โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภราดรย้ำรัฐบาลไม่กู้เพิ่ม รักษาวินัยการคลัง รับงบปี 70 ยังเป็นงบ ‘ปะผุ’ ชี้ไม่ปฏิรูป อีก 2-3 ปี ประเทศอยู่ไม่ได้

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ภราดรย้ำรัฐบาลไม่กู้เพิ่ม รักษาวินัยการคลัง รับงบปี 70 ยังเป็นงบ ‘ปะผุ’ ชี้ไม่ปฏิรูป อีก 2-3 ปี ประเทศอยู่ไม่ได้

วันนี้ (29 มิถุนายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระที่ 1 ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ได้รับฟังการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยความเคารพ และเห็นว่าหลายข้อเสนอสะท้อนความห่วงใยที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล

ภราดรกล่าวว่า มีสมาชิกหลายคนวิจารณ์ว่าการจัดทำงบประมาณปี 2570 เป็นงบประมาณแบบ “ฝีแตก” “แผลเรื้อรัง” หรือ “หาเช้ากินค่ำ” ซึ่งรัฐบาลยอมรับว่าปัญหาโครงสร้างงบประมาณมีอยู่จริง เนื่องจากงบประมาณปี 2570 มีวงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท แต่รัฐบาลจัดเก็บรายได้ได้เพียง 3 ล้านล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 788,000 ล้านบาท ต้องมาจากการกู้เงิน ขณะที่รายได้ส่วนใหญ่ยังต้องนำไปใช้เป็นรายจ่ายประจำและชำระหนี้ที่สะสมมาตั้งแต่อดีต

ภราดร กล่าวว่า รัฐบาลซึ่งเพิ่งมีโอกาสจัดทำงบประมาณของประเทศเป็นปีแรก มองเห็นปัญหาเช่นเดียวกับสมาชิก และเห็นว่าหากยังคงใช้โครงสร้างงบประมาณแบบเดิม อีก 2-3 ปี ประเทศจะเผชิญปัญหาหนักกว่าเดิม

ภราดร กล่าวว่า เมื่อเผชิญข้อจำกัดดังกล่าว รัฐบาลมีทางเลือกเพียง 2 ทาง คือ ปล่อยให้เป็นไปตามเดิมแล้วกู้เงินเพิ่ม หรือปรับโครงสร้างงบประมาณ โดยรัฐบาลเลือกแนวทางหลัง แม้จะทำให้งบประมาณปี 2570 ยังไม่สมบูรณ์แบบ และต้องจัดทำงบประมาณแบบ ‘ปะผุ’ แต่จะไม่ใช้วิธีกู้เงินเพิ่มเพียงเพื่อให้ทุกกระทรวงมีงบไปดำเนินโครงการตามที่เคยสัญญาไว้กับประชาชน

ภราดร กล่าวว่า รัฐบาลยึดหลักรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด จึงกำหนดให้วงเงินกู้ปีนี้ไม่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา แม้ผลที่ตามมาคือ งบลงทุนลดลงจากปีก่อนประมาณ 70,000 ล้านบาท และหลายกระทรวงได้รับการจัดสรรงบประมาณลดลง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลยอมรับความเจ็บปวดในปีนี้ เพื่อไม่ผลักภาระไปยังรัฐบาลชุดต่อไป

ภราดร ยังเชิญชวนทุกฝ่ายร่วมกันปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณของประเทศ โดยเห็นว่าระบบปัจจุบันไม่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศและความต้องการของประชาชนได้ ทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยผู้พิการ เบี้ยเด็ก รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ล้วนได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ

สำหรับแนวทางจัดทำงบประมาณปี 2570 รัฐบาลได้กำหนดมาตรการรัดเข็มขัดให้ทุกหน่วยงาน ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น งบอบรมสัมมนา งบเดินทางไปต่างประเทศ ชะลอการเพิ่มอัตรากำลังบุคลากร รวมทั้งลดงบก่อสร้างอาคารสำนักงานที่ไม่จำเป็นลงร้อยละ 10-16

ส่วนงบลงทุน รัฐบาลปรับลดงบของกระทรวงคมนาคมกว่า 30,000 ล้านบาท โดยยืนยันว่าไม่ใช่การลดการลงทุนของประเทศ แต่เป็นการเปลี่ยนแหล่งเงินลงทุนจากงบประมาณแผ่นดินไปสู่การร่วมลงทุนกับภาคเอกชนหรือแหล่งเงินอื่น พร้อมทั้งปรับแนวทางจัดทำงบประมาณเป็นระบบ Zero-Based Budgeting เพื่อตรวจสอบและตัดโครงการที่ซ้ำซ้อนหรือไม่จำเป็น

ภราดร กล่าวว่า งบพัฒนากลุ่มจังหวัดปีนี้ถูกปรับลดจากเดิมประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท เหลือ 4,000 ล้านบาท เนื่องจากหลายโครงการมีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น พร้อมยืนยันว่า การปรับลดงบดังกล่าวไม่ใช่เพื่อนำไปเป็นงบกลางให้คณะรัฐมนตรีนำไปจัดสรรในพื้นที่ของ สส. เพราะเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 หากโครงการใดมีความจำเป็นยังสามารถเสนอของบผ่านกรมต้นสังกัดได้ตามปกติ

ส่วนกรณีงบกลางปี 2570 ที่เพิ่มขึ้น ภราดร ชี้แจงว่า งบกลางที่รัฐบาลสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องเสนอขออนุมัติจากสภา คือ งบฉุกเฉินหรือจำเป็น ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับภาระเบี้ยบำนาญและเพิ่มความโปร่งใส ขณะที่งบกลางรายการใหม่เพื่อรองรับการแก้ไขวิกฤตด้านพลังงาน วงเงิน 12,000 ล้านบาท เป็นงบสำหรับบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่งบที่ตั้งขึ้นโดยไม่มีวัตถุประสงค์

ในช่วงท้าย ภราดร เชิญชวนทุกฝ่ายร่วมกันปฏิรูปโครงสร้างการคลังของประเทศ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ การขยายฐานภาษี การจัดเก็บภาษีจากบริษัทต่างชาติและภาษีนำเข้า รวมถึงการหาแนวทางนำเงินสะสมและเงินกองทุนต่าง ๆ เข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ พร้อมขอความร่วมมือจากกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ และสมาชิกทุกฝ่าย ร่วมกันตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น เพื่อให้การใช้งบประมาณของประเทศมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 144

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...