โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิหร่านระงับเอ็มโอยูกับสหรัฐ ประกาศยุติพันธกรณีทั้งหมด

เดลินิวส์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รัฐบาลอิหร่านประกาศระงับการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจที่ลงนามกับสหรัฐเมื่อเดือนมิ.ย. โดยกล่าวหาว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงด้วยการเปิดฉากโจมตีทางทหาร พร้อมยืนยัน ไม่มีแผนกลับเข้าสู่การเจรจาในเวลานี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ว่านายคาเซม การิบาบาดี รมช.กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานระงับการปฏิบัติตามพันธกรณีทั้งหมด ภายใต้บันทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) ซึ่งลงนามร่วมกับสหรัฐ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา

การิบาบาดีกล่าวว่า ขณะที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการเจรจา สหรัฐกลับเปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหาร ซึ่งอิหร่านมองว่า เป็นการละเมิดพันธกรณีโดยสหรัฐเอง ส่งผลให้อิหร่านตัดสินใจระงับการปฏิบัติตามพันธกรณีทั้งหมด และจะไม่มีการดำเนินการตามเอ็มโอยูอีกต่อไป
ทั้งนี้ การิบาบาดียืนยันว่า อิหร่านจะเดินหน้าปกป้องอธิปไตยประเทศอย่างหนักแน่นและเด็ดขาด และปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้นว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างทั้งสองประเทศ "สิ้นสุดลงแล้ว" เพราะอิหร่านเป็นฝ่ายโจมตีเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งส่งหนังสือแจ้งไปยังสภาคองเกรส ว่าปฏิบัติการทางทหารของกองทัพสหรัฐรอบใหม่ต่ออิหร่านเปิดฉากแล้ว เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านั้นไม่นาน นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านจะยังคงตอบโต้การโจมตีของสหรัฐอย่างแข็งกร้าว และไม่มีแผนกลับเข้าสู่การเจรจากับอีกฝ่ายในเวลานี้.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...