เสียงประณามที่แผ่วเบา
ผ่านไป ๑ วันเต็ม…
กับเหตุการณ์ สังหารทหาร ๕ นาย ที่นราธิวาส
ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก ๕ คน
กองทัพภาคที่ ๔ สื่อสารผ่านสื่อโซเชียล โพสต์ข้อความขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ ๔๕ ทั้ง ๕ นาย จากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและระเบิดไปป์บอมบ์โจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
กองทัพภาคที่ ๔ ขอสดุดีในความกล้าหาญของวีรชนผู้เสียสละทุกนาย และยืนยันจะดูแลสิทธิสวัสดิการของครอบครัวผู้สูญเสียอย่างดีที่สุด พร้อมกันนี้ ขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนทั้ง ๕ รายที่ได้รับบาดเจ็บ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและฟื้นสภาพร่างกายโดยเร็ว
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ ๔ ขอประณามการกระทำอันอุกอาจและไร้มนุษยธรรมในครั้งนี้อย่างถึงที่สุด การใช้อาวุธสงครามก่อเหตุในพื้นที่ใจกลางชุมชน ไม่เพียงมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน แต่ยังเป็นการจงใจสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไม่อาจยอมรับได้
โดยทางเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
และอีกโพสต์ ระบุว่า กองทัพภาคที่ ๔ ขอสดุดีและไว้อาลัย ๕ ทหารกล้า เหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของทหารทั้ง ๕ นาย (สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ ๔๕) ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ จากเหตุคนร้ายลอบยิงและขว้างระเบิดใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อช่วงเย็นวันที่ ๒๒ ก.ค.๒๕๖๙
ขอสดุดีกำลังพลผู้เสียสละทั้ง ๕ นาย :
จ.ส.อ.ธีระยุทธ โสมะเกิด
อส.ทพ.วิมล ดาบทอง
อส.ทพ.ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา
อส.ทพ.ซอลาฮูดิง ปิ
อส.ทพ.ซากีรียา เจ๊ะน๊ะ
การสูญเสียครั้งนี้ตอกย้ำถึงความเสียสละของกำลังพลที่ยืนหยัดปกป้องประชาชนอย่างไม่ย่อท้อ กองทัพภาคที่ ๔ ยืนยันจะดูแลสิทธิและสวัสดิการของครอบครัวผู้สูญเสียอย่างดีที่สุด พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว
ความเสียสละของพวกท่าน จะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป
ครับ…ที่ยก ๒ โพสต์ของกองทัพภาคที่ ๔ มาเผยแพร่ เพราะปัจจุบันโลกสื่อสารผ่านสื่อโซเชียลเป็นหลัก เพราะนอกจากรวดเร็วแล้ว ยังเข้าถึงผู้คนได้มากกว่า
เราจึงเห็นท่าทีจากฝ่ายต่างๆ ต่อกรณีที่เกิดขึ้นได้ชัดเจน ว่าใครคิดอย่างไร
และมีใครบ้างที่หายไป
นักสิทธิมนุษยชนหญิง ไม่ต้องไปถามหาครับ ปากไม่ว่าง เพราะเพลินอยู่กับการวิจารณ์เรื่องที่นายกฯ ฟ้อง iLaw เรื่องฮั้ว สว.
ส่วนนักสิทธิมนุษยชนชาย มาครึ่งเดียว แต่ก็ยังดีกว่าไม่มา
“สุณัย ผาสุข” โพสต์ข้อความไว้ชวนให้คิดว่า…
“…ดูกันชัดๆ เหยื่อความรุนแรงจากเหตุโจมตีจุดตรวจที่ #ระแงะ #นราธิวาสวันนี้ (๒๒ ก.ค.) คือ #พลเรือน #มุสลิมที่ #บีอาร์เอ็นอ้างมาตลอดว่าเป็นตัวแทน แต่เอาเข้าจริงกลับไม่เคยเห็นชีวิตของคนเหล่านี้อยู่ในสายตา คำประกาศว่าเคารพสิทธิมนุษยชน และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ คือ เรื่องโกหก! อย่าให้ท้าย #อาชญากรรมสงคราม #ผู้ก่อการร้าย
-เด็กชาย ฮาบี๊บ หินะ
-นาย มูฮำมัดฮาฟิต หินะ
-นาย มูฮำมัดอาลี อับรู
-นาง ฟัรฮะห์ อับรู …”
ขอบคุณที่ไม่ยกให้บีอาร์เอ็นเป็นพระเอก แต่ภาพรวมในโพสต์นี้ ไม่พูดถึงทหารเสียชีวิตทั้ง ๕ นาย
เหมือนอากาศธาตุ
ข่าวสารจากฝั่งรัฐบาลแสดงความเสียใจกับความสูญเสียทั้งทหารและพลเรือน
แต่นักสิทธิมนุษยชนยังปากหนัก
มันยากนักหรือครับที่จะพูดให้ครบ
แล้วไหนที่บอกว่า “ดูกันชัดๆ”
มาดูความเป็นของ สส.รอมฎอน ปันจอร์ ค่ายส้มดีกว่า เพราะเป็นบุคคลในพื้นที่ อยู่ไม่ไกลเหตุการณ์ น่าจะเข้าใจเรื่องราวดีกว่าใคร
สส.รอมฎอน โพสต์ข้อความไว้ยาวมากครับ เนื้อหาส่วนใหญ่ระบุว่าไม่สนับสนุนความรุนแรง
เนื้อหาบางท่อนบางตอนมีดังนี้ครับ…
“…ผมยังคงต้องยืนยันอีกครั้งว่าการใช้กำลัง-ไม่ว่าจะกระทำโดยใครหรือฝ่ายใด-นอกจากจะต้องได้รับการประณามแล้ว วิธีการเช่นนี้ไม่ใช่หนทางในการคลี่คลายความขัดแย้งที่เรามีมาเนิ่นนานข้ามชั่วรุ่น อีกทั้งยังต้องยืนยันด้วยว่าความรุนแรงไม่สามารถทำให้แต่ละฝ่ายบรรลุเป้าหมายของตนเองได้…”
ส.ส.รอมฎอน บอกว่าต้องได้รับการประณาม แต่ดูเหมือนว่าการประณามนั้นไม่ค่อยแข็งแรงสักเท่าไหร่
พูดง่ายๆ มิได้ประณามให้มันเป็นเรื่องเป็นราวโดย สส.ที่ชื่อ “รอมฎอน”
แค่บอกว่าต้องได้รับการประณาม แล้วประณามโดยใคร
นักสิทธิมนุษยชนประณามเหมือนจะไม่เต็มใจ ส่วนฝ่ายค้านโดยผู้นำฝ่ายค้านประณามแบบมีเงื่อนไข
“หัวหน้าเท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ”
“…ผมขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการสูญเสียของเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตทุกนาย ที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส พร้อมส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้สูญเสีย ผู้ได้รับบาดเจ็บ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับความรุนแรงครั้งนี้
ขอประณามการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และการใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะมุ่งเป้าต่อเจ้าหน้าที่หรือประชาชนผู้บริสุทธิ์ ไม่อาจเป็นหนทางในการแก้ไขความขัดแย้งได้
รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีต้องเร่งดำเนินการทุกมาตรการเพื่อคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว ทั้งการเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวผู้สูญเสีย
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจำเป็นต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง ผ่านทั้งกลไกคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสร้างความไว้วางใจให้ประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว
ผมขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ทุกท่านครับ…”
ดูดีครับ
แต่…ย้อนแย้งกับสิ่งที่พรรคส้มนำเสนอก่อนหน้านี้
ไม่ว่าจะเป็นยกเลิกกฎอัยการศึก ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยุบ กอ.รมน. ลดกำลังพลทหารลง
และพรรคส้มคิดว่าสามารถคุยกับบีอาร์เอ็นรู้เรื่อง ด้วยการไปพูดหวานๆ ว่า จะคืนสิทธิเสรีภาพ และกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
การแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ง่ายเลย
และในโลกการนำเชื้อชาติศาสนามาผสมโรงกับความขัดแย้ง ไม่มีที่ไหนแก้ได้ง่ายๆ ด้วยการกางตำรามานั่งอ่านให้ฟังครับ.