้าไปกลับรถ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวสามารถกลับรถได้โดยไม่จำเป็นต้องขับรถเข้าไปในพื้นที่ด้านในของหมู่บ้าน พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้อยู่อาศัยภายในหมู่บ้านเกิดข้อสงสัยและเชื่อได้ว่า อาจมีเจตนาหรือพฤติการณ์อื่นนอกเหนือจากการเดินทางมาส่งเอกสาร ตนจึงนำข้อเท็จจริงทั้งหมดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าการกระทำดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และมีเจตนาอย่างไร

สำหรับขั้นตอนหลังจากการแจ้งความร้องทุกข์ในวันนี้ ทนายความกล่าวว่า จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนบุคคลทั้ง 4 คน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชื่อและยังต้องตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จริงหรือไม่ รวมถึงเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานใด และมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยตำรวจจะต้องเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ เพื่อสอบถามถึงเหตุผลและวัตถุประสงค์ในการเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังได้ทำหนังสือไปถึงนิติบุคคลของหมู่บ้าน ในฐานะผู้มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยของลูกบ้าน โดยให้พิจารณาว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่ และจะสามารถดำเนินการในส่วนใดได้บ้าง

ทั้งนี้ ฝ่ายพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย เพื่อปกป้องสิทธิและความเป็นส่วนตัวของตนเอง รวมถึงต้องการให้กรณีดังกล่าวได้รับการตรวจสอบอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันกับประชาชนทั่วไป โดยหลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...