โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. ชี้ไทยยังไม่เข้า “Japanification” แม้เงินเฟ้อ-จีดีพีต่ำ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 กันยายน 2569 เวลา 7.07 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ธปท. ชี้เศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ “Japanification” แม้เงินเฟ้อและ GDP โตต่ำ เหตุพื้นฐานต่างจากญี่ปุ่น พร้อมชูเพิ่มรายได้ประชาชน แก้หนี้ครัวเรือน และเร่ง Transform ธุรกิจด้วยเทคโนโลยี

31 ส.ค.2569 นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงประเด็นที่สื่อต่างประเทศประเมินว่าเศรษฐกิจไทยเผชิญความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ “Japanification” หรือ เงินเฟ้อต่ำและเศรษฐกิจโตต่ำ ว่า จากตัวเลขเศรษฐกิจของไทยในช่วงที่ผ่านมาแม้อาจทำให้เกิดความกังวลว่าอาจจะเกิดภาวะดังกล่าว เนื่องจากตัวเลขหลายตัวส่งสัญญาณไปในทิศทางนั้น แต่สาเหตุหรือที่มาของการเกิดตัวเลขดักล่าวของไทยแตกต่างจากประเทศญี่ปุ่น

แม้ตัวเลขผลลัพธ์ตอนท้ายจะคล้ายกัน แต่ที่มาที่ไปของการเกิดตัวเลขGDP, เงินเฟ้อ อาจจะไม่ได้คล้ายกันขนาดนั้น เพราะไทยเอง ยังมีศักยภาพในเรื่องของการผลิต และการบริการ ที่ยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่

“เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาใหม่ เพราะพูดกันมานาน และเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาเชิงโครงสร้างของไทย ซึ่งในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนนั้น ในส่วนของ ธปท.เองก็ได้มีการออกมาตรการหลายอย่างเพื่อช่วยทำให้ภาคครัวเรือนสามารถไปต่อได้”

นางปราณี กล่าวอีกว่า ปัญหาหลักของหนี้ครัวเรือนนั้น ต้นตอจริง ๆ คือ รายได้ไม่พอรายจ่าย และไม่พอใช้หนี้ ซึ่งในการแก้ปัญหาหนี้ ธปท.ก็มีมาตรการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”, การส่งเสริมให้ปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง, การกำกับดูแลการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) เช่น สินเชื่อประเภทซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later : BNPL) และความพยายามลดต้นทุนการใช้บริการทางการเงิน และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นมาตรการที่ช่วยในการแก้หนี้ครัวเรือนได้

“แต่หัวใจของเรื่องนี้ น่าจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนมากกว่า และการที่ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำ ก็ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ ธปท. ได้ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ด้วย”

อย่างไรก็ดีเมื่อมองไปข้างหน้า นโยบายหรือมาตรการจากภาครัฐ เช่น การใช้เงินจาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนของเงินกู้ 2 แสนบาทก้อนหลัง เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานนั้น เชื่อว่าจะเป็นมาตรการที่ช่วยเข้ามาเสริมได้ในอนาคต

ซึ่งการลงทุนด้านดิจิทัลจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา หากสามารถปรับเรื่องการลงทุนให้แปลงมาเป็นการ Transform ธุรกิจ โดยใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ ตรงนี้ก็น่าจะช่วยได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการของภาครัฐ หรือของ ธปท.เข้ามาเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...