โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักกลลวง “เจ้าชายดูไบ” ใช้ Deepfake สร้างรัก ก่อนเรียกเงิน

Thai PBS

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS
เมื่อความรักบนโลกออนไลน์ไม่ได้เริ่มต้นจากคนสองคนที่รู้จักกันจริง แต่อาจเริ่มจากตัวตนปลอมที่ถูกสร้างขึ้นอย่างแนบเนียน ทั้งภาพถ่าย บัญชีโซเชียลมีเดีย ข้อความหวาน ๆ และแม้แต่วิดีโอคอลที่ดูเหมือนกำลังพูดคุยกับบุคคลจริง

หนึ่งในรูปแบบการหลอกลวงที่สะท้อนเรื่องนี้ คือการแอบอ้างเป็น Sheikh Hamdan bin Mohammed Al Maktoumมกุฎราชกุมารแห่งดูไบ หรือที่รู้จักในชื่อ “Fazza” โดยมิจฉาชีพนำภาพลักษณ์และข้อมูลที่เผยแพร่สู่สาธารณะมาใช้สร้างบัญชีปลอม ก่อนพัฒนาไปสู่การสร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาวและเรียกเงินจากเหยื่อ

กรณีของ “Maria” หญิงผู้เสียหายรายหนึ่ง สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อมิจฉาชีพผสมผสานกลวิธีทางจิตวิทยาเข้ากับเทคโนโลยี Deepfake การแยกแยะว่าใครคือคนจริงหรือคนปลอมอาจทำได้ยากขึ้น

เริ่มจากสร้าง “เจ้าชาย” ขึ้นมาบนโลกออนไลน์

มิจฉาชีพอาศัยชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของ Sheikh Hamdanซึ่งมีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียจำนวนมาก มาใช้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับบัญชีปลอม

พบการสร้างทั้งกลุ่มและบัญชีบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เลียนแบบตัวตนของเจ้าชาย พร้อมเผยแพร่ภาพที่ดูสมจริง เช่น ภาพเจ้าชายถือดอกกุหลาบสีแดง หรือภาพคุกเข่าพร้อมแหวน รวมถึงนำข้อความหรือบทกวีที่มีอยู่จริงมาใช้ประกอบการสนทนา

บางบัญชีเปิดช่องให้ผู้ติดตามติดต่อ “เจ้าชาย” ผ่าน WhatsApp หรือ Telegram โดยตรง แม้จะมีผู้ใช้งานบางส่วนเข้ามาเตือนว่าเป็นบัญชีหลอกลวง แต่ภาพและเรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้นสามารถทำให้ผู้ที่พบเห็นเชื่อมโยงบัญชีเหล่านั้นเข้ากับบุคคลจริงได้

[caption id="attachment_15445" align="aligncenter" width="1672"]

ภาพประกอบ AI

ภาพประกอบ AI [/caption]

จากข้อความหวาน ๆ สู่การสร้างความไว้ใจ

หลังจากเหยื่อเริ่มสนใจ มิจฉาชีพจะย้ายการสนทนาไปยังช่องทางส่วนตัว และใช้ข้อความแสดงความรักหรือความห่วงใยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความผูกพันทางอารมณ์

Maria ซึ่งขอสงวนชื่อและอายุจริง พบผู้ที่อ้างตัวเป็น Sheikh Hamdanผ่านเว็บไซต์หาคู่ ก่อนย้ายไปพูดคุยกันผ่านแอปพลิเคชันส่งข้อความ

เธอเล่าว่า อีกฝ่ายส่งข้อความหาเธออย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงเวลาที่เธอนอนหลับ จนทำให้รู้สึกว่าทั้งสองมีความผูกพันกันอย่างมาก

กลวิธีเช่นนี้เป็นลักษณะหนึ่งของ Romance Scamหรือการหลอกลวงโดยสร้างความสัมพันธ์เชิงความรัก มิจฉาชีพมักไม่รีบขอเงินตั้งแต่เริ่มต้น แต่พยายามสร้างความไว้ใจก่อน เมื่อเหยื่อรู้สึกผูกพัน การตั้งข้อสงสัยต่ออีกฝ่ายก็อาจทำได้ยากขึ้น

วิดีโอคอลก็ไม่ได้แปลว่าเป็น “คนจริง”

จุดที่ทำให้กลลวงมีความแนบเนียนมากขึ้น คือการใช้เทคโนโลยีที่สามารถสร้างหรือเปลี่ยนใบหน้าในวิดีโอแบบเรียลไทม์

ในกรณีของ Maria มิจฉาชีพวิดีโอคอลผ่าน WhatsApp โดยภาพที่ปรากฏมีลักษณะคล้ายเจ้าชาย Hamdan อย่างมาก แม้ภาพจะมีอาการกะพริบหรือผิดปกติเป็นบางช่วง แต่การขยับปากสอดคล้องกับคำพูด ทำให้ภาพรวมดูน่าเชื่อถือ

อย่างไรก็ตาม Maria สังเกตเห็นความผิดปกติจาก เสียงที่ไม่ตรงกับบุคคลที่ถูกแอบอ้าง

ข้อมูลจากกรณีนี้ไม่ได้ยืนยันว่าใช้เครื่องมือ AI ตัวใดในการสร้างวิดีโอ แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนใบหน้าและควบคุมการเคลื่อนไหวของใบหน้าแบบเรียลไทม์ได้ ทำให้ผู้หลอกลวงสามารถสร้างวิดีโอที่มีความสมจริงสูงขึ้น

ดังนั้น การเห็นใบหน้าและพูดคุยกันผ่านวิดีโอคอลจึงไม่ควรถูกใช้เป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวในการยืนยันตัวตน

เมื่อความรักกลายเป็นข้ออ้างในการเรียกเงิน

เมื่อสร้างความสัมพันธ์จนเหยื่อเกิดความไว้วางใจแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการสร้างเหตุผลเพื่อขอเงิน โดยมักอ้างถึงค่าใช้จ่าย เอกสาร หรือการเดินทาง

กรณีของ Maria มิจฉาชีพอ้างว่าเธอต้องจ่ายเงินประมาณ 100,000 เปโซ หรือราว 1,625 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อจัดทำใบรับรองการแต่งงานและ “บัตรสมาชิกพระราชวงศ์” ซึ่งอ้างว่าจำเป็นต่อการย้ายไปทำงานที่ดูไบ

หลังจาก Maria จ่ายเงินแล้ว อีกฝ่ายยังเรียกเงินเพิ่มเติมอีก 60,000 เปโซ หรือราว 974 ดอลลาร์สหรัฐโดยอ้างว่าเป็นค่าจองโรงแรมเพื่อพบกัน

รูปแบบนี้สะท้อนกลวิธีที่มิจฉาชีพสร้าง “อุปสรรค” หรือค่าใช้จ่ายขึ้นมา เพื่อให้เหยื่อรู้สึกว่าต้องจ่ายเงินเพื่อให้ความสัมพันธ์หรือแผนการที่อีกฝ่ายกล่าวอ้างดำเนินต่อไป

จุดที่ทำให้เริ่มสงสัย

ความสงสัยของ Maria เกิดขึ้นเมื่อมิจฉาชีพเสนอให้พบกันที่โรงแรมและเรียกเงินเพิ่ม เธอจึงกลับไปตรวจสอบบัญชี Facebook ของอีกฝ่าย ซึ่งภายหลังถูกปิดไปแล้ว และพบว่าบัญชีดังกล่าวระบุว่ามีที่ตั้งอยู่ใน ไนจีเรีย

หลังจากนั้น Maria ตัดสินใจยุติการติดต่อและไม่โอนเงินเพิ่มเติม

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการ ตรวจสอบข้อมูลนอกบทสนทนาเพราะในช่วงที่เหยื่อกำลังมีความรู้สึกผูกพัน การตัดสินใจจากข้อมูลที่ได้รับจากอีกฝ่ายเพียงด้านเดียวอาจทำให้มองข้ามสัญญาณผิดปกติได้

กลลวงลักษณะนี้อาจไม่ได้หยุดแค่การหลอกเงิน

ในภาพรวมของ Romance Scam เมื่อมิจฉาชีพสามารถสร้างความไว้วางใจและได้รับข้อมูลส่วนตัวจากเหยื่อแล้ว ความเสี่ยงอาจไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสูญเสียเงิน

เหยื่ออาจถูกชักชวนให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ส่งภาพหรือวิดีโอส่วนตัว หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวและทรัพย์สิน ข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้กดดันหรือเรียกร้องเงินเพิ่มเติมในภายหลัง

ในบางกรณี การหลอกลวงอาจพัฒนาไปสู่การข่มขู่หรือ Sextortionซึ่งเป็นการข่มขู่ว่าจะเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลส่วนตัว หากเหยื่อไม่ยอมจ่ายเงิน

นอกจากนี้ เงินที่ถูกหลอกอาจถูกส่งผ่านบัญชีของบุคคลอื่น บัญชีในต่างประเทศ หรือช่องทางสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งอาจทำให้การติดตามเส้นทางเงินทำได้ยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม กลไกเหล่านี้เป็นรูปแบบความเสี่ยงที่พบได้ใน Romance Scam โดยทั่วไป ไม่ได้หมายความว่า Maria ประสบกับการหลอกลวงในทุกขั้นตอนดังกล่าว

[caption id="attachment_15446" align="aligncenter" width="1672"]

ภาพประกอบ AI

ภาพประกอบ AI [/caption]

ไม่ใช่แค่ “เจ้าชายดูไบ” ที่ถูกนำตัวตนไปใช้

การนำชื่อและภาพของบุคคลมีชื่อเสียงมาใช้หลอกลวงไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้มีกรณีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นบุคคลสาธารณะหลายราย รวมถึงกรณีที่ผู้เสียหายชาวฝรั่งเศสถูกหลอกโดยผู้ที่อ้างตัวเป็นนักแสดง Brad Pitt จนสูญเงินจำนวนมาก

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเทคโนโลยีทำให้มิจฉาชีพสามารถสร้างหลักฐานประกอบเรื่องราวปลอมได้สมจริงมากขึ้น ตั้งแต่ภาพถ่าย เสียง ไปจนถึงวิดีโอ

4 วิธีรับมือ หากพบ “คนดัง” มาจีบออนไลน์

  • อย่าใช้ภาพหรือวิดีโอคอลเป็นหลักฐานยืนยันตัวตนเพียงอย่างเดียวแม้ภาพจะเหมือนบุคคลจริง แต่ก็สามารถถูกสร้างหรือดัดแปลงได้ ควรตรวจสอบจากช่องทางทางการหรือแหล่งข้อมูลอื่นประกอบกัน
  • ระวังเมื่ออีกฝ่ายเริ่มขอเงินโดยเฉพาะการอ้างค่าธรรมเนียม ค่าเอกสาร ค่าการเดินทาง ค่าจองโรงแรม หรือค่าใช้จ่ายเพื่อให้ความสัมพันธ์ดำเนินต่อไป
  • ตรวจสอบบัญชีและข้อมูลจากหลายแหล่งค้นหาชื่อ ภาพถ่าย และบัญชีโซเชียลมีเดียของอีกฝ่าย หากพบข้อมูลไม่ตรงกัน หรือบัญชีมีประวัติผิดปกติ ควรหยุดการติดต่อและตรวจสอบเพิ่มเติม
  • อย่าเก็บเรื่องไว้คนเดียวหากอีกฝ่ายพยายามโน้มน้าวให้ปิดบังความสัมพันธ์หรือห้ามปรึกษาครอบครัวและคนใกล้ตัว ควรมองว่าเป็นสัญญาณเตือน เพราะการให้บุคคลอื่นช่วยตรวจสอบอาจทำให้เห็นความผิดปกติที่เราอาจมองข้าม

ยิ่งรัก ยิ่งเสีย เปิดความเสียหาย Romance Scam

จากข้อมูลที่เปิดเผยโดย Federal Trade Commission (FTC) พบว่า ในช่วงปี 2017 – 2020 ประชาชนสูญเงินกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการหลอกลวงด้วยความรัก หรือ “Romance scam” ซึ่งมากกว่าการฉ้อโกงประเภทอื่น ๆ นอกจากนี้ ในปี 2023 ยังพบว่ามูลค่าความเสียหายของ Romance scam พุ่งสูงถึง 1.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉลี่ยความเสียหายอยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคน ซึ่งนับเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีรายงานมาสำหรับกลโกงแอบอ้างตัวตน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยสถิติการแจ้งความคดีออนไลน์ระหว่างมีนาคม พ.ศ. 2565 - มกราคม พ.ศ. 2569 ของคดี Romance Scam ว่ามีจำนวนมากถึง 7,158 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 1,970,755,281 บาท หรือเกือบกว่า 2 พันล้านบาท และที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ Romance Scam สามารถสร้างมูลค่าความเสียหายทางการเงินต่อผู้เสียหายหนึ่งคนในจำนวนที่สูงอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับในกรณีของ Romance scam ที่มีการทำกันเป็นขบวนการระดับอาชญากรรมข้ามชาติ

มิจฉาชีพไม่ได้หลอกแค่เงิน แต่สร้างทั้งตัวตน-ความสัมพันธ์-เรื่องราว

ทั้งนี้สถิติคดีในวันที่ 16-22 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมาจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) พบว่า มีคดีที่รับแจ้งผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 79,311 คดี มูลค่าความเสียหาย 2,775 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 9-15 ส.ค. 2569 พบว่าคดีที่รับแจ้งความมีจำนวนเพิ่มขึ้น 73,251 คดี เช่นเดียวกับมูลค่าความเสียหายที่เพิ่มขึ้นกว่า 2,500 ล้านบาท

โดยการหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุด อยู่ที่ 4,892 คดี คิดเป็น 80.6% ของคดีทั้งหมด แต่ประเภทคดีที่สร้างมูลค่าความเสียหายสูงที่สุดกลับเป็น การหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน ซึ่งมีความเสียหายเกือบ 756 ล้านบาท คิดเป็น 27.2% ของคดีทั้งหมด

ขณะที่จังหวัดที่ได้รับแจ้งความมากที่สุดได้แก่

  • กรุงเทพมหานคร มีการแจ้งความ 129 คดี มูลค่าความเสียหาย 16.5 ล้านบาท
  • เชียงใหม่ มีการแจ้งความ 30 คดี มูลค่าความเสียหาย 5.6 แสนบาท
  • สมุทรปราการ มีการแจ้งความ 29 คดี มูลค่าความเสียหาย 1.1 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามหากวิเคราะห์ตามเพศและอายุของผู้เสียหายที่มักถูกหลอก ยังคงพบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และกลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือน

เมื่อจำแนกตามประเภทคดี ยังพบอีกว่า กลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังคงครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อันดับ 2 คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น และอันดับ 3 คดีหลอกลวงเสนอผลประโยชน์อื่น

กรณี “เจ้าชายดูไบ” จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า มิจฉาชีพยุคใหม่ไม่ได้อาศัยเพียงข้อความปลอม แต่สามารถสร้างเรื่องราวทั้งระบบ ตั้งแต่ตัวตนบนโซเชียลมีเดีย ความสัมพันธ์ ไปจนถึงวิดีโอคอลที่ดูสมจริง

ในวันที่เทคโนโลยีสามารถทำให้คนที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าปรากฏตัวผ่านหน้าจอได้ การตรวจสอบตัวตนจากหลายแหล่งจึงสำคัญกว่าการเชื่อเพียงสิ่งที่เห็น

ขอบคุณข้อมูลจาก dawn, conflictadvisory TDRI

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

“อธิการ แก้วเครือศรี” ว่าที่ สส.อุดรธานี คะแนนนำอันดับหนึ่ง แซง “ขจิตร”จากประชาธิปไตยใหม่

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตำรวจเร่งสอบปากคำคู่สามีภรรยา ปมไฟไหม้ชุมชนคลองเตย เสียหาย 5 หลัง

5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...