โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมาตรการสหรัฐฯ คว่ำบาตรอิหร่าน แต่ไร้เงา ‘ธนาคาร-โรงกลั่นน้ำมันจีน’

THE STANDARD

อัพเดต 48 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 48 นาทีที่แล้ว • thestandard.co
เปิดมาตรการสหรัฐฯ คว่ำบาตรอิหร่าน แต่ไร้เงา ‘ธนาคาร-โรงกลั่นน้ำมันจีน’

สหรัฐอเมริกาประกาศคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหญ่ โดย สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ขู่ประเทศและบริษัททั่วโลกให้ลดความช่วยเหลือ หรือยุติความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเตหะราน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการประกาศขึ้นบัญชีดำเรือบรรทุกสินค้า 45 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ

ประเด็นสำคัญ

  • สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีดำ 60 บริษัท-ประเทศทั่วโลก แต่ยังไม่บังคับใช้ทันที
  • อิหร่านตอบโต้อย่างไร
  • ไร้เงาธนาคารจีนรายใหญ่

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่า รายชื่อแบล็กลิสต์ของสหรัฐฯ ยังไม่ครอบคลุมถึงธนาคารและโรงกลั่นรายใหญ่ของจีน แม้จีนจะเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่จากอิหร่าน ท่ามกลางความกังวลว่า ปักกิ่งอาจตอบโต้ด้วยการจำกัดการส่งออกแร่หายาก (Rare Earth) ไปยังสหรัฐฯ และกระทบต่อการประชุมสุดยอด ‘ทรัมป์-สี’ ที่สหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือนกันยายน

สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีดำ 60 บริษัท-ประเทศทั่วโลก แต่ยังไม่บังคับใช้ทันที

เมื่อคืนนี้ (25 สิงหาคม) เบสเซนต์ประกาศว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเริ่มต้นแคมเปญ ‘การโจมตีทางเศรษฐกิจ’ (Economic Onslaught) ต่ออิหร่าน โดยหวังตัดเครือข่ายทางการเงินทั่วโลก พร้อมทั้งเปิดรายชื่อในบัญชีดำ ทั้งบุคคล บริษัท และเรือราว 60 ราย ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่า มีส่วนช่วยอิหร่านจัดหาเทคโนโลยี ขนส่งน้ำมัน และเคลื่อนย้ายเงินผ่านระบบการเงินระหว่างประเทศ เช่น

  • Sweet Ocean Industrial บริษัทในฮ่องกง ที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่าช่วยจัดหาอุปกรณ์เทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหวให้เครือข่ายอิหร่าน
  • BRE International Logistics บริษัทโลจิสติกส์ในฮ่องกงที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายจัดหาและขนส่งสินค้าให้อิหร่าน
  • Shenzhen Sweet Ocean Technology, Shenzhen Bositong Logistics และ Bositong Supply Chain กลุ่มบริษัทในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ถูกกล่าวหาว่าช่วยด้านโลจิสติกส์และการจัดหา
  • Sky Oil and Gas Asia, Shipoil และ Ship Fuels and Trade บริษัทที่สหรัฐฯ ระบุว่าเกี่ยวข้องกับการค้าและขนส่งน้ำมันอิหร่าน
  • Wellbred Capital และ Wellbred Trading เครือข่ายบริษัทที่สหรัฐฯ เชื่อมโยงกับ โมฮัมหมัด ฮอสเซน ชัมคานี (Mohammad Hossein Shamkhani) บุคคลสำคัญในเครือข่ายการค้าน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งเป็นบุตรชายของ อาลี ชัมคานี (Ali Shamkhani) อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน
  • La Nivernaise de Raffinage โรงกลั่นในฝรั่งเศสที่อยู่ในเครือข่าย Wellbred
  • เรือในเครือข่ายกองเรือเงา เช่น SIFRA, G SILVER, QUANTUM HOPE, VOYAGE ELITE และ TELA

“ขอพูดให้ชัดเจนว่า องค์กรใดก็ตามที่ช่วยอิหร่านฟอกเงิน จะถูกตัดออกจากระบบดอลลาร์สหรัฐฯ ตอนนี้นาฬิกาเริ่มเดินแล้ว”

อย่างไรก็ตาม เบสเซนต์ระบุว่า สหรัฐฯ ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่า ประเทศหรือบริษัทต่างๆ ต้องยุติความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่านภายในเมื่อใด แต่ย้ำว่า ความอดทนของสหรัฐฯ ไม่ได้มีอย่างไม่จำกัด

เขากล่าวว่า สหรัฐฯ ต้องการให้ทุกฝ่ายมีโอกาสแก้ไขพฤติกรรมและยุติกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านก่อน พร้อมเตือนว่า หากบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรขั้นรุนแรงทันทีโดยไม่มีการแจ้งเตือน อาจส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบการเงินโลก

ขณะเดียวกัน CNN ตั้งข้อสังเกตว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ใช้ถ้อยคำที่เบาลงในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า องค์กรใดที่ช่วยอิหร่านฟอกเงินหรือหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร ‘มีความเสี่ยง’ ที่จะถูกตัดออกจากระบบการเงินสหรัฐฯ แทน

อิหร่านตอบโต้อย่างไร

อาลี มาดานีซาเดห์ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจอิหร่าน ออกมาตอบโต้มาตรการของสหรัฐฯ โดยระบุว่า เตหะรานเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ เป็นเรื่องธรรมดาที่ศัตรูต้องการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ แต่อิหร่านมีเครื่องมือของตัวเอง และรู้ว่าต้องเล่นเกมนี้อย่างไร

“การป้องกันของเราไม่ได้เป็นเพียงการตั้งรับอีกต่อไป ศัตรูควรรอรับการโจมตี”

รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจอิหร่านระบุว่า จีนและรัสเซียไม่ยอมรับมาตรการของสหรัฐฯ และคาดว่า ประเทศอื่นๆ จะสร้างแรงกดดันต่อต้านเช่นเดียวกัน

ส่วน พลจัตวา ฮอสเซน โมเฮบบี โฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ขู่ว่า อิหร่านจะโจมตีอย่างหนักต่อผลประโยชน์สำคัญของสหรัฐฯ และจุดคอขวดด้านพลังงาน หากโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านถูกคุกคาม

นอกจากนี้ องค์การบริหารช่องแคบอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf Strait Authority) หน่วยงานใหม่ที่อิหร่านตั้งขึ้นมาดูแลช่องแคบฮอร์มุซ ยังประกาศขึ้นบัญชีดำเรือ 45 ลำที่อ้างว่าละเมิดกฎการเดินเรือ

อนึ่ง Reuters ตั้งข้อสังเกตว่า รายชื่อดังกล่าวประกอบด้วยเรือที่เกี่ยวข้องกับพันธมิตรของสหรัฐฯ เช่น ADNOC Logistics and Shipping ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), Navig8 Tankers และ Bahri จากซาอุดีอาระเบีย รวมถึงบริษัทเดินเรือจากเกาหลีใต้และยุโรป

ไร้เงาธนาคารจีนรายใหญ่

อย่างไรก็ตาม แม้มาตรการคว่ำบาตรรอบล่าสุดจะครอบคลุมบริษัทและบุคคลในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ยังไม่มีรายชื่ออย่างธนาคารและโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ของจีน ซึ่งถูกจับตาว่าเป็นเป้าหมายสำคัญ หากสหรัฐฯ ต้องการเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน

จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุดมาหลายปี โดยข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า ในปี 2025 จีนซื้อน้ำมันมากกว่า 80% ของปริมาณน้ำมันที่อิหร่านส่งออกทั้งหมด ขณะที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่า เครือข่ายการค้าและการเงินของจีนมีส่วนช่วยให้อิหร่านหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตร

ทั้งนี้ Reuters วิเคราะห์ว่า สหรัฐฯ ระมัดระวังต่อการคว่ำบาตรธนาคารจีน เนื่องจากอาจนำไปสู่มาตรการตอบโต้จากปักกิ่ง ก่อนที่ โดนัลด์ ทรัมป์ และ สีจิ้นผิง มีกำหนดพบกันในเดือนกันยายน โดยหนึ่งในประเด็นที่สหรัฐฯ กังวล คือ จีนอาจจำกัดการส่งออกแร่หายาก ซึ่งมีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม เบสเซนต์ระบุว่า ไม่มีใครอยู่นอกเหนือขอบเขตของมาตรการคว่ำบาตรสหรัฐฯ โดยย้ำว่า สหรัฐฯ ต้องการใช้ ‘การทูตแบบเงียบ’ (Quiet Diplomacy) หารือกับแต่ละประเทศ เมื่อถูกถามว่า ธนาคารจีนจะเผชิญมาตรการคว่ำบาตรหรือไม่

สำหรับท่าทีของจีน หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกมาระบุในวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านว่า มาตรการคว่ำบาตรและการกดดันไม่ช่วยแก้ปัญหา เพราะจะทำให้ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นและยกระดับสถานการณ์ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น หลีกเลี่ยงมาตรการที่อาจทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น รวมถึงกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเสถียรภาพทางการเงิน และกลับเข้าสู่แนวทางการเจรจาทางการเมืองและการทูต

ภาพ:Evelyn Hockstein / Reuters
อ้างอิง:

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...