เสียงสะท้อนจากแม่ผู้สูญเสีย
การสูญเสียลูกไม่ใช่แค่ความเศร้าส่วนตัว แต่มันคือบาดแผลที่สังคมมักมองไม่เห็นและไม่เข้าใจ โดยเฉพาะเมื่อการสูญเสียกลายเป็นเรื่องราวที่อยู่ในความสนใจของคนในสังคม!
มีคำกล่าวว่า “แม่ที่ต้องเผาลูก เป็นเรื่องน่าเศร้ามากๆ” คำพูดนี้ไม่ได้เกินจริงแม้แต่น้อย เพราะไม่มีแม่คนใดถูกสร้างมาเพื่อส่งลูกไปก่อน การยืนอยู่หน้ากองไฟที่เผาร่างของลูก คือภาพที่หัวใจของแม่จะแบกไปตลอดชีวิต
หลายคนคิดว่าเวลาจะเยียวยาทุกอย่าง หรือบอกว่า “ต้องเข้มแข็ง” “ลูกอีกคนยังรออยู่” แต่คำพูดเหล่านั้นกลับทำให้แม่รู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้น
แม่ที่สูญเสียลูกไม่ได้ต้องการคำปลอบโยนที่สวยหรู เธอต้องการพื้นที่ที่ปลอดภัยในการโศกเศร้า ต้องการคนที่พร้อมจะนั่งเงียบๆ ข้างๆ โดยไม่เร่งให้หาย และต้องการให้ลูกของเธอยังถูกเรียกชื่อและถูกจดจำ
สังคมมักลืมไปว่าความโศกเศร้าของแม่ไม่ได้จบในงานศพ มันติดตามเธอไปทุกวันเกิด ทุกเทศกาล และทุกช่วงเวลาที่คนอื่นมีความสุข
มีคำแนะนำจากแม่ที่เคยอยู่ในสภาพเดียวกับแม่ที่ต้องเผาลูกไปก่อน บอกต่อๆ กันว่า สิ่งที่เราทำได้ง่ายๆ คือ อย่าหนีจากความอึดอัด อย่าเปลี่ยนเรื่องเมื่อเธอพูดถึงลูก และอย่าคาดหวังให้เธอกลับมาเป็นคนเดิมเร็วๆ เพียงแค่การฟังอย่างไม่ตัดสิน การยอมรับว่าความเจ็บปวดนี้มีอยู่จริง และการอยู่ข้างๆ โดยไม่พยายามแก้ไข ก็อาจเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว
วันนี้อยากจะบอกว่า เมื่อแม่สูญเสียลูก… สังคมควรยืนอยู่ข้างเธอบ้างเท่าที่จะมีโอกาส เพราะแม่ก็คือมนุษย์คนหนึ่ง.
'ป้าเอง'