ติดอาวุธ อสม.นนทบุรี ฉีด ‘วัคซีนสติ’ ตัดวงจรคอลเซ็นเตอร์
มื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี (เขตเหนือ) ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี นักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร สำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 3 กลุ่มทับทิมและกลุ่มโกเมน จัดโครงการ “วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์” สู่ตัวแทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในจังหวัดนนทบุรีกว่า 120 คนเข้าร่วมอบรม เพื่อส่งเสริมความรู้ ความตระหนัก และการสร้างภูมิคุ้มกันด้านปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงเท่าทันอาชญากรรมด้านยาเสพติดให้เป็นต้นแบบในการเฝ้าระวัง เตือนภัย และถ่ายทอดความรู้ไปสู่ประชาชนในครอบครัวและชุมชน
กิจกรรมวันนี้มี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีและนักศึกษา วปอ.68 เป็นประธาน และมี นพ.ปริพนธ์ จุลเจิม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี รศ.ดร.ประมุข อุณหเลขกะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิและนักศึกษา วปอ.68 ผศ.เฉลิม ขุนเอียด รองอธิการบดี พลตำรวจตรี ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 และนักศึกษา วปอ.68 นายธนิตพล ไชยนันทน์ อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก และพลตรี ปรมินทร์ ทวีสุข รองผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พร้อมคณาจารย์เข้าร่วม
นายเชษฐา กล่าวว่า ประชากรในจังหวัดนนทบุรีมีมากถึง 1.3 ล้านคนและมีประชากรแฝงอีก 700,000 คน ในพื้นที่ 600 ตารางกิโลเมตร เราเคยเผชิญศึกใหญ่มาแล้วคือการระบาดของโควิด-19 มาแล้วในอดีต แต่มีเครือข่าย อสม. ช่วยกันป้องกันการระบาดจนผ่านมาได้ วันนี้เรากำลังเผชิญกับอีกศึกใหญ่คือภัยไซเบอร์ อสม. ย่อมเป็นกำลังสำคัญในการเข้าถึงและป้องกันประชาชนในพื้นที่ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ทั้งนี้สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีที่มีความแข็งแรงอันดับต้นๆ ย่อมจะช่วยสร้างเครือข่ายที่แข็งแรงเพื่อสนับสนุนการทำงานของ อสม. ให้ลุล่วงด้วยดี เพราะภัยไซเบอร์ในวันนี้ มันอันตรายมาก เล่นกับความรู้สึกรักโลภโกรธหลงของคนเพื่อมาหลอกลวงเงิน และตามเอาเงินคืนได้ยาก ดังนั้นหาก อสม. เข้าไปให้วัคซีนสติ ป้องกันประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อจะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนได้ และน่าจะขยายผลไปสู่ระดับที่กว้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนในอนาคต
นพ.ดนุภัทร รัตนวราห รองผู้อำนวยการกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กล่าวว่า วันนี้เราจัดการอบรมผ่านแกนนำ อสม. ของจังหวัดนนทบุรี และคาดหวังให้ อสม. แกนนำกระจายผลต่อไปยัง อสม. ในแต่ละชุมชนเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าเหล่านี้ได้ฉีดวีคซีนทางดิจิทัลควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพ เนื่องจากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในชุมชนทำให้พวกเขาสามารถสื่อสารด้วยความไว้วางใจจากประชาชนสูงอายุที่เข้าถึงการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลได้ยาก เป็นการวางรากฐานความมั่นคงปลอดภัยจากฐานรากได้อย่างยั่งยืน
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการหลอกลวงหลายรูปแบบทั้งแต่การซื้อของแล้วได้ของไม่ตรงปกที่มีกรณีแจ้งความเกินครึ่ง ไปจนถึงหลอกให้รัก หลอกให้ลงทุน แล้วค่อยดึงเข้าไปในกลุ่มไลน์ที่มีหน้าม้า หลอกให้เชื่อใจ แต่ต้องจ่ายภาษีและค่าธรรมเนียมเพื่อปลดล็อกระบบก่อน การหลอกลวงประเภทนี้มีไปจนถึงหลักร้อยล้านบาท ทั้งนี้หลายกรณี เหยื่อมักจะอยู่บ้านลำพังและถูกหลอกผ่านโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นจึงหวังว่าการมี อสม. ที่เข้าถึงทุกครัวเรือนเข้าไปฉีดวัคซีนสติเป็นเพื่อนคอยเตือนใจจะทำให้ลดปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ในเมืองนนทบุรีลงได้ นอกจากนี้ประชาชนยังสามารถร้องเรียนทางออนไลน์ได้ทาง ThaiPoliceOnline หรือโทร 1441 (เสียงสัมภาษณ์ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1)
ทั้งนี้ โครงการยังมุ่งเน้นที่จะยกระดับบทบาทของ อสม. จากการดูแลสุขภาพกายของประชาชน ไปสู่การร่วม “เพิ่มภูมิคุ้มกันสแกมเมอร์และยาเสพติด” ของชุมชน ในยุคภัยออนไลน์เข้าถึงประชาชนได้ง่ายๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยเป็นการขยายผลสู่ระดับจังหวัด หลังจากมีการอบรมและดำเนินโครงการรุ่นที่หนึ่งไปที่ ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “The Ten: ไทย-เพิ่ม-ภูมิ” ของนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 ที่จะเพิ่มคุ้มกันในประชาชนในยุคดิจิทัลดิสรัปต์