โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“วราวุธ” ปลุกอุตสาหกรรมไทย เลิกเป็นสุสานโลก ชู ESG-BCG เป็นใบเบิกทางแห่งอนาคต

เดลินิวส์

อัพเดต 29 มิถุนายน 2569 เวลา 21.55 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“วราวุธ” ขึ้นเวที เดลินิวส์ Sustain Dailynews Talk 2026 ปลุกอุตสาหกรรมไทยเลิกเป็น “สุสานโลก” พลิกเกมรับมือ Poly-Crisis ชู ESG-BCG เป็น “ใบเบิกทาง” แห่งอนาคต

วันที่ 29 มิ.ย. “เดลินิวส์” จัดงานเสวนา Sustain Dailynews Talk 2026 หัวข้อ “โลกป่วน เกมเปลี่ยน : ธุรกิจ ยั่งยืน ได้อย่างไร?” โดยได้รับเกียรติจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “โลกป่วน เกมเปลี่ยน : นโยบายความยั่งยืนของไทยอยู่ตรงไหน” เพื่อฉายภาพความท้าทายของอุตสาหกรรมไทยท่ามกลางมรสุมวิกฤติซ้อนวิกฤติ หรือ “Poly-Crisis” และแนวทางการปรับตัวสู่ความยั่งยืนเพื่อความอยู่รอดของเศรษฐกิจชาติ

นิยามใหม่ของความป่วน: จาก Crisis สู่ Poly-Crisis

นายวราวุธ เริ่มต้นด้วยการชี้ให้เห็นว่า โลกปัจจุบันไม่ได้เผชิญเพียงวิกฤติเดียว แต่เป็นยุคของ “Poly-Crisis” ที่ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และเศรษฐกิจโลก (Geo-economic) ในตะวันออกกลาง เข้ามาซ้อนทับกับวิกฤติสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว หรือ “โลกเดือด” (Global Boiling)

“ผลกระทบของ Poly-Crisis ไม่ได้มาแค่บวกกัน แต่เป็นผลกระทบแบบ Synergy หรือการคูณความรุนแรงขึ้นไปอีก” นายวราวุธ ระบุ

พร้อมเตือนว่าหากอุตสาหกรรมไทยไม่ปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการทำงาน จะไม่สามารถรับมือกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้ โดยวิกฤตินี้ส่งผลกระทบใน 3 ระยะ คือ

  • ระยะสั้น (1-2 ปี) ที่ต้องเผชิญกับต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงและภาวะน้ำท่วมน้ำแล้ง

  • ระยะกลางที่มีการปฏิรูประบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั่วโลก

  • ระยะยาวที่ความมั่นคงทางอาหารและทรัพยากรจะกลายเป็นสมรภูมิใหม่

กำแพงการค้าใหม่: เมื่อ “กติกาโลก” ไม่ใช่เรื่องของเงินเพียงอย่างเดียว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เน้นย้ำถึง มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers - NTB) ที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะจากสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา เช่น CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism), EUDR (กฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า) และ CRA (Cyber Resilience Act) รวมถึงกฎหมายด้านความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตและ Clean Air Act

“กติกาเหล่านี้อาจดูเหมือนไม่เกี่ยวกับธุรกิจโดยตรง แต่กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่หากไทยไม่ทำตาม เราจะถูกถอดออกจากห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Value Chain) ทันที” นายวราวุธ กล่าว

นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับ Technology Disruption จาก AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่อาจทำให้การจ้างงานในรูปแบบเดิมทำได้ยากขึ้น

ESG ไม่ใช่ “ภาระ” แต่คือ “ใบเบิกทาง” และ “แต้มต่อ”

ในประเด็นเรื่องESG (Environmental, Social, Governance) และเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 นายวราวุธ ชี้แจงว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เทรนด์หรือทางเลือก แต่เป็น “ใบเบิกทาง” สำคัญของภาคธุรกิจ

แม้การปรับปรุงสายการผลิตเพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จะเป็นต้นทุนที่หนักในระยะแรก แต่หากมองอีกมุมจะเป็นโอกาสในการเข้าถึง Green Finance หรือแหล่งเงินทุนสีเขียวจากทั่วโลก และเป็นเครื่องมือในการเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภค Gen Y, Gen Z และ Gen Alpha ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หากไม่ปรับตัว ไทยเสี่ยงที่จะกลายเป็น “สุสานของอุตสาหกรรมตกยุค” หรือแหล่งทิ้งขยะที่โลกไม่ต้องการ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ต่างเร่งพัฒนาขีดความสามารถเพื่อแซงหน้าเรา

“น้ำมันบนดิน” และ BCG Model: หัวใจเศรษฐกิจใหม่

นายวราวุธ ได้หยิบยกแนวคิดของ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือ CP เกี่ยวกับ “น้ำมันบนดิน” มาอธิบายถึงความได้เปรียบของไทยในด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) โดยเป้าหมายคือการเป็น Global Food Security Hub ผ่านโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green)

  • B (Bio Economy): เปลี่ยนสินค้าเกษตรธรรมดาให้มีมูลค่าสูงด้วยนวัตกรรม

  • C (Circular Economy): เปลี่ยนขยะให้เป็นทองคำ นำของเหลือใช้จากอุตสาหกรรมหนึ่งไปเป็นวัตถุดิบให้อีกอุตสาหกรรมหนึ่ง

  • G (Green Economy): เน้นธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ซึ่งช่วยลดต้นทุนแฝงและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ยุทธศาสตร์รัฐ: Regulatory Guillotine และแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14

นายวราวุธ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่จะใช้ถึงปี 2570 เน้นปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เน้นสร้างฐานนวัตกรรม ดึง BCG โดยมีเป้าหมาย ผลักดัน EV ให้ลงทุนใหม่ๆ แต่สิ่งต่างๆ ได้รับผลกระทบผันผวน ตะวันออกกลาง ซัพพลายเชนปรับเปลี่ยน

กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังเร่งเตรียมความพร้อมเข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) โดยมุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภาพและยกระดับความยั่งยืน การใช้อุตสาหกรรมเกษตร เป็นตัวชูโรงคู่กับพัฒนาไฮเทค อุตสาหกรรมไฮเทคในอนาคต

นอกจากนี้ ภารกิจสำคัญคือการทำ “Regulatory Guillotine” หรือการทบทวนกฎหมายกว่า 7,000 ฉบับเพื่อตัดกฎหมายที่ล้าสมัยออกไป

“กฎหมายบางฉบับใช้มาตั้งแต่สมัยพ่อผม (นายบรรหาร ศิลปอาชา) หรือบางฉบับแก่กว่าพ่อผมอีก เราต้องปลดล็อกข้อจำกัดเหล่านี้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้ภาคธุรกิจ” นายวราวุธระบุ

3 ปัจจัยความสำเร็จ (3 ส.) สู่ความยั่งยืน

เพื่อให้ไทยก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปได้ นายวราวุธ เสนอ 3 ปัจจัยหลัก

1.นโยบายที่ชัดเจน (Clear Policy): เช่น การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานสะอาด และการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานกว่า 60,000 แห่งได้รับรองแล้ว

2.การเข้าถึงแหล่งเงินทุน (Finance): ผ่าน SME Bank และความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์และ World Bank เพื่อสนับสนุน Low Carbon City

3.ความรู้และทักษะ (Skill): การ Upskill และ Reskill ให้กับผู้ประกอบการ SME และแรงงานกว่า 14 ล้านคน ให้เข้าใจกลไกตลาดและกติกาใหม่ของโลก

นายวราวุธ สรุปทิ้งท้ายโดยน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของ BCG และ ESG มาเป็นเข็มทิศนำทาง

“วันนี้โลกไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนเราอีกต่อไป แต่กำลังบังคับให้เราเปลี่ยน เรามีทางเลือกว่าจะกำหนดเกมของเราเอง หรือจะเดินตามกติกาที่คนอื่นเขียนให้เราต้องจำนน กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมยืนเคียงข้างผู้ประกอบการทุกขนาด ไม่ใช่เพียงเพื่อให้รอด แต่เพื่อให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป” นายวราวุธ กล่าวปิดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...