โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตร.ภูเก็ตปิดเกม 19 ชม. รวบ 7 วัยรุ่นก่อเหตุยิงคู่อริกลางป่าตอง

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ตร.ภูเก็ตปิดเกม 19 ชม. รวบ 7 วัยรุ่นก่อเหตุยิงคู่อริกลางป่าตอง ใช้ Phuket Eyes เร่งติดตามเส้นทางหลบหนี พร้อมถอดบทเรียนป้องกันเยาวชนก่อเหตุซ้ำ

ตร.ภูเก็ตปิดเกม 19 ชม. รวบ 7 วัยรุ่นก่อเหตุยิงคู่อริกลางป่าตอง ใช้ Phuket Eyes เร่งติดตามเส้นทางหลบหนี พร้อมถอดบทเรียนป้องกันเยาวชนก่อเหตุซ้ำ

(24 ส.ค. 2569) นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มอบหมายให้ ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รักษาการที่ปรึกษาความมั่นคงปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ร่วมติดตามสถานการณ์และมาตรการกวดขัน ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมรุนแรงและการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยกรณีเหตุยิงคู่อริกลางป่าตอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง สามารถเร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 ราย ภายในเวลาประมาณ 19 ชั่วโมง สะท้อนการทำงานเชิงรุกเพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2569 เวลาประมาณ 01.35 น. บริเวณริมฟุตบาท ถนนพระบารมี ฝั่งตรงข้ามโรงแรมโนโวเทล ภูเก็ต รีสอร์ท ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยมีกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มคู่อริ จำนวน 1 นัด ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย รายแรกเป็นเยาวชนชายอายุ 17 ปี ถูกยิงบริเวณลำคอได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนรายที่สองเป็นเยาวชนชายอายุ 15 ปี ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางตำบลกะทู้

ภายหลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทันที พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยานบุคคล และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ รวมถึงกล้องในโครงการ Phuket Eyes เพื่อวิเคราะห์เส้นทางหลบหนีและยืนยันตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ โดยข้อมูลจากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ตำบลกะทู้ และเคยมีเหตุขัดแย้งกับกลุ่มผู้บาดเจ็บมาก่อน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ก่อนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 7 ราย เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2569 เวลาประมาณ 20.30 น. หรือภายในวันเดียวกันหลังเกิดเหตุ รวมระยะเวลาในการสืบสวนติดตามจับกุมประมาณ 19 ชั่วโมง ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเยาวชนอีก 1 ราย หากพบว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนต่อไป

ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตยืนยันว่า จะดำเนินมาตรการกวดขัน ป้องกัน และปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธมีด รวมถึงเหตุทะเลาะวิวาทและอาชญากรรมรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่มีพฤติการณ์เสี่ยง รวมถึงการใช้ข้อมูลจากการสืบสวนและระบบกล้องวงจรปิด Phuket Eyes เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และเร่งคลี่คลายเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่

สำหรับบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาความรุนแรงในกลุ่มเยาวชน โดยจะนำข้อมูลจากการสืบสวนและพฤติการณ์ของกลุ่มวัยรุ่นมาใช้ในการเฝ้าระวัง พร้อมประสานความร่วมมือกับครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เยาวชนเกี่ยวกับผลกระทบของการใช้ความรุนแรง การพกพาอาวุธ และการรวมกลุ่มในลักษณะที่อาจนำไปสู่การก่อเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำและไม่ให้เยาวชนก้าวเข้าสู่วงจรอาชญากรรม

ด้านมาตรการเชิงรุก ตำรวจจะเร่งสืบสวนขยายผลผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบว่าอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุมีแหล่งที่มาอย่างไร และผู้ต้องหามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเหตุอื่นในพื้นที่หรือไม่ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการพกพาอาวุธปืน อาวุธมีด การรวมกลุ่มก่อเหตุทะเลาะวิวาท หรือพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดเหตุรุนแรง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ มี พ.ต.อ.อกนิษฐ ด่านพิทักษ์ศาสน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และ พ.ต.อ.กิติพงษ์ คล้ายแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการปฏิบัติงานและมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

ภาพ-ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต กรมประชาสัมพันธ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...