ซักเคอร์เบิร์กชี้ บริษัทเอไอดูแลความปลอดภัยเองได้ ไม่จำเป็นต้องชะลอพร้อมกัน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่า นายมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทเมตา กล่าวถึงการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ในตอนนี้ ว่าการแข่งขันทางธุรกิจและความรับผิดทางกฎหมาย เป็นแรงจูงใจเพียงพอให้บริษัทเอไอแต่ละแห่งดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยด้วยตัวเอง
ท่าทีดังกล่าวแตกต่างจากผู้บริหารบริษัทเอไอชั้นนำบางราย ที่เรียกร้องให้ภาคอุตสาหกรรมร่วมกันชะลอการพัฒนาเทคโนโลยี
ซักเคอร์เบิร์กกล่าวว่า ห้องปฏิบัติการเอไอทุกแห่งมีทั้งความรับผิดชอบ และแรงจูงใจที่จะพัฒนาโมเดลในระดับที่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้ พร้อมระบุว่า บริษัทแต่ละแห่งสามารถดำเนินมาตรการของตัวเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยไม่จำเป็นต้องรอให้บริษัทอื่นดำเนินการพร้อมกัน
ความเห็นนี้สะท้อนความแตกแยกในอุตสาหกรรมเอไอและหน่วยงานสหรัฐ เกี่ยวกับแนวทางรับมือคำเตือนว่า เทคโนโลยีกำลังพัฒนาเร็วกว่าความสามารถของมนุษย์ในการควบคุม
ซักเคอร์เบิร์กกล่าวด้วยว่า “ความไว้วางใจและการกำกับให้เอไอสอดคล้องกับเป้าหมายของมนุษย์” กำลังเป็นความสามารถสำคัญ ที่จะสร้างความแตกต่างระหว่างโมเดลกับระบบเอไอ
สำหรับเมตา บริษัทมีแรงจูงใจอย่างมาก ที่จะป้องกันไม่ให้โมเดลสร้างความเสียหาย เพราะหากปล่อยให้เกิดขึ้น อาจทำให้บริษัทต้องรับผิดทางกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ซักเคอร์เบิร์กยกตัวอย่างกรณีเมตาเลื่อนการเปิดตัวผู้ช่วยเอไอ “มิวส์” เมื่อต้นปีนี้ เพื่อเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัย และเสริมว่า เมตาไม่ได้รอให้บริษัทอื่นดำเนินการก่อน แต่ตัดสินใจชะลอด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสมต่อทั้งผู้ใช้งานและบริษัท
นอกจากนี้ เมตายังใช้ผู้ประเมินอิสระตรวจสอบความปลอดภัยในหลายด้าน ซึ่งซักเคอร์เบิร์กกล่าวว่า เป็นแนวปฏิบัติดีที่สุดของอุตสาหกรรม และบริษัทอื่นสามารถดำเนินการตามได้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES