โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

แถลง 3 ฝ่าย! ชายแดนใต้เกิด 75 เหตุการณ์ เจ็บ 11 ราย เสียหายอาคาร-รถ เร่งล่าผู้ก่อเหตุ

สยามรัฐ

อัพเดต 24 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 49 นาทีที่แล้ว

แถลงร่วม 3 ฝ่ายสรุปเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ช่วง 22-23 ส.ค. 2569 พบ 75 เหตุการณ์ใน 4 จังหวัด มีผู้บาดเจ็บ 11 ราย อาคารเสียหาย 17 แห่ง รถ 40 คัน เสาไฟฟ้า 32 ต้น เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมหลักฐาน ตรวจกล้องวงจรปิด และติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี พร้อมเร่งช่วยเหลือเยียวยาประชาชน

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุม ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี มีการแถลงร่วม 3 ฝ่าย เพื่อสรุปภาพรวมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมี พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พันตำรวจเอก สรชัช ปร่ำเป็ง ผู้กำกับสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพันโท เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมชี้แจงสถานการณ์

พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์ว่า หลังเกิดเหตุการณ์ในหลายพื้นที่ในช่วงคืนวันที่ 22-23 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งการวางเพลิง เผายางรถยนต์ เผากล้องวงจรปิด และทำลายสิ่งของทางราชการและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมถึงระบบสาธารณูปโภค ทางภาครัฐให้ความสำคัญไม่เพียงแต่เรื่องของเหตุการณ์ แต่ยังให้ความสำคัญกับผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประชาชนและการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ หน่วยงานความมั่นคงได้เร่งเข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมบูรณาการกำลังทุกฝ่ายในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงเร่งรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ เพื่อนำไปสู่การขยายผล ติดตามผู้ก่อเหตุและผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เร่งดูแลพื้นที่ให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และสร้างความปลอดภัยในชุมชน

ด้านพันตำรวจเอก สรชัช ปร่ำเป็ง ผู้กำกับสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยถึงเหตุที่เกิดขึ้นใน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา รวมทั้งหมด 75 เหตุการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมหลักฐานร่วมกับเจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิด เพื่อขยายผลและติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อให้ทราบถึงเส้นทางรองและเส้นทางหลักของกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะพยายามทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ พันโท เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงล่าสุด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย เป็นชาย 6 ราย หญิง 5 ราย และเกิดความเสียหายต่ออาคาร 17 แห่ง ยานพาหนะ 40 คัน เสาไฟฟ้า 32 ต้น เสาสัญญาณโทรศัพท์ และกล้องวงจรปิด 4 ตัว โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เร่งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมจัดตั้ง “ศูนย์การสื่อสารและการช่วยเหลือเยียวยาจากเหตุการณ์ความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อเป็นกลไกประสานงานระหว่างผู้ได้รับความเสียหายกับหน่วยงานภาครัฐ เร่งรัดการประเมินและชดเชยความเสียหาย รวมถึงติดตามการช่วยเหลือเป็นรายกรณี โดยมีทีมปฏิบัติงานในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว และสามารถติดตามความคืบหน้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมยืนยันว่า ภาครัฐจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการดำรงชีวิต การฟื้นฟูความเสียหาย และการประสานความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือประชาชนให้ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบเห็นเบาะแส บุคคล หรือพฤติกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ ภาครัฐยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งด้านการรักษาความปลอดภัย การติดตามผู้ก่อเหตุ การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เพื่อให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนสู่ความสงบ และประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...