โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เร่งปรับปรุงท่าเรือศาลาลอย รับเรือขนาดใหญ่ พร้อมหาแนวทางลดค่าเช่า

Khaosod

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ยกระดับขนส่งทางน้ำอยุธยา ปลดข้อจำกัดท่าเรือศาลาลอย - พัฒนาร่องน้ำป่าสัก รักษาระดับน้ำให้เหมาะกับการเดินเรือ เชื่อมโยงสินค้า เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าทางลำน้ำ เพื่อการประหยัดพลังงาน บริเวณท่าเรือศาลาลอย อำเภอท่าเรือ และโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง บริเวณแม่น้ำป่าสัก

สำหรับโครงการสถานีขนส่งสินค้าทางลำน้ำบริเวณท่าเรือศาลาลอย มีพื้นที่ประมาณ 56 ไร่ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านค่าเช่า และค่าธรรมเนียมการเช่าท่าเรือ รวมถึงปัญหาระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักช่วงฤดูแล้ งที่ไม่เพียงพอต่อการรองรับเรือขนาดใหญ่ ขณะที่ท่าเรือปัจจุบันรองรับเรือได้ไม่เกิน 500 ตันกรอส

จึงจำเป็นต้องพิจารณาปรับวัตถุประสงค์การใช้ท่า และจัดทำรายงาน EIA ให้สอดคล้องกับกฎหมาย นอกจากนี้ ระดับท่าเรือมีความสูงกว่าระดับเรือประมาณ 6–7 เมตร เป็นข้อจำกัดต่อการขนถ่ายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเทกอง ขณะที่อาคารสำนักงาน โรงพักสินค้า และพื้นที่หน้าท่าบางส่วนมีสภาพชำรุดจากการใช้งานมานานกว่า 13 ปี จึงต้องเร่งสำรวจ และปรับปรุงให้พร้อมรองรับการใช้งาน

นายสรรเพชญ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม จะประสานกรมชลประทาน พิจารณาการบริหารจัดการน้ำจากเขื่อนพระราม 6 เพื่อรักษาระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักให้เหมาะสมต่อการเดินเรือ โดยมีเป้าหมายประมาณ 4.5 เมตร เพื่อรองรับเรือที่กินน้ำลึก 4 เมตร พร้อมหารือกรมธนารักษ์เพื่อหาแนวทางลดภาระค่าเช่า และค่าธรรมเนียม รวมถึงพิจารณาการแบ่งพื้นที่บางส่วนให้ผู้ประกอบการเช่า ทั้งนี้ การใช้ประโยชน์ท่าเรือศาลาลอยสามารถพิจารณาได้ทั้งในรูปแบบกิจการท่าเรือ กิจการที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการท่าเรือ หรือกิจการอื่นตามความเหมาะสม

ในส่วนของโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังบริเวณแม่น้ำป่าสัก มีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพร่องน้ำ และการเดินเรือ รองรับการขนส่งสินค้าทางน้ำ และส่งเสริมการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากทางบก และทางรางมายังทางน้ำ ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงสินค้าจากภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปยังท่าเรือในแม่น้ำป่าสัก ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งลดปัญหาการจราจรและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวครอบคลุมระยะทางประมาณ 52 กิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณหน้าวัดพนัญเชิง ถึงเขื่อนพระราม 6 แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 จาก กม. 0+000 บริเวณหน้าวัดพนัญเชิง ถึง กม. 23+000 บริเวณวัดพระนอน ดำเนินการขุดร่องน้ำลึกประมาณ 6.6 เมตร กว้าง 30–44 เมตร เพื่อรองรับเรือขนาดไม่เกิน 2,500 ตัน และช่วงที่ 2 จาก กม. 23+000 บริเวณวัดพระนอน ถึง กม. 52+000 บริเวณเขื่อนพระราม 6 ขุดร่องน้ำลึกประมาณ 4.4 เมตร กว้าง 24–35 เมตร เพื่อรองรับเรือขนาดไม่เกิน 1,000 ตัน โดยคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2570

นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพปัญหาการกัดเซาะตลิ่งบริเวณวัดคลองน้ำชา และหมู่บ้านอรัญญิก ซึ่งประชาชนได้สะท้อนปัญหาเกี่ยวกับการกัดเซาะตลิ่งมาอย่างต่อเนื่อง โดยนายสรรเพชญได้มอบให้กรมเจ้าท่าดำเนินการสำรวจศึกษา และจัดทำคำของบประมาณ พร้อมกันนี้ยังได้ขอให้กรมโยธาธิการ และผังเมืองได้เตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการ ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด

นายสรรเพชญ กล่าวในตอนท้ายว่า ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามการดำเนินงานและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคให้โครงการเป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งให้มีความสะดวก ปลอดภัย และตรงเวลา สนับสนุนการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งมายังทางน้ำ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนลดปริมาณการจราจรทางถนนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันการกัดเซาะและรักษาที่ดินและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมยกระดับภูมิทัศน์และเศรษฐกิจริมแม่น้ำป่าสัก ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ และสร้างประโยชน์แก่ชุมชนและท้องถิ่นในพื้นที่อย่างยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เร่งปรับปรุงท่าเรือศาลาลอย รับเรือขนาดใหญ่ พร้อมหาแนวทางลดค่าเช่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...