“มณเฑียร” ยัน รัฐบาลไม่เคยทิ้งชายแดนหลังเลือกตั้ง ชี้ นายกฯ มอบติดตามเอง เหตุภารกิจเยอะ มั่นใจ ไทยได้เปรียบทุกด้าน
“มณเฑียร” ยัน รัฐบาลไม่เคยทิ้งชายแดนหลังเลือกตั้ง ชี้ นายกฯ มอบติดตามเอง เหตุภารกิจเยอะ มั่นใจ ไทยได้เปรียบทุกด้าน หลังลงพื้นที่ ช่องอานม้า เผยไทยติดตั้ง Anti-Drone ตามแนวชายแดนแล้ว ชี้ ปมบ้านหนองจานต้องยึดตามแนวเขตแดน ลั่น ไม่ใจดีแล้ว นิ้วหนึ่งก็ไม่ได้ หากกระทบอธิปไตยไทย
วันนี้ 13 ก.ค. 69 นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ที่ปรึกษากมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ พร้อมด้วยคณะ เดินทางไปที่ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเข้ารับฟังความ เคลื่อนไหวเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี
ภายหลังการเข้ารับฟังข้อมูลเสร็จสิ้น นายมณเฑียร ได้นำคณะเดินทางมาที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อดูความเคลื่อนไหวในพื้นที่จุดผ่อนปรนช่องอานม้า ซึ่งพบว่าขณะนี้ทหารไทยได้เข้ายึดพื้นที่ของจังหวัดพระวิหารบางส่วนของกัมพูชาได้อีกด้วย ซึ่งในตอนนี้ทหารไทยได้ปรับทัศนียภาพและทำการปลูกต้นไม้ทดแทนเพื่อเป็นพื้นที่สีเขียวในช่องอานม้าเพิ่มเติมด้วย
จากนั้น นายมณเฑียร ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ ว่า จากการรับฟังข้อมูลทั้งจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จริง นักการเมืองท้องถิ่น และพี่น้องประชาชน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า หากเกิดสถานการณ์ซ้ำเป็นครั้งที่ 3 แม้ทุกฝ่ายไม่ต้องการให้เกิดขึ้น แต่รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ตนลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา 2 ครั้ง เพื่อนำข้อมูลไปเตรียมมาตรการรองรับโดยไม่ประมาท
นายมณเฑียร กล่าวต่อว่า เมื่อได้มาดูพื้นที่จริงและรับฟังข้อมูลแล้ว พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่า ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง และทุกภาคส่วน มีความพร้อมในทุกด้าน ได้เตรียมการไว้ทั้งหมดแล้ว
เมื่อถามว่าในพื้นที่ช่องอานม้ามีรายงานการยิงยั่วยุหรือการเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชาหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงาน เนื่องจากภูมิประเทศของพื้นที่แห่งนี้เอื้ออำนวยต่อฝ่ายไทย โดยมีระดับความสูงต่ำที่แตกต่างจากฝั่งตรงข้ามกว่า 200 เมตร เป็นลักษณะหน้าผา แตกต่างจากพื้นที่ช่องบกที่เคยลงพื้นที่ตรวจสอบก่อนหน้านี้
จากสภาพภูมิประเทศ หากเกิดการสู้รบขึ้นจริง พื้นที่นี้ถือว่าเราได้เปรียบ
เมื่อถามถึงความกังวลของทหารแนวหน้า นายมณเฑียร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่พบข้อกังวลเป็นพิเศษ โดยเชื่อว่าหากเกิดการปะทะในอนาคต การใช้โดรนจะมีบทบาทสำคัญ เหมือนที่เกิดขึ้นในสงครามรัสเซีย-ยูเครน หรือความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งฝ่ายไทยได้ติดตั้งระบบต่อต้านโดรน หรือ Anti-Drone ในหลายจุดแล้ว แม้อาจยังไม่เพียงพอ แต่จะมีการสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจ
นายมณเฑียร กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดของการรับมือภัยคุกคามคือขวัญและกำลังใจ ทั้งของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชน หากทุกฝ่ายมีขวัญกำลังใจที่ดีและมีการวางแผนที่รัดกุม ก็พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ พร้อมยกตัวอย่างการลงพื้นที่ศึกษาการก่อสร้างรั้วชายแดนที่ จ.จันทบุรี ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือของประชาชน ฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ พื้นที่นี้ก็เช่นเดียวกัน หากมีการกำหนดแนวเขตและหลักหมุดที่ชัดเจราก็พร้อมดำเนินการสร้างรั้วชายแดนทันที เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
เมื่อถามย้ำความคืบหน้าการก่อสร้างกำแพงหรือรั้วแนวชายแดนในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคอีสาน นายมณเฑียร กล่าวว่า ขณะนี้ยังต้องรอผลการหารือของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา JBC ก่อน เพราะการก่อสร้างรั้วชายแดนระหว่างประเทศไม่ต่างจากการสร้างบ้าน หากแนวเขตยังไม่ได้ข้อยุติ ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ และเรื่องเขตแดนระหว่างประเทศต้องอาศัยกลไกการเจรจาของคณะกรรมาธิการร่วมหลายฝ่าย ซึ่งการแก้ไขปัญหาและหาข้อยุติสามารถทำได้ด้วยการเจรจาเท่านั้น
เมื่อถามว่าความลำบากในการเจรจาคืออะไร นายมณเฑียร กล่าวว่า ยังไม่มีเพราะตอนนี้ในเขตชายแดนยังมีฝ่ายกัมพูชามีการยั่วยุต่างๆ ตรงนี้เลยยังไม่ได้การพูดคุย และเราก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับเขาเช่นเดียวกัน
ส่วนเรื่องของของขวัญกำลังใจของทหารในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างนั้น นายมณเฑียร กล่าวว่า ต้องบอกว่ามีความพร้อม 100% และขวัญกำลังใจของทหาร ตชด. หรือที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนมีขวัญกำลังใจเต็มเปี่ยม เพราะในเรื่องของยุทโธปกรณ์ สมรภูมิต่าง ๆ เรายึดได้หมดแล้ว และเราก็ได้เปรียบในทุกด้าน และถ้ามีครั้งที่ 3 เราจะทำให้มันจดจำไปจนชั่วชีวิต
เมื่อถามว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลนำโดยพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ผ่านการเลือกตั้งมาไม่ได้มีการลงพื้นที่ชายแดนเพื่อมาดูเลย มีไรจะชี้แจงในเรื่องนี้หรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ก็นี่ไงมา วันนี้นายกฯ อยากจะมาแต่ภารกิจเยอะ จึงสั่งให้ตนเป็นตัวแทนมาดูว่าถ้าประชาชนขาดเหลืออะไรเพราะที่ผ่านมาเราก็รับฟังรายงาน ทั้งเรื่องเงินเยียวยาและและการซ่อมแซม สิ่งที่พี่น้องประชาชนเสียหายครบถ้วนหมดแล้ว พร้อมยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าภูมิใจไทยเราไม่ลืม และเราเต็มที่ใครจะมารุกล้ำอธิปไตยของเรา เราพร้อมทุกอย่างทั้งยุทธโธปกรณ์ กำลัง งบประมาณ ทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมเพราะได้มีการเตรียมไว้หมดแล้ว
เมื่อถามว่าทางด้านของ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ จะมีการลงพื้นที่ที่ไหนอย่างไรต่อไป นายมณเฑียร กล่าวว่า เรายังเหลือ จ.สระแก้ว อีกจังหวัด เป็นพื้นที่บริเวณบ้านหนองจาน เราจะมีการลงพื้นที่ไปในข้อพิพาทกับกัมพูชาเพราะเหลืออีกหนึ่งจุด
เมื่อถามว่าพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว มีในเรื่องของที่ดินเข้ามาจะมีการเจรจาเรื่องที่ดินอย่างไรบ้าง นายมณเฑียร กล่าวว่า ที่ดินตรงนั้นแต่ก่อนเป็นของประเทศไทย แต่เกิดข้อพิพาทเมื่อปี 2554 ที่เขมรแดงไล่ ซึ่งรัฐบาลเก่าได้ให้มาอยู่อาศัยและเป็นศูนย์อพยพ แต่เกิดการยึดไว้เลย และมีลูกหลานออกมา
“อยู่นานจัด เราก็ใจดีจัด ในวันนี้เราก็เอาคืนหมดแล้ว เราไม่ได้รบกับกัมพูชา แต่เรารบกับเมียกำนันลี ต่อไปนึ้ไม่ใจดีแล้ว ไม่เอาแล้ว เพราะพูดวันนี้พรุ่งนี้อีกอย่าง วันนี้อีกอย่างเราไม่เอาแล้ว เราเอาตามเขตแดนเรา ใครจะมารุกล้ำอธิปไตยของเราไม่ได้ ไม่ยอมแล้ว นิ้วหนึ่งก็ไม่ได้” นายมณเฑียร กล่าว
ทั้งนี้ นายมณเฑียร กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับการลงพื้นที่ 3 วันที่ผ่านมา ทางปกครอง ทหาร ตำรวจ มีความพร้อมเพราะเราผ่าน 2 ครั้งแล้ว และเรารู้อุปสรรคปัญหาต่าง ๆ หมด รวมถึงรู้ว่าเขามีอาวุธอะไรและที่เขามีอาวุธที่ดีที่สุดจะสามารถยิงมาไกลได้แค่ไหน ซึ่งเราก็เตรียมการทั้งหมดและต้องไม่กระทบกับประชาชน ประชาชนต้องอยู่เย็นเป็นสุข ต้องมีความมั่นคง ประเทศชาติถึงจะมั่นคงและพัฒนาไปข้างหน้าได้