โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครึ่งปี 69 การค้าไทยกับคู่เจรจา FTA เพิ่ม 21.8% จีนอันดับหนึ่ง

Manager Online

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยการค้าไทยกับประเทศคู่เจรจา FTA ช่วงครึ่งปี 69 มีมูลค่า 243,669 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 21.8% คิดเป็นสัดส่วน 57.3% ของการค้าไทยกับโลก ค้าขายกับจีนอันดับหนึ่ง ส่วนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นสินค้าทุน วัตถุดิบ ที่หนุนการส่งออก เตรียมลุยเจรจา FTA ไทย-อียู ไทย-เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา ให้คืบหน้าตามเป้า พร้อมอัปเกรดอาเซียน-อินเดีย ดันลงนามไทย-เปรูฉบับสมบูรณ์

น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) การค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่ FTA ได้แก่ อาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย เปรู และชิลี มีมูลค่า 243,669 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.8% คิดเป็นสัดส่วน 57.3% ของการค้าไทยกับโลก โดยไทยส่งออกไปประเทศคู่ FTA มูลค่า 105,494 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.6% และนำเข้าจากประเทศคู่ FTA มูลค่า 138,175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 30%

ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้า FTA สำคัญอันดับหนึ่งของไทย มูลค่าการค้ารวม 91,513 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 37.6% ของการค้ากับประเทศคู่ FTA ทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ ญี่ปุ่น มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญและมีบทบาทเป็นฐานการผลิตที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของประเทศ

สำหรับการส่งออกไปตลาด FTA พบว่า ขยายตัวได้ดีในหลายประเทศ โดยสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 74% ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 43.9% สปป.ลาว เพิ่มขึ้น 36.4% มาเลเซีย เพิ่มขึ้น 27% เวียดนาม เพิ่มขึ้น 20.2% ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 12.9% และอินเดีย เพิ่มขึ้น 10% ซึ่งตอกย้ำว่าตลาด FTA ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกไทย และหากดูเป็นรายสินค้า พบว่า สินค้าเกษตร อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง เพิ่มขึ้น 16.8% และไก่แปรรูป เพิ่มขึ้น 7.6% ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม อาทิ อัญมณีและเครื่องประดับ เพิ่มขึ้น 26% แผงวงจรไฟฟ้า เพิ่มขึ้น 20.6% คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 18.5% ผลิตภัณฑ์ยาง เพิ่มขึ้น 10.4% และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 3.8%

ส่วนการนำเข้าจากประเทศคู่ FTA แม้จะขยายตัวในอัตราที่สูงกว่าการส่งออก แต่ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าที่สนับสนุนการลงทุนและการผลิต โดยกว่า 75% ของมูลค่าการนำเข้าจากประเทศคู่ FTA เป็นสินค้ากลุ่มวัตถุดิบ สินค้าขั้นกลาง และสินค้าทุน อาทิ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกล เคมีภัณฑ์ รวมถึงเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทย และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

“แม้เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน แต่ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางการค้าและรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทย ทั้งด้านการขยายตลาดส่งออก การเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิต และการเข้าถึงวัตถุดิบที่จำเป็นต่อภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้การค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่ FTA ยังคงขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการค้าและการผลิตของไทยให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง”น.ส.โชติมากล่าว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 กรมจะเดินหน้าขยายและยกระดับ FTA เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าใหม่และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ให้สอดรับกับบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเร่งผลักดันการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป ไทย-เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา ให้มีความคืบหน้าตามกรอบที่กำหนด ควบคู่กับการยกระดับความตกลงที่มีอยู่ อาทิ ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย รวมถึงผลักดัน FTA ไทย-เปรู ฉบับสมบูรณ์ให้ไปสู่การลงนาม พร้อมติดตามสถานการณ์การค้าโลกและมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิด และประสานความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้อาเซียนยังคงเป็นภูมิภาคที่เปิดกว้าง เชื่อมโยง และเป็นฐานการค้า การลงทุน และการผลิตที่สำคัญของโลก

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...