โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เอกนิติ” ชี้ภาษีสหรัฐฯ 12.5% กระทบไทยไม่มาก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศใช้อัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 เก็บภาษีนำเข้า 12.5% กับประเทศคู่ค้ากว่า 37 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเร่งประเมินผลกระทบและเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ได้ประสานงานกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งดูแลเรื่องนี้โดยตรงแล้ว เบื้องต้นต้องเรียนว่าภาคเอกชนไทยมีสินค้าหลายชนิดที่ได้รับการยกเว้นภาษีอยู่แล้ว จึงประเมินว่าในภาพรวมผลกระทบต่อไทยจะไม่มากนัก

อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าบางชนิดที่ไม่ได้รับการยกเว้น ซึ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลต้องหารือกับภาคเอกชนอย่างละเอียด เพื่อดูว่ากลุ่มอุตสาหกรรมใดได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด และต้องใช้มาตรการใดเข้าไปประคองหรือเสริมความสามารถในการแข่งขัน

นายเอกนิติกล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่สุดในขณะนี้คือไทยต้องเร่งเจรจากับสหรัฐอเมริกา เพราะยังมีบางกรอบความร่วมมือที่ประเทศไทยยังดำเนินการไม่เสร็จ โดยเฉพาะ Indo-Pacific Economic Framework หรือ IPEF ซึ่งบางประเทศเจรจาเสร็จแล้วและได้รับอัตราภาษีที่ 10% ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการผลักดันให้ได้ข้อยุติ

“สิ่งที่สำคัญคือเราต้องรีบเจรจากับสหรัฐฯ ให้เร็วที่สุด เพราะประเทศอื่นที่เจรจาเสร็จแล้ว เขาได้อัตรา 10% แต่ไทยยังไม่ได้ ตรงนี้ท่านศุภจีกำลังเร่งดำเนินการอยู่” นายเอกนิติกล่าว

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า หากไทยสามารถเจรจาได้เร็ว ผลกระทบจากมาตรการภาษีจะลดลง ขณะเดียวกันรัฐบาลควรใช้จังหวะที่สหรัฐฯ หยิบยกประเด็นแรงงานบังคับขึ้นมา เป็นโอกาสในการปฏิรูปและยกระดับมาตรฐานของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

นายเอกนิติกล่าวว่า การยกระดับมาตรฐานแรงงานและกระบวนการผลิต ไม่ควรมองเป็นเพียงเงื่อนไขจากต่างประเทศ แต่เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในระยะยาว เพราะเมื่อมาตรฐานไทยเทียบเท่าประเทศคู่แข่งได้ ต้นทุนทางการค้าจากมาตรการกีดกันจะลดลง และผู้ประกอบการไทยจะมีพื้นที่แข่งขันมากขึ้น

สำหรับผลกระทบในภาพใหญ่ นายเอกนิติประเมินว่า น่าจะเกิดขึ้นเพียงบางเซกเตอร์ที่ยังไม่ได้รับการยกเว้นภาษี แต่ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดของกลุ่มสินค้าได้ทั้งหมดในขณะนี้ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารหรืออุตสาหกรรมอื่น ๆ ต้องขอดูข้อมูลให้ชัดเจนก่อน

นายเอกนิติกล่าวว่า หลังจากนี้จะประชุมร่วมกับทีมเลขานุการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยให้แน่นอน ทั้งในมิติการส่งออก รายอุตสาหกรรม และความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ก่อนกำหนดแนวทางเจรจาและมาตรการรองรับเพิ่มเติม

“ตอนนี้ต้องดูรายละเอียดให้ครบก่อนว่าสินค้ากลุ่มใดได้รับผลกระทบจริง แต่ในภาพใหญ่ผมคิดว่าผลกระทบจะมีไม่มาก เพราะหลายรายการได้รับการยกเว้นแล้ว ส่วนที่เหลือต้องรีบเจรจาต่อ” นายเอกนิติ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...