โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กมธ.ป.ป.ช. เร่งสางปมนอมินีถือครองที่ดินภูเก็ต พบกลุ่มเสี่ยงจำนวนมาก จ่อแก้กฎหมายฟอกเงิน

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กมธ.ป.ป.ช. รุกสางนอมินีถือครองที่ดินภูเก็ต พบกลุ่มเสี่ยงอื้อ จ่อแก้กฎหมายฟอกเงิน

วันที่ 6 ส.ค.69 ที่อาคารรัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมคณะกรรมาธิการ ครั้งที่ 17 เพื่อพิจารณาตรวจสอบการจดทะเบียนพาณิชย์และการเป็นเจ้าของกิจการ รวมถึงการถือครองเอกสารสิทธิ์ในที่ดินของบุคคลต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

สืบเนื่องจากการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 พบข้อมูลว่ามีชาวต่างชาติถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทน (นอมินี) ในการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ จึงต้องตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและศึกษามาตรการป้องกันการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ

ในการประชุมครั้งนี้มีการเชิญอธิบดีกรมที่ดิน ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ผู้แทนอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผู้แทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ผู้แทนผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต ผู้แทนประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และ สส.ภูเก็ต เขต 2 เข้าร่วมประชุม

โดยผู้แทนกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแจ้งว่าได้ปรับปรุงกฎระเบียบรวม 4 คำสั่ง และ 2 ประกาศ เพื่อคัดกรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว พร้อมตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พบบริษัทที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นทั้งหมด 1,752 ราย ซึ่งได้ส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการแล้ว และกำลังเตรียมบูรณาการข้อมูลเลขนิติบุคคล 13 หลักกับกรมที่ดินเพื่อให้การตรวจสอบรวดเร็วยิ่งขึ้น

ขณะที่พาณิชย์จังหวัดภูเก็ตระบุว่าได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบการฝ่าฝืนประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ส่งผลให้ปัจจุบันชาวต่างชาติประกอบธุรกิจลดลงกว่าร้อยละ 50 และเลิกกิจการไปร้อยละ 20 โดยมีการวิเคราะห์งบการเงินและรายละเอียดผู้ถือหุ้นร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมสรรพากร กรมที่ดิน กรมจัดหางาน และกรมการขนส่งทางบก หากพบมูลความผิดจะส่งเรื่องให้ตำรวจดำเนินคดีต่อไป

ด้านกรมที่ดินตรวจสอบพบข้อมูลนิติบุคคลทั่วประเทศ 23,000 ราย มีกลุ่มเสี่ยง 4,041 ราย ซึ่งได้ตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดครบทั้ง 77 จังหวัดแล้วเพื่อตรวจสอบข้อมูลก่อนส่งให้สำนักงาน BOI หากพบว่าเป็นนิติบุคคลต่างด้าวที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจาก BOI อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจบังคับจำหน่ายที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 94 ทันที สำหรับเฉพาะพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีนิติบุคคล 6,621 ราย อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 361 ราย โดยมีการแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจแล้ว 109 ราย ส่งฟ้องศาล 2 ราย และแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก 34 ราย

ด้านผู้แทนเลขาธิการ ปปง. ชี้แจงว่าที่ผ่านมาสามารถยึดทรัพย์จากการกระทำความผิดเกี่ยวกับนอมินีทั่วประเทศได้มากกว่า 10,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ความผิดฐานนอมินียังไม่เป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ปัจจุบันจึงอยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ความผิดนอมินีเป็นความผิดมูลฐาน และจะกำหนดให้นักบัญชีรวมถึงนักกฎหมายต้องรายงานธุรกรรมมายัง ปปง. ด้วย

ส่วนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) รายงานว่าได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตาม พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 68 คดี แต่ความผิดเกี่ยวกับที่ดินไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่โดยตรง ทั้งนี้ กมธ.ป.ป.ช. เห็นว่าปัญหาพอนอมินีเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการข้อมูลร่วมกัน และจะดำเนินการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาการบังคับใช้กฎหมายต่อไป

"นี่ถือว่าเป็นมิติใหม่และเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลได้มีคำสั่งให้มีการบูรณาการร่วมกัน และได้เริ่มลงมือทำอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่แต่ก่อนทำหน้าที่เพียงผู้ตรวจเอกสารเพื่ออำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนนิติบุคคลโดยไม่ได้มีการตรวจสอบเชิงลึก แต่วันนี้มีการคัดกรองแล้วว่ากลุ่มที่มีสัดส่วนชาวต่างชาติจดทะเบียนถือหุ้น 40 หรือ 41 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องถูกตรวจสอบ และมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมที่ดิน ซึ่งในอนาคตเมื่อกรมที่ดินรวบรวมข้อมูลจากสำนักงานที่ดินทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศเสร็จสิ้น ก็จะดำเนินการประมวลผลและจัดการแบบเดียวกับที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะทำให้ปัญหาการนอมินีถือครองที่ดินไทยโดยผิดกฎหมายในอดีตได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน"

นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้า วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569 กมธ.ป.ป.ช. จะมีการประชุมเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในกรณีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก โดยได้เชิญอธิบดีกรมการปกครอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้อำนวยการเขตบางกอกน้อย ผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และผู้บังคับหน่วยกองกำลังสุรสีห์ เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการต่อไป

#กมธปปช #ปปช #นอมินี #ที่ดินภูเก็ต #ภูเก็ต #ฟอกเงิน #กฎหมายฟอกเงิน #ตรวจสอบทุจริต #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...